สิทธิพล สนับสนุน สวทช. ขับเคลื่อน AI

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล อภิปรายสนับสนุนบทบาทของ สวทช. ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและเน้นย้ำความสำคัญของแผนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต พร้อมเสนอให้ทบทวนเป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ เน้นการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม หลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน และเร่งถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมีทิศทางและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายการดำเนินงานของ สวทช. ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญ เป็นทั้งสมอง และหัวใจของการพัฒนาและขับเคลื่อนเทคโนโลยีของประเทศ เรียนท่านประธานครับ บอกตามตรงเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเมื่อสักครู่นี้ที่อภิปราย ผมอ่านรายงาน ของ สวทช. แล้วผมมีความหวัง รู้สึกเห็นอนาคตประเทศ ผมชอบเป้าหมายที่ท่านตั้งไว้ ไม่ว่า จะเป็น ๑๐ เท่า หรือ ๒.๒ เท่า ท่านผูกโยงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ สวทช. ว่า ท่านจะเอาไปช่วยขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์กับประเทศได้ ๑๐ เท่าใช่ไหมครับ ผมคิดว่า นี่คือตัวอย่างของการตั้งเป้าที่ท้าทาย แล้วก็เป็นตัวอย่างของหน่วยงานอื่น ๆ ที่ควรเอาไป ปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ ในโอกาสที่ สวทช. มารายงานต่อสภาแห่งนี้ผมอยากฝากข้อคิดเห็น ผ่านท่านประธานไปยัง สวทช. และผู้เกี่ยวข้องในประเด็นสำคัญคือเรื่องของ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ AI เป็นเรื่องสำคัญ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้พูดถึง AI ไปมาก วันนี้ผมขอพูดในส่วนของ สวทช. AI เป็นเรื่องสำคัญ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของ อุตสาหกรรมแล้วก็การพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ประเทศเราห้ามตกรถขบวนนี้เด็ดขาด น่าดีใจที่รายงานฉบับนี้ระบุถึงเรื่องนี้ไว้ด้วย อยู่ในส่วนที่ชื่อว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ แผนปัจจุบันกำหนดไว้ในระยะปี ๒๕๖๕-๒๕๗๐ โดย สวทช. เป็นทั้งคณะทำงานและเลขานุการ สาระสำคัญก็คือทำอย่างไรให้ประเทศเรา เกิดระบบนิเวศที่ครบถ้วน เชื่อมโยงบูรณาการ ส่งเสริม พัฒนา ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น นำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ประชาชน ผมว่าเป้าหมายท่อนหลังต้องย้ำไว้เลยนะครับ นำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิตประชาชน ในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจ ทั่วโลกเขาประเมินว่า AI หรือ Generative AI จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เขาประเมินกันว่าจะมากกว่า ๑๔๐ ล้านล้านบาทต่อปี นั่นหมายความว่าถ้าประเทศไทยตกรถขบวนนี้เราก็จะเสียโอกาส ในการพัฒนาเศรษฐกิจเช่นกัน จากแผนงานของ สวทช. ที่นำเสนอ ผมต้องขอฝากความเห็น ผ่านท่านประธานไปยัง สวทช. ๒ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่ ๑ ในส่วนของการระบุเทคโนโลยีกลุ่มเป้าหมาย ท่านประธานครับ ในรายงานเขียนว่าระหว่างปี ๒๕๖๕-๒๕๗๐ มุ่งเป้าถึง ๑๐ อุตสาหกรรม หรือ ๑๐ เทคโนโลยีเป้าหมาย โดยมี ๒ ระยะ ระยะแรก ๓ อุตสาหกรรม เกษตร อาหาร การแพทย์ และสุขภาวะ แล้วก็บริการภาครัฐ ซึ่งเน้นดำเนินการในช่วงแรกก็คือปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ แล้วก็จะขับเคลื่อนไปยังเทคโนโลยีเป้าหมายอื่น ๆ ในอีก ๗ เป้าหมาย ช่วงปี ๒๕๖๗-๒๕๗๐ คำถามสำคัญที่ผมอยากฝากทาง สวทช. ให้ช่วยขบคิดก็คือการมุ่งเทคโนโลยี AI ถึง ๑๐ กลุ่มเป้าหมายมากไปหรือไม่ ผมลองไปดูประเทศอื่น ๆ ครับ ซึ่ง OECD หรือองค์กร เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาได้รวบรวมมา พบว่าประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ มุ่งเป้าน้อยกว่าเรา เช่น เกาหลีใต้มุ่งเป้าไปที่ ๓ กลุ่ม คือ เศรษฐกิจ ดิจิทัล นวัตกรรมและ สังคม หรือประเทศจีนซึ่งมีงบประมาณมากกว่าเราเยอะ มุ่งไปที่ ๙ กลุ่ม ญี่ปุ่นมุ่งไปที่ ๔ กลุ่ม อันนี้คือเปิดเผยอยู่ในรายงานของ OECD ก็เลยอยากฝากทาง สวทช. รวมถึงสะท้อน ไปยังรัฐบาลว่าการพัฒนาเศรษฐกิจก็ดี การมุ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายก็ดี การพัฒนา เทคโนโลยีก็เช่นกันเราอาจจะจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด นอกจากเพื่อความเป็นไปได้ ยังสอดคล้องกับทรัพยากร ทั้งคน งบประมาณ และความเชี่ยวชาญที่มีครับ ที่น่าสนใจก็คือ ผ่านมาในระยะแรกครบแล้วเรารู้สึกกันหรือยังว่า AI ใน ๓ เป้าหมายนั้นเราสำเร็จแล้ว นี่กำลังจะเข้าไปสู่ระยะที่ ๒ อีก ๗ เป้าหมาย ก็จึงอยากฝากทาง สวทช. ไว้ในประเด็นนี้

ประเด็นที่ ๒ ในประเด็นการกำหนดยุทธศาสตร์ แผนงาน และการวัดผล ผมประทับใจที่ท่านกำหนดผลกระทบของแผนงานไว้ว่าจะช่วยสร้างมูลค่าให้เกิด การจ้างงานแล้วก็อาชีพในประเทศ ช่วยเพิ่ม GDP ให้สูงขึ้น คำถามก็คืออยากจะฝากทาง สวทช. ไปดูยุทธศาสตร์และแผนงาน สิ่งที่ท่านระบุไว้ เช่น ทำให้ประชาชนมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คนตระหนักเรื่อง AI สร้างบุคลากรด้าน AI ของประเทศไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ คน หรือการพัฒนาเทคโนโลยีผ่านการวิจัยต้นแบบไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ต้นแบบ คำถามคือท่านจะทำ อย่างไรให้แผนยุทธศาสตร์ของท่าน การอบรมเหล่านี้มันไปเชื่อมโยงสู่เป้าหมายที่ท่าน ตั้งไว้ จะดีกว่านี้มากถ้า สวทช. สามารถบอกได้ว่างบประมาณที่ท่านให้ไป ส่วนนี้เป็นส่วนที่ ไปต่อยอด ไม่ใช่ไปซ้ำซ้อนกับส่วนอื่น ๆ ที่เขาทำกัน อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะ จะได้รับฟังรายงานในปีหน้าอาจจะรอฟัง ดังนั้นในโอกาสนี้ผมขอฝากข้อเสนอไปยัง สวทช. ๒-๓ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ผมเรียนจริง ๆ ว่าฝากท่านทบทวน ท่านควรลำดับความสำคัญ เทคโนโลยีมุ่งเป้าว่าท่านควรจะพาประเทศ AI สำคัญในประเทศไทยในมิติไหน จะทำอย่างไร ให้ AI เรื่องนั้นส่งผลประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจได้จริง อาจจะเกิดประโยชน์ มากกว่า

ประเด็นที่ ๒ สวทช. ควรออกกรอบนโยบายเพื่อมุ่งสร้างอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ที่ไทยสามารถประกาศได้จริง ๆ ว่าเป็นจุดเด่นของเรา ทำอย่างไรให้เกิด Linkage หรือความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมในประเทศได้มาก ๆ

ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าส่วนสำคัญที่สุดของการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งก็ ตอบสนองกับสิ่งที่ท่านพูดไว้เมื่อตอนลุกขึ้นชี้แจงรายงาน ผมคิดว่าถ้าท่านจะพัฒนา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ท่านต้องตอบคำถามเรื่องแก้ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ให้ได้ ทำอย่างไรให้การพัฒนา AI นี้ไม่เป็นเพียงโอกาสของคนที่เรียนสูง ของคนที่มีฐานะ หรือบริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้น

สุดท้ายนี้ผมขอฝากท่านประธานไว้ว่าเรื่อง AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป นี่คือ การแย่งชิงและแข่งขันของโลกในยุคสมัยใหม่ ประเทศไทยเราเคยเข้าแข่งขันหลายรอบ ช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราเข้าไปแข่งในเรื่อง Social Commerce Platform Startup คำถามคือ เราประสบความสำเร็จหรือเปล่า ที่ผ่านมาเราสร้าง Unicorn ได้น้อยกว่าที่เราหวังไหม ผมคิดว่านั่นคือบทเรียนสำคัญที่การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ จำเป็นต้องถอดบทเรียน ผมก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับท่าน สวทช. และผู้บริหารทุกท่าน ขอบคุณครับ