สฤษดิ์ หารือจัดการขยะ-เสนอธนาคารขยะ ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือปัญหาขยะและเสนอให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติเพื่อเร่งแก้ไขอย่างยั่งยืน ทั้งยังเน้นย้ำความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายธนาคารขยะ ขยะเปียก และการบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณที่ได้มีโอกาส สรุปการนำเสนอญัตติในเรื่องของการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ร่วมอภิปรายร่วมกันจำนวนมาก ๖๐ กว่าคน ก็แสดงว่ายอมรับกันแล้วว่าเรื่องปัญหา ขยะนี้เราต้องควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติได้แล้ว วันนี้ประเทศชาติเรา ไม่ว่าจะปัญหาสังคม ผู้สูงอายุ ปัญหาโลกร้อนที่เรากำลังบอกกันอยู่ ปัญหาขยะล้นประเทศ อีกทั้งตาม ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เราก็บอกว่าเรามียุทธศาสตร์การสร้างความ เจริญเติบโตบนพื้นฐานคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จริง ๆ เป็นนโยบาย เป็นยุทธศาสตร์ และแม้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ยังพูดเรื่องของขยะและสิ่งแวดล้อมไว้ ผมเองในฐานะที่เป็น สส. ต่างจังหวัด ผมก็พยายามที่จะต่อสู้ ตั้งแต่สมัยที่แล้วก็พูดกัน เรื่องขยะ พยายามลดปริมาณอย่างไร ก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่าทุกคนเห็นพ้องต้องกัน แต่สำหรับ ผมแล้วผมมองไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล หน่วยย่อยที่จะต้องปลุกระดม ชาวบ้าน ปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนทุกคน ผมเชื่อครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ถ้าเกิดว่าตรงนี้ทฤษฎีผมจริง ๆ แล้ว สามารถจะใช้ได้ทุกสถานการณ์ ทฤษฎีสามเหลี่ยม ภาครัฐที่เราก็พูดคำว่า บูรณาการ นำหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข ถ้าจริง ๆ จริงจังดึงมาร่วมกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเราบูรณาการเชิงประชุม ประชุมจบก็จบกัน แล้วก็ แจกงานกันไปทำ ประชาชนเราก็พร้อม เพราะทุกหมู่บ้านนี้เรามีแนวร่วมประชาชน อสม. ซึ่งคลุมทุก ๑๐ หลังคาเรือน หรือ ๒๐ หลังคาเรือน ก็มี อสม. แล้ว เรามี อพม. พัฒนา สังคม เรามีชมรม มีผู้สูงอายุ ซึ่งตอนนี้อย่างที่ผมบอกนะครับ เป็นจำนวนมาก เพียงแต่ว่า เราทำอย่างไรถึงจะเร่งเร้าให้เขามีส่วนร่วมในการที่เขาสร้างขยะขึ้นมา เช่นเดียวกันครับ วันนี้ กระทรวงมหาดไทย ก็ได้มีรายงานผลการขับเคลื่อนตรงนี้ล่ะครับ กระทรวงมหาดไทย ได้ Kick Off ขับเคลื่อนธนาคารขยะร่วมกับ อปท. ๗,๗๗๓ หน่วย จะตั้งเป้าว่าใน ๖๐ วัน ต้องมีธนาคารขยะอย่างน้อย ๑ แห่ง และย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทั่วประเทศ บูรณาการทุกภาคส่วนหนุน เสริม ขับเคลื่อนร่วมกันกับ อปท. ทุกแห่ง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี ชีวิตที่มีความสุขกับยั่งยืนของประชาชนครับ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๖ ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เปิดเผยการขับเคลื่อนตรงนี้ นี่เคลื่อนมาแล้ว ๒๕ วัน เหลืออีก ๓๕ วัน หรือท่านจะมีเพียงธนาคารขยะประจำ อบต. ผมอยากให้ท่านขับเคลื่อน มากกว่านั้น นโยบายมันไม่มีทางสำเร็จได้ถ้าไม่มีการขับเคลื่อนหรือ Action ผมอยากให้ท่าน มีการดำเนินการ ที่กรมการปกครองก็ซื้อรถขยะให้ปีละ ๕๐๐ คัน คันละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ใช้งบประมาณปีละ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นวัตถุครับ แต่ถ้าคน ประชาชนมีจิตสำนึกให้รู้รับผิดชอบร่วมกันว่าสิ่งแวดล้อม อากาศ ดิน น้ำ มันเป็นของเรา ผมเชื่อเหลือเกินว่าตรงนี้จะเป็นพลังที่จะสร้างสรรค์สังคมได้ กระทรวงมหาดไทย ก็ประกาศมาตั้งแต่ ๒ ปีแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ ว่า เราจะเป็นจังหวัดสะอาด มีถังขยะเปียก ลดโลกร้อน ทุกตำบล หมู่บ้านต้องมีขยะ ผมก็ยังไม่เคยเห็นเลยครับ ที่มีขยะเปียกเป็นอย่างไร แล้ววันนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนไปยังท่านปลัดกระทรวง ที่เป็นคนรับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทย ถ้าขอทั่วประเทศก็อาจจะมากไป ผมขอจังหวัด ปราจีนบุรีนะครับ แล้วก็ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทางท่านนายอำเภอ ได้ขานรับนโยบาย นี้ด้วย เพราะทุกวันนี้ผมรณรงค์กับชาวบ้าน ไม่ใช่เพียงแต่ขยะเท่านั้น ความสะอาด ผมมอง ไปถึงเรื่องโลกร้อน วันนี้ผมอยากจะเสริมเรื่องธนาคารใบไม้อีก เราเอาใบไม้ที่เป็นทรัพย์ โดยธรรมชาติร่วงลงมา เราเอาใบไม้มาผสมกับมูลสัตว์คลุกกันหมักไว้จนเป็นปุ๋ยแล้วให้ ชาวบ้านไปใช้ มันเป็นการลดภาวะโลกร้อน ไม่ต้องไปเผา เห็นไหม ผมปลุกระดมชาวบ้าน นะครับ ผมเป็นนักปฏิบัติ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ฝากผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะนโยบายนี้ การขับเคลื่อนเป็นสิ่งที่ท่านเป็นคนกำหนดนะครับ ซึ่งผมดีใจว่าท่านก็ Kick Off มาแล้ว ๒๕ วันแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ ๓๕ วัน ก็จะครบ ๖๐ วัน ผมเกรงว่ามันจะมีแต่ป้าย ธนาคารขยะติดอยู่ตาม อบต. ต่าง ๆ แต่การกระทำก็อาจจะเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าไม่มีส่วนร่วม หรือภาครัฐเป็นผู้บูรณาการ ประชุม สั่งการ และขอความร่วมมือจากชาวบ้าน พ่อแม่พี่น้อง ทุกคนที่เป็นคนสร้างขยะตรงนั้น หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ใช้น้ำ ใช้ลม ใช้อากาศ ในหมู่บ้านนั้น ปลุกจิตสำนึกขึ้นมา ถ้าเราต้องการให้ขยะทุกอย่างหลุดออกจากประเทศไทย เดี๋ยวผมจะขอยกตัวอย่างนิดหนึ่ง แม้ประเทศรวันดาในแอฟริกา เป็นประเทศยากจน ฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ เขายังมีนโยบายเรื่องความสะอาดขึ้นมา ทั้งประเทศก็ขานรับ โรงงานก็ไม่เลิกผลิต พลาสติก คนจะเข้าห้างก็ต้องมีถุงผ้า ผู้นำประเทศก็ลงมากวาดถนนด้วยกันทุกวันจันทร์ หรือวันอังคาร ทุกคนต้องร่วมมือกันครับ ไม่ใช่เพียงแต่นโยบายที่สวยหรูประกาศกันออกมา ให้พอแต่ว่าปีนี้จะทำอะไร สุดท้ายครบ ๖๐ วัน ก็คงจะหยุดโครงการไป ผมถึงกราบเรียน นะครับ กราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าอยากเห็นประเทศไทยสะอาด อยากเห็น ประเทศไทยน่าดู เพราะเรามีธรรมชาติที่สวยงาม มีความอบอุ่น มีความน่ารัก มีความ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ นี่ละครับ ที่การจะกลายเป็น Soft Power ที่ทำให้ประเทศไทยเรานี้ เป็นเมืองที่น่าอยู่บนพื้นฐานการเจริญเติบโตที่มีคุณภาพชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ขอกราบขอบพระคุณมากครับ เป็นเมืองที่น่าอยู่บนพื้นฐานการเจริญเติบโตที่มีคุณภาพชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ขอกราบขอบพระคุณมากครับ