ปิยรัฐ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการขยะ ชี้ปรับระบบบำบัดกลิ่นอินทรีย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

ปิยรัฐ จงเทพ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะชุมชน พร้อมทั้งหารือปัญหามลภาวะกลิ่นจากโรงงานจัดการขยะอินทรีย์ที่อ่อนนุชซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่บางนาและพระโขน

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตพระโขนง เขตบางนาครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิก เรื่อง การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการจัดการขยะชุมชน ของคุณพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เพื่อนสมาชิก นะครับ วันนี้หลักการที่ผมสนับสนุนเรื่องนี้คือการจัดการปัญหาขยะชุมชนที่ส่งผลต่อ ประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบ ในการจัดการขยะเกี่ยวกับขยะอินทรีย์ หลังจากที่มีการก่อตั้งโรงจัดการขยะที่บริเวณ อ่อนนุช ๘๖ เขตใกล้เคียงกับเขตบางนา เขตพระโขนงของกระผมนี้ ซึ่งแน่นอนในพื้นที่ กรุงเทพมหานครนั้นจะมีจุดกำจัดขยะหรือจัดการกับขยะทั้งหมด ๓ จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นสายไหม หนองแขม และอ่อนนุช ซึ่งแน่นอนครับ ผลกระทบใกล้เคียงกันเลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือส่งกลิ่นเหม็นไปคละคลุ้งทั่วเขตพื้นที่ใกล้เคียงและเขตพื้นที่ในการตั้งที่ทำการ โรงงานจัดการขยะนี้เอง ซึ่งภาพที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นจุดบริเวณอ่อนนุชครับท่านประธาน ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นที่จัดการขยะที่เราเรียกว่า โครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิต พลังงานขนาดไม่น้อยกว่า ๘๐๐ ตันต่อวัน ซึ่งจัดการหรือบริหารโดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดนี้ผู้ถือหุ้นโดยกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. จำนวนหุ้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๙๙.๙๘ เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยกรุงเทพมหานครนั่นเอง และได้ทำสัญญากับกรุงเทพมหานครเพื่อก่อสร้างโรงจัดการขยะมูลฝอยเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า สะอาด แต่มันไม่ได้สะอาดอย่างที่คิดครับ อันนี้คือผังโรงงาน ผังจุดจัดการขยะอินทรีย์ที่พูด ง่าย ๆ ภาษาชาวบ้าน ก็คือเอาขยะที่มาจากเศษอาหารไปหมักให้ได้แก๊สไข่เน่าขึ้นมานะครับ แล้วก็เอาไปผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ในขณะที่เวลาคุณจัดการขยะนั้นคุณบอกว่าคุณมีระบบ จัดการ คุณมีระบบจัดการกลิ่น คุณมีระบบจัดการกาก แต่สุดท้ายแล้วกลิ่นเหล่านั้น โชยคละคลุ้ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว ไปหลายสิบกิโลเมตร โดยเฉพาะเขตบางนา ของผมนั้นเปิดหน้าต่างออกไม่ได้นะครับท่านประธาน นั่งทานข้าวอาหารเย็นอยู่รับประทานกัน ไม่ได้เลยทีเดียว เพราะว่ากลิ่นค่อนข้างรุนแรง จนกระทั่งกรมอุตสาหกรรมโรงงานได้ลงพื้นที่ ไปตรวจสอบ ต้องขอบคุณท่านอธิบดี เดือนเมษายนปี ๒๕๖๖ ปีที่ผ่านมานี้เอง ลงพื้นที่ไป แล้วพบปัญหาจริงตามสิ่งที่ประชาชนร้องเรียน สั่งปิดโรงงานเลยครับ สั่งปิดโรงงานให้ไป จัดการเรื่องการจัดการกลิ่นก่อนที่คุณจะเปิด ซึ่งเราไปดูกันครับ ผังสถิติ ท่านจะเห็นสีเขียว ๆ นั้น คือจำนวนปริมาณขยะต่อเดือน พอเดือนพฤษภาคมสั่งปิดปุ๊บลดเหลือศูนย์เลย หมายถึงว่า ไม่เอาขยะเข้ามา ให้ไปจัดการขยะก่อน ไปจัดการกลิ่นให้เรียบร้อย จนกระทั่งเดือน พฤศจิกายนเปิดใหม่อีกรอบหนึ่ง เรื่องร้องเรียนมาเต็มที่เลยครับ มาผ่านผู้แทนราษฎร มาผ่าน สก. ก็มาผ่านเขตว่ากลิ่นกลับมาอีกแล้วและรุนแรงกว่าเดิม หมายความว่าการจะเอา ขยะอินทรีย์เอาไปทำให้เกิดการจัดการขยะบอกว่าแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง แก้ไขปัญหา ต่าง ๆ นั้นกลับเป็นสร้างมลภาวะทางกลิ่น หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันตั้งเป็นคณะทำงานขึ้นมา ตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมา ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งแน่นอนพอไปดูรายงานจริง ๆ โรงงานนี้เริ่มก่อสร้างมา ปี ๒๕๖๑ ครับท่านประธาน เปิดดำเนินการมา ปี ๒๕๖๓ ด้วยวงเงินงบประมาณ ๓,๕๐๔ ล้านบาท ซึ่งเปิดมา ปี ๒๕๖๓ แต่ถูกปิดไป ปี ๒๕๖๖ และเปิดใหม่อีกทีเดือนพฤศจิกายน ผมทราบว่า จะถูกสั่งปิดอีกเร็ว ๆ นี้ และกำลังพิจารณาที่จะต่อสัญญาว่าจะมีการต่อสัญญาโรงงานนี้ ต่อหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาจะต่อสัญญา ผมเคยเข้าไปพบกับท่าน ผอ. สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร พร้อมเพื่อน สส. กทม. ของกระผมนี้ ท่านก็ได้รับปากว่าถ้าจะมีการต่อ สัญญาก่อสร้างหรือผลิตโรงงานไฟฟ้านี้ต่อก็จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ก่อน ก็จะต้องทำ ถามพี่น้องประชาชนก่อน เราก็อยากยืนยันว่าถ้าจะถามจริง ๆ ก็อย่าไปถามเฉพาะในเขต พื้นที่อ่อนนุชบริเวณนั้น ก็มาถามแถวพระโขนง บางนาด้วย เพราะว่ากลิ่นไปไกลเหลือเกิน ฉะนั้น ๕ ข้อหรือ ๔ ข้อเรียกร้อง ที่ทางคณะกรรมการพูดคุยกัน บอกว่าขอ ๔ ข้อแก้ไข และข้อแนะนำ ๑. ก็คือเพิ่มเวลาล้างทำความสะอาดโรงงานในจุดที่เป็นต้นกำเนิดของกลิ่น หมายความว่า เราต้องมีการทำความสะอาดบ้างไม่ใช่ว่าผลิตอย่างเดียว และ ๒. ก็คือ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดกลิ่นภายในอาคาร จริง ๆ ในโรงงานตัวนี้ มีระบบบำบัด กลิ่นแต่ไม่รู้ว่าไม่มีประสิทธิภาพหรือหย่อนยานตรงไหนถึงส่งกลิ่นออกมาได้ขนาดนั้น ๓. ก็คือ ก่อสร้างปิดคลุมโรงงานให้มิดชิดกว่าเดิม พูดง่าย ๆ ว่าหลายจุดเวลาเขาจะเติมกาก เศษอาหาร ท่านประธานครับ เขาก็จะเปิดประตูทั้งหมด ๑๔ บาน มีประตู ๑๔ บาน เขาจะ เปิดทีละบาน กลิ่นมันออกมาตอนเปิดประตูนี้นะครับท่านประธาน ฉะนั้นเขาบอกว่าเดี๋ยวเขา จะทำครอบอีกทีหนึ่ง ครอบประตูอีกทีหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโครงการต่อไปหรือไม่ สุดท้ายแล้ว ก็คือการจัดช่วงเวลาการทำงานในส่วนต่างของโรงงาน หมายความว่าเขาบอกว่าถ้าช่วง กลางวัน ช่วงกลางวันประชาชนไม่อยู่บ้านพักอาศัยไปทำงาน เขาจะเริ่มเติมเศษอาหาร ในเวลานี้ พูดง่าย ๆ ว่าเศษขยะอินทรีย์ในเวลานี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ส่วนกลางคืน ประชาชนกลับมา เขาจะไม่เติม แต่สุดท้ายแล้วก็ยังส่งกลิ่นอยู่ ก็แสดงว่ายังมีการเปิดเติมเศษ อาหารในช่วงกลางคืนอยู่ ก็อยากสนับสนุนญัตตินี้ของเพื่อนสมาชิกเพื่อไม่ใช่แค่การไปพูดว่า จะต้องมีการทำโรงงานสะอาด เพื่อพลังงานสะอาดอย่างเดียว แต่ผลกระทบต่อสังคมใน อนาคตก็จะต้องช่วยกำกับดูแลด้วย เรื่องนี้ผมก็ท้วงติงไปในที่ประชุมของ กทม. แล้วก็ ในที่ประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ซึ่งแน่นอนสิ่งที่เขาแจ้งตอบกลับมาก็คือว่า พวกโรงงาน พวกสถานที่ก่อสร้างเกี่ยวกับการบำบัดขยะ บ่อขยะเหล่านี้มันตั้งมาก่อนคุณเกิด เสียอีก เพราะในบริเวณโดยรอบนั้นมันเป็นป่าหญ้าทั้งนั้น เมื่อ ๓๐ ปีก่อน จริงอยู่เมื่อ ๓๐ ปีก่อน มันเป็นป่าหญ้าเป็นทุ่งหญ้า แต่ว่า ณ เวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป ก็อยากให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ถ้าจะมีการตั้งขึ้นก็พิจารณาเรื่องอนาคตด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน