ชลธิชา แจ้งเร็ว อภิปรายประเด็นการจัดการขยะมูลฝอยในจังหวัดปทุมธานี โดยระบุถึงปัญหาการทิ้งและเผาขยะในพื้นที่รกร้างใกล้ชุมชนและแหล่งน้ำ รวมถึงข้อจำกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานที่กำจัดขยะที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ จึงเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคก้าวไกล วันนี้ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตตินี้ในการตั้งคณะกรรมาธิการกรรมาธิการ วิสามัญ เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนะคะ โดยในวันนี้ดิฉันจะขออภิปรายในแง่ของข้อจำกัดในการบริหารจัดการขยะ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถดำเนินการจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่ควรโดยลำพัง ซึ่ง ๒ ประเด็นหลัก ที่อยากจะพูดถึงในที่นี้ ประเด็นแรก ก็จะเป็นเรื่อง ของปัญหาของสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องของปัญหาที่ดินรกร้างที่ถูกใช้เป็นที่ทิ้งขยะและที่เผาขยะไปในตัว สำหรับภาพรวม ของการกำจัดขยะมูลฝอยในจังหวัดปทุมธานีของเรา ข้อมูลจาก Website ของกรมควบคุม มลพิษได้ระบุว่า ในจังหวัดปทุมธานีมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยอยู่ทั้งหมด ๔ แห่งด้วยกัน โดยแบ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะที่ดำเนินการไม่ถูกต้องถึง ๒ แห่ง และเป็นสถานีขนถ่ายขยะ ๒ แห่ง ซึ่งไม่ได้มีข้อมูลปรากฏว่ามีการดำเนินการที่ถูกต้องหรือไม่อย่างไร และในช่วง ปี ๒๕๖๕ ข้อมูลได้ระบุว่าจังหวัดปทุมธานีมีปริมาณขยะมูลฝอย ประมาณ ๗๐๖,๐๐๐ กว่าตัน และหลังจากที่ขยะเหล่านี้ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์และถูกกำจัดแล้วนั้นยังคงเหลือ ขยะที่ตกค้างอยู่ สูงถึง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าตัน อันนี้เฉพาะตัวเลขของจังหวัดปทุมธานีเท่านั้น นอกจากปัญหาที่ว่าเรากำลังสร้างขยะจำนวนมหาศาลแล้วนั้น ความสามารถในการนำ กลับมาใช้ประโยชน์ได้ก็น้อยนิดเท่านั้น และที่สำคัญปัญหาอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ การที่เราขาดประสิทธิภาพในการกำจัด ขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้วยเช่นเดียวกันค่ะ ข้อมูลจาก Website ของ กรมควบคุมมลพิษระบุเป็นตัวอักษรสีแดงตามสไลด์ด้านบนว่า บ่อขยะ ๒ แห่งนี้ในจังหวัด ปทุมธานีนั้นดำเนินการไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจหมายถึงการเทกอง การเผากลางแจ้ง หรือการใช้ เตาเผาที่ไม่มีระบบการกำจัดมลพิษทางอากาศ แต่อย่างไรก็ดี Website ก็ไม่ได้บอก รายละเอียดว่าทั้ง ๒ สถานที่ในการกำจัดขยะแห่งนี้นั้นมีปัญหาอย่างไรบ้างที่ไม่ถูกต้อง แต่ข้อมูลก็ได้ระบุว่าบ่อขยะ ๑ ใน ๒ แห่งนี้ใช้วิธีการนำขยะมาเผาเป็นเชื้อเพลิง หรือ RDF นั่นเอง และจากข้อมูลของเว็บไซต์ Website ของกรมควบคุมมลพิษก็ระบุต่อไปอีกว่ามี แหล่งน้ำผิวดินอยู่ในรัศมีโดยรอบของบ่อขยะเอกชนแห่งนี้ แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบค่ะ ท่านประธาน ไม่ได้มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินของสถานที่กำจัด ขยะมูลฝอย และรวมไปถึงบริเวณใกล้เคียงของสถานที่ในการกำจัดขยะมูลฝอยอีกเช่นเดียวกัน ท่านประธานคะเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมากที่เรามีสถานที่กำจัดขยะที่จดจัดแจ้งถูกต้องตาม กฎหมาย แต่ว่าเราไม่สามารถบังคับใช้ให้ถูกต้องตามหลักวิธีการในการจัดการขยะที่ดีได้ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นโจทย์สำคัญของพวกเราที่จะต้องพูดถึงต่อไป ดิฉันขอยกตัวอย่าง โดยในภาพจะเป็นภาพของภูเขาขยะในบริเวณพื้นที่ของอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งภูเขาขยะในส่วนนี้ก็ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาสีเขียว อยู่ใกล้กับชุมชนแล้วก็พื้นที่เกษตรกรรม ของประชาชน และเมื่อเราสำรวจแหล่งน้ำที่ห่างออกไปไม่ถึง ๑๐๐ เมตร ก็พบสภาพดังกล่าว ว่าน้ำมีคุณภาพที่ทรุดโทรมอย่างมากแล้วก็มีสีดำ ที่สำคัญขณะนี้ส่งกลิ่นเหม็นอย่างมาก ดิฉันมีโอกาสได้คุยกับประชาชนซึ่งพักอาศัยอยู่ห่างจากบ่อขยะดังกล่าวกว่า ๓ กิโลเมตร แต่ว่ากลิ่นขยะก็ยังรบกวนไปถึงบริเวณดังกล่าว นอกจากปัญหาเรื่องของบ่อขยะแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญในการจัดการขยะในพื้นที่โดยเฉพาะในแหล่งชุมชน ก็คือเรื่องของการ ทิ้งขยะและการเผาขยะในที่ดินรกร้าง จังหวัดปทุมธานี เรามีพื้นที่ที่ดินรกร้างกระจายอยู่ทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่เป็นชุมชนเมืองก็มีพื้นที่รกร้างที่กลายเป็นจุดทิ้งขยะ เช่นเดียวกัน แล้วพื้นที่รกร้างเหล่านี้ที่กลายเป็นพื้นที่ทิ้งขยะ ก็อยู่ไม่ได้ห่างไกลจากชุมชน เท่าใดนัก แล้วหลายครั้งก็เป็นพื้นที่ ที่ทั้งรถบรรทุกเอง หรือว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถ เข้าถึงได้ง่ายเช่นเดียวกัน แล้วยิ่งไปกว่านั้นในพื้นที่ก็มีตลาดไท หรือว่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ ประเทศไทย เป็นตลาดกลางส่งสินค้าทางการเกษตร และอาหารสด ดิฉันพบว่าในบริเวณ ใกล้เคียงของตลาดไท ก็มีจุดบางจุดที่กลายเป็นพื้นที่ทิ้งขยะ ซึ่งตามภาพสไลด์ด้านบนพื้นที่ ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกลักลอบมาทิ้งขยะ ภาพจากสไลด์ทางซ้ายมือนี้ก็จะเป็นตั้งแต่ตอน ช่วงเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๖ ผ่านมาแล้วเกือบ ๓ เดือน พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการจัดการขยะ ทางเทศบาลยังไม่ได้เข้าไปจัดเก็บขยะแต่อย่างใด มิหนำซ้ำเราพบว่ากองขยะนั้นมีเพิ่มมากขึ้น เสียด้วยซ้ำไป ซึ่งในส่วนนี้ดิฉันเข้าใจทาง อปท. ว่าไม่ง่ายเลยจริง ๆ ในการจัดการ โดยเฉพาะ ในพื้นที่ที่มีพื้นที่รกร้างอยู่เป็นจำนวนมหาศาล และจากการพูดคุยกับทาง อปท. หลายแห่ง ในจังหวัดปทุมธานีก็ได้มีการอ้างว่าหน่วยงานของภาครัฐเองไม่ง่ายเลยจริง ๆ ในการที่จะเข้า ไปจัดเก็บขยะในพื้นที่รกร้างของเอกชน โดยที่หากไม่มีการร้องเรียนมาจากทาง ภาคประชาชน ดิฉันจึงคิดว่าเรื่องนี้อาจจะต้องกลับมาทบทวนทั้งในเรื่องของกฎหมาย บทลงโทษ แล้วก็การเข้าถึงข้อมูลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เขาทำงานได้ง่าย ขึ้นค่ะ ดิฉันจึงสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน ที่จะต้องทำการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะ และสิ่งที่สำคัญคือถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องทำการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ และที่สำคัญเพิ่มกำลังบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ และองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไข ปัญหาค่ะ รวมไปถึงอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการกระตุ้นให้ประชาชนได้เข้ามามี ส่วนร่วมในการจัดการขยะในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งแต่ที่บ้าน คือการคัดแยกขยะอย่าง จริงจัง โดยมีหน่วยงานของท้องถิ่นให้การอำนวยความสะดวกทั้งในแง่ขององค์ความรู้ แล้วก็ เครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ประชาชนในพื้นที่ ขอบพระคุณค่ะ