สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

เฉลิมพงศ์ แสงดี หารือเรื่องขยะในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ผมได้กรุณาอภิปรายตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการขยะ ที่ท่าน สส. พูนศักดิ์ จันทร์จำปี และเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลได้ร่วมกันเสนอ ท่านประธานครับ ปัญหาขยะ ถือเป็นปัญหา ใหญ่ระดับประเทศ เท่าที่ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมา ไม่ว่าจังหวัดใด ๆ ก็ล้วนแต่ มีปัญหาขยะกันทั้งนั้น ผมพอจับประเด็นได้ว่าขยะนั้นเอาเข้าจริง ๆ เราสามารถจัดกลุ่ม ได้เป็น ๒ กลุ่มใหญ่ นั่นคือปัญหาขยะล้นเมืองกับปัญหาว่าด้วยการจัดการขยะล้นเมือง อย่างไรโดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศ ๒๔.๙๘ ล้านตัน ลดลงร้อยละ ๑.๔๕ ตัน จากปี ๒๕๖๓ ที่ลดลงนั้นไม่ใช่เพราะว่าเราสร้างขยะน้อยลงนะครับ แต่จำนวน นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาประเทศไทยน้อยลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-๑๙ เพราะฉะนั้นอย่าดีใจกับตัวเลขนี้นะครับท่านประธาน เพราะปี ๒๕๖๕ กรมควบคุมมลพิษเอง ก็มีรายงาน มีปริมาณขยะมูลฝอยรวมทั้งประเทศมากกว่าปี ๒๕๖๔ ตัวเลขอยู่ที่ ๒๕.๗ ล้านตัน พอไม่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ขยะก็กลับมาเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องดูตัวเลข ของปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ ว่าพอไม่มีโควิดและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ กิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวที่รัฐบาลพยายาม Promote เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับมาเที่ยวในประเทศไทยนั้น มีตัวเลขปริมาณขยะมูลฝอยจะเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ พอพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยว ผมขอแวะไปที่จังหวัดภูเก็ตของผมสักนิดหนึ่งครับ ไม่แวะไม่ได้ ครับท่านประธาน เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวระดับโลก รัฐบาลก็ให้ความสนใจ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เดินทางไปจังหวัดภูเก็ตหลายครั้ง หรือเวลาท่านนายกรัฐมนตรี เดินทางไปต่างประเทศก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ดังนั้น เรื่องขยะในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต จึงเป็นประเด็นสำคัญ ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของ ประเทศ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดภูเก็ตมีภาคพี่น้องประชาชนจิตอาสาได้รวมตัวกันในนาม Page ขยะมรสุม ได้ทำจัดกิจกรรมเก็บขยะตามชายหาดต่าง ๆ เช่น หาดป่าตอง หาดกะรน หาดกะตะ และหาดราไวย์ และยังได้พบว่าขยะที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากบนฝั่งเสียทีเดียว แต่มาจากเรือสำราญ เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ และมาจากน่านน้ำทะเลประเทศอื่น ที่ถูกลมมรสุมพัดพามาที่ชายหาดบ้านเรา ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ หากได้ตั้งขึ้นมา ก็ควรนำประเด็นทำนองนี้ไปเข้าพิจารณาหาทางออกด้วยกันครับ ท่านประธานครับ ในเชิง ภาพรวม การบริหารจัดการขยะจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันมีศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมเทศบาล นครภูเก็ตอยู่ที่เดียว ซึ่งต้องรับผิดชอบการจัดการขยะ ทั้ง ๑๙ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือขยะจากทุก อบต. ทุกเทศบาลที่ถูกนำมาทิ้งรวมกันต้องวิ่งเข้าสู่ในเมือง พร้อมทั้งนี้มี การดำเนินการให้เอกชนเข้ามารับผิดชอบลดขยะ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งปฏิกูลหรือของเหลว ต่าง ๆ ที่ติดมากับขยะ เพราะไม่ได้คัดแยก ไหลลงถนนจนเกิดภาพไม่น่ามอง บางครั้ง เกิดอุบัติเหตุกับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยหารือกับท่านประธานไปแล้ว ในปัจจุบันก็ยังไม่มี การแก้ไข ในเชิงศักยภาพตอนนี้บ่อฝังกลบ ๕ บ่อ รับรองขยะได้รวม ๓.๓ ล้านตัน มีเตาเผา อยู่ ๒ เตา ปัจจุบันชำรุด ๑ เตา อยู่ระหว่างการซ่อมแซม เตาเผาที่ใช้การได้มีเตาเผาขยะแบบผลิตกระแสไฟฟ้า สามารถกำจัดขยะได้วันละ ๗๐๐ ตัน ในขณะที่ปริมาณขยะจังหวัดภูเก็ตต่อวัน เฉลี่ยอยู่วันละ ๘๕๑ ตัน มากกว่าศักยภาพที่เตาเผา กำจัดขยะต่อวัน อันนี้ตัวเลขเมื่อปี ๒๕๖๖ ผมโทร Check ข้อมูลล่าสุดเมื่อเช้านี้ ทุกวันนี้ทะลุ ไปวันละ ๙๐๐ ตันแล้วครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าปริมาณขยะเตาเผาไม่ทันในแต่ละ วัน จะถูกนำไปฝังกลบ ซึ่งทำให้เกิดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมตามมา อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตก็มีแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการลดปริมาณการคัดแยก ขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้ควรทำเป็นเชิงรุก คือรณรงค์ให้ทุกโรงแรม ทุก Resort แยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดต้นทุนในการจัดการขยะ ในส่วนการก่อสร้าง บ่อขยะหรือเตาเผาขยะเพิ่มเติมตามที่จังหวัดภูเก็ตมีแผนดำเนินการนั้นก็ควรสร้าง ความเข้าใจกับประชาชน คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม จัดหาสถานที่ที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และคำนึงถึงมลภาวะที่จะเกิดขึ้นกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ เรื่องทั้งหมดนี้คงมีหลายประเด็นที่จะต้องลงรายละเอียดกันในคณะกรรมาธิการ วิสามัญ หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้มีการลงมติขึ้นในวันนี้ ผมจึงขออภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาขยะให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้ด้วยดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน