ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยกตัวอย่างปัญหาบ่อขยะทับมาในจังหวัดระยองที่ก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส มีการมีส่วนร่วมจากชุมชน และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการ ขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเข้ามาพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นการอภิปรายเรื่องราวด้วยการพูดถึงผู้ชาย ๑ ท่าน ขอสไลด์ ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
คนที่อยู่ในภาพคือทนายประเสริฐ รักเผ่า รุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยบูรพาของผม ซึ่งได้เสียสละชีวิตจากการคัดค้านบ่อขยะรวม แบบครบวงจรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าบ่อขยะทับมา เนื่องจากมีความกังวลว่าบ่อขยะดังกล่าวจะสร้างมลพิษต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ โดยรอบ ท่านประธานครับ ทนายประเสริฐ รักเผ่า ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ต่อมาหลังจากนั้นไม่นานมีกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพา ชื่อกลุ่มลูกชาวบ้านร่วมกับ เพื่อนนักศึกษาจากอีกหลายมหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน ร่วมกันจัดเวที คัดค้านบ่อขยะทับมาที่วัดเขาโบสถ์ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ภาพที่ท่านประธานเห็นอยู่ ในขณะนี้ ๑ ในนั้นคือผมเมื่อ ๑๔ ปีก่อน และในนั้นมีคุณปกรณ์ อารีกุล และคุณธิวัชร์ ดำแก้ว อดีตผู้สมัคร สส. พรรคก้าวไกลยืนอยู่ตรงนั้น วันนั้นพวกผมจำได้ว่าชาวบ้านมาร่วม หลายร้อยคน พวกเขาต่างกังวลถึงปัญหามลพิษ มลภาวะที่จะเกิดขึ้นจากบ่อขยะ แม้สุดท้าย เสียงทัดทานคัดค้านของพวกเราและชาวบ้านทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง และหนองตะพาน อำเภอบ้านค่ายในวันนั้นจะดังไม่มากพอที่จะหยุดโครงการดังกล่าว จนสุดท้ายแล้วโครงการนี้ได้ก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ท่านประธานทราบไหมครับ ข้อห่วงใย ที่ชาวบ้านกังวลเมื่อ ๑๔ ปีก่อน วันนี้ปัญหาเหล่านั้นเกิดขึ้นทุกอย่าง ทั้งกลิ่นเหม็น น้ำเสีย ปัญหาเรื่องขยะล้นบ่อที่ฝังกลบเป็นภูเขาขยะในอนาคต เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นทุกอย่างครับ มันก็เหมือนภารกิจที่ผ่านมา ๑๔ ปี แล้วยังไม่จบ เพราะทุกวันนี้ผู้แทนเจ้าของพื้นที่ คือ สส. กมนทรรศน์ จากตำบลทับมา และผมในฐานะผู้รับผิดชอบตำบลหนองตะพานก็ต้องรับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่แทบทุกวัน คือการที่ขยะไม่มีคนมาเก็บนะครับ ท่านประธาน นึกภาพถังขยะที่ไม่มีคนเก็บ จานชามไม่มีคนล้าง มีของบูดเน่าอยู่ใกล้ตัว มันเหม็นทนไม่ไหวขนาดไหน ชาวทับมาและชาวหนองตะพานต้องทนอยู่กับเรื่องแบบนี้ หนีไปไหนไม่ได้เพราะบ้านเขาอยู่นั้น ทุก ๆ วันมานับสิบปีมันจะเกินทนขนาดไหนครับ การจัดการที่ไม่ดีขนาดนี้จะทำให้ชาวบ้านต้องย้ายบ้านหนีเลยหรืออย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเดือนที่แล้วผมได้มีโอกาสลงพื้นที่บ่อขยะดังกล่าวร่วมกับคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็พบว่าการบริหารจัดการขยะในบ่อขยะทับมา ในปัจจุบันมีปริมาณขยะจากทั่วสารทิศในจังหวัดระยอง ประมาณวันละ ๑,๐๐๐ ตัน มีการจัดการแบบเผาได้โดยประมาณที่ ๕๐๐ ตัน แบบ RDF ที่เหลือจัดการด้วยการฝังกลบ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่น เพราะมีการเปิดปากฝาบ่อไว้กว้างมาก มีปัญหาน้ำเสียที่มาจาก การคัดแยกขยะของโรงคัดแยกขยะเอกชนโดยรอบไหลลงสู่ลำรางสาธารณะ ซึ่งบ่อขยะของ อบจ. ก็สามารถปฏิเสธได้ครับว่าเป็นการคัดแยกขยะโดยเอกชน แต่ว่าอย่าง นั้นมันก็กำปั้นทุบดินไปนะครับ เพราะว่ามีบ่อขยะรวมครบวงจร สร้างไว้แห่งเดียว แล้วปิดไว้ ทุกบ่อขยะที่มีของ อปท. โดยรอบ อย่างไรเขาก็ต้องมาคัดแยกขยะที่นี่ครับ เขาจะไปคัดแยก ที่ไหนยิ่งไกลยิ่งส่งง่าย ก็เลยเกิดปัญหาผลกระทบ ในการลงมติครั้งนั้นผมได้ลงพื้นที่ร่วมกัน และทาง สส. พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ๑ ในกรรมาธิการที่ดินได้เสนอแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาไปแล้ว ว่าให้การลดการเปิดปากบ่อ เปิดเป็นตารางหมากรุกและดูดกลิ่น ดูดก๊าซมีเทนไปเผาเพื่อลด ปัญหาของกลิ่นออกไป และผมได้เสนอให้มีการจัดทำ Zoning รับเรื่องร้องเรียนจาก ประชาชนเพื่อจะได้ทราบว่าจะทำการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องทนกับกลิ่นทุกวันได้ อย่างไร ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องที่เสนอไปจะได้รับการรับผิดชอบและนำไปปรับใช้เพื่อ เยียวยาและแก้ปัญหากลิ่นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมมีความจำเป็นต้อง กล่าวถึงการที่ อบจ. ระยอง ได้มีการดำเนินการรวบอำนาจไปทำเอง รวมศูนย์การจัดการ ทั้งหมดไว้ที่บ่อขยะแห่งเดียวจนจัดการไม่ไหว จริงอยู่ที่โครงการบ่อขยะเป็นโครงการที่ไม่มี ใครอยากเอาไปไว้หน้าบ้านตัวเอง แต่การจัดการก็ต้องเริ่มด้วยความจริงใจ โปร่งใส ไม่หมกเม็ด ไม่ใช่ทำแบบ ๑๔ ปีก่อนที่บอกว่าทำแล้วดีไม่มีปัญหา แต่พอมาวันนี้ปัญหาเกิด ภาคประชาชนเขาจะเสื่อมความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ ต่อภาคการเมือง ต่อภาคราชการขนาดไหน ๑๐ กว่าปีแล้ว ที่บ่อขยะทับมาเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าการรับปากของรัฐที่บอกว่าทำได้ ไม่มีปัญหาคือคำที่ทำไม่ได้จริง ผมเชื่อว่าหลักการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการขยะ เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่ต้องทำอย่างครอบคลุมรอบด้าน มีคำสั่งและทิศทางในการเพิ่ม ปริมาณของสิ่งที่จำเป็น ทั้งผู้ปฏิบัติงาน ทรัพยากรลดขยะ ต้องเพิ่มการจัดการคัดแยกขยะ ที่ต้นทางในระดับนโยบาย รวมทั้งท้องถิ่นก็ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามามี ส่วนร่วมในการบริหารจัดการให้ชาวบ้านได้ร่วมตรวจสอบมลพิษ มลภาวะที่จะเกิดขึ้นจาก การมีบ่อขยะในพื้นที่ มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ใช้งบไม่ถูกวิธี ไม่ใช่ ใช้งบไปทีว่าได้ใช้แล้วแต่ไม่เกิดการแก้ปัญหาเลย และที่สำคัญในจังหวัดระยองวันนี้ยังมีอีก หลายพื้นที่ที่มีโครงการอีกหลายโครงการทั้งของภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชนในเรื่องขยะ เพราะล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองเองก็มีความตั้งใจจะเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงาน ขยะเพื่อเผาขยะให้ได้มากขึ้น ซึ่งยังเกิดคำถามจากประชาชนว่า เราจะจัดการกับขยะได้จริง ด้วยการเผาหรือไม่ และผลกระทบจะเป็นอย่างไร ก็อยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอบคำถาม สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด เพื่อให้ครั้งนี้เมื่อเกิดการแก้ไข ปัญหาจะไม่นำไปสู่ปัญหาครั้งต่อไป และโรงไฟฟ้าจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดหรือไม่ เรื่องนี้ต้องประชาสัมพันธ์และสร้างการมีส่วนร่วมให้มากกว่าเดิม อย่าให้เหมือน ๑๔ ปีที่ผ่านมา รวมถึงที่ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง ที่กำลังจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ อุตสาหกรรม และมีการจัดเวทีที่กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ ณ เวลานี้ จนเกิด ความกังวลเรื่องอิทธิพลต่าง ๆ ในพื้นที่ของผู้คัดค้าน เรื่องเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐไทยไม่เคย เปลี่ยนไปจาก ๑๔ ปีก่อนที่ผมเริ่มเข้ามาในเวทีการต่อสู้เพื่อประชาชนเลย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลนี้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับชีวิตและเสียงของพี่น้องประชาชน ให้สิทธิเขาได้พูดและปกป้องพวกเขา อย่าให้ประชาชนต้องมาตายจากการที่เขาเพียงแค่ ลุกขึ้นมาพูดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากบ่อขยะ อย่าให้ใครต้องมาถูกยิงตายแบบทนายประเสริฐ รักเผ่า อีกต่อไปเลยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ