พชร ชี้ปัญหาขยะเพิ่ม-เสนอศึกษาโมเดลสีคิ้วแก้ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

พชร จันทรรวงทอง หารือปัญหาขยะมูลฝอยที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยทั้งประชากร ความเติบโตของเมือง วิถีชีวิตผู้บริโภค และขาดจิตสำนึกในการคัดแยก พร้อมชี้ให้เห็นถึงปัญหาการกำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องถึงร้อยละ 28 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย โดยเสนอให้เร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของเทศบาลเมืองสีคิ้วที่ใช้เทคโนโลยีฝังกลบขยะแบบกึ่งใช้อากาศ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง ลดปัญหากลิ่นและก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเห็นผล และเสนอให้ศึกษาแนวทางนี้เพื่อนำไปขยายผลทั่วประเทศเป็นโมเดลการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ในวันนี้กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อให้มีการศึกษาและหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาการบริหารการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ปัญหาขยะมูลฝอยถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะมีทวีความรุนแรง เพิ่มขึ้นทุกปีเป็นผลมาจาก ๔ ปัจจัย ดังนี้

ปัจจัยที่ ๑ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น โดยจากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พบว่าในปี ๒๕๖๕ ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มีปริมาณทั้งหมด ๒๕.๗ ล้านตัน หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ตันต่อวัน แล้วเมื่อเปรียบเทียบ กับจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ ในปี ๒๕๖๕ ของกรมการปกครอง พบว่ามีปริมาณ ขยะมูลฝอยเฉลี่ยเท่ากับ ๑.๐๗ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ปัจจัยที่ ๒ การเติบโตของเมือง มักเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้มีการผลิตทรัพยากร และขยะที่เพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยที่ ๓ รูปแบบวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทั้งการผลิตและบริโภค ส่งผลให้มีการ Shopping Online ที่มากขึ้น ก่อให้เกิดวัสดุบรรจุภัณฑ์ แบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นจำนวนมาก

ปัจจัยที่ ๔ ประชาชนยังขาดการตระหนักและขาดความรับผิดชอบในการลด และคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะลดขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง โดยข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตามในสไลด์จะเห็นได้ว่ากราฟเส้น

สีส้มคือปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั้งหมดในประเทศ ซึ่งในปี ๒๕๖๕ มีปริมาณเท่ากับ ๒๕.๗ ล้านตัน กราฟเส้นสีฟ้าคือปริมาณขยะมูลฝอยที่มีการกำจัดขยะ อย่างไม่ถูกต้องในปี ๒๕๖๕ จะเห็นได้ว่ามีเท่ากับ ๗.๑ ล้านตัน จากข้อมูลดังกล่าวพบว่ามี ปริมาณของขยะมูลฝอยที่ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้องคิดเป็นร้อยละ ๒๘ ของปริมาณขยะ มูลฝอยทั้งหมด ซึ่งขยะมูลฝอยที่ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้องก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการก่อให้เกิดมลพิษ การทำลายระบบชีวภาพ อีกทั้งยัง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขอนามัยของพี่น้องประชาชน หากเรามาพูดในมุมของการจัดการ ขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน จะพบว่าปัญหาของการจัดการขยะมูลฝอย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประกอบไปด้วย ๖ อย่าง แต่ในส่วนนี้กระผมจะขอพูดถึง แค่หัวข้อของปัญหา จะไม่ขอลงรายละเอียด เนื่องจากเพื่อนสมาชิกท่าน สส. รวี เล็กอุทัย ก็ได้อภิปรายไว้ค่อนข้างละเอียดครบถ้วน

ปัญหาที่ ๑ การเพิ่มขึ้นของขยะที่มากขึ้นทุกวัน

ปัญหาที่ ๒ คือวิธีการกำจัดขยะในปัจจุบันไม่ได้ทำให้ขยะหมดไป ส่งผลให้ ขยะสะสมเพิ่มมากขึ้น

ปัญหาที่ ๓ สถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอยของ อปท. ท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังขาด ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ปัญหาที่ ๔ การขาดแคลนทักษะและบุคลากรที่เชี่ยวชาญในการจัดการระบบ กำจัดขยะที่ถูกต้อง

ปัญหาที่ ๕ ข้อจำกัดด้านการจัดหาพื้นที่กำจัดขยะ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ การยอมรับและการต่อต้านของพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง

ปัญหาที่ ๖ งบประมาณที่ไม่เพียงพอในการจัดการขยะมูลฝอย

ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอเสนอแนวทางการจัดการขยะ ซึ่งในปัจจุบันก็มีอยู่หลายวิธี ดังเช่นที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย แต่ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารการจัดการขยะที่ดีเยี่ยม โดยปัจจุบันมีหน่วยงานมาศึกษาดูงาน กว่า ๗๙ หน่วยงาน ซึ่งนั่นก็คือเทศบาลเมืองสีคิ้ว โดยในอดีตผมเคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาล เมืองสีคิ้ว เคยทำงานร่วมกับทางเทศบาล โดยที่ผ่านมาทางเทศบาลสีคิ้วได้มีการนำนวัตกรรม มาใช้ในการกำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ซึ่งระบบกำจัด ขยะที่ทางเทศบาลสีคิ้วใช้อยู่ปัจจุบัน คือเทคโนโลยีการฝังกลบขยะมูลฝอยแบบกึ่งใช้อากาศ หรือ Semi-Aerobic Landfill โดยที่เทศบาลสีคิ้วถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการนำ ระบบนี้มาใช้อันเกิดจากความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแบบเทกองของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบ ที่ถูกต้อง ถูกหลักสุขาภิบาล เหมาะกับสภาพพื้นที่ สามารถย่อยสลายขยะมูลฝอยได้เร็วขึ้น ลดกลิ่นเหม็นรบกวนและได้รับการยอมรับจากองค์กรอนามัยโลกว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถ ลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าระบบกลบทั่วไปถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ระบบกลบฝังขยะแบบ กึ่งใช้อากาศถือเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดขยะ โดยอาศัยหลักการถ่ายเท อากาศที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายในบ่อกลบฝังขยะและภายนอก บ่อกลบขยะ โดยพบว่าภายในบ่อกลบฝังขยะจะเกิดปฏิกิริยาการย่อยสลายจุลินทรีย์ที่มี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณอยู่ที่ ๕๐-๗๐ องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิภายนอกบ่อ ส่งผลให้ ขยะ อากาศและก๊าซที่ร้อนกว่าที่อยู่ภายในบ่อฝังกลบขยะจะลอยตัวขึ้น และทำให้อากาศ ภายนอกที่มีออกซิเจนและอุณหภูมิที่ต่ำกว่าไหลเข้ามาในบ่อกลบฝังขยะ โดยวิธีนี้จะมี การติดตั้งท่อรวบรวมและระบายน้ำชะขยะที่เจาะรูพรุน แล้วมีขนาดใหญ่กว่าท่อรวบรวมปกติ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการไหลกลับของน้ำ โดยจะทำให้อากาศและออกซิเจนจากภายนอก สามารถไหลเข้ามาแทนที่ก๊าซที่มีอุณหภูมิสูงกว่าที่อยู่ภายในบ่อซึ่งจะระบายออกได้

นอกจากนี้เทคโนโลยีฝังกลบขยะมูลฝอยแบบกึ่งใช้อากาศยังสามารถยืดอายุ การใช้บ่อกลบฝังและใช้งบประมาณในการดำเนินการที่ไม่สูงมาก อีกทั้งการดูแลระบบยังทำ ได้ง่ายและเหมาะสมกับท้องถิ่นในประเทศไทย ซึ่งผมก็ได้คุยกับท่านนายกเทศมนตรีเทศบาล เมืองสีคิ้ว ท่านนายกเทศมนตรีปรีชา จันทรรวงทอง ยินดีนะครับ เพื่อนสมาชิกทุกคนหากใครจะ มาศึกษาดูงานระบบการจัดการขยะแบบ Semi-Aerobic Landfill และการบริหารงาน หรือการบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดการบริหารเรื่องขยะของเทศบาลสีคิ้ว ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้กระผมขอฝากไว้ว่าขยะที่ถูกจัดการอย่างเหมาะสมเปรียบเสมือน กุญแจที่จะเปิดสู่ประตูที่สะอาดและยั่งยืน ขอบคุณครับ