ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ขอให้กรรมาธิการและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง นำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะชุมชนในพื้นที่เมืองและการท่องเที่ยว ไปประกอบการพิจารณาศึกษาต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอ แม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ เรื่องขยะเราก็พูดกันมาไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ดิฉันจำความได้ ดิฉันได้ฟังการอภิปรายจากการพูด จากการศึกษางานวิจัย จากบทความอย่างหลากหลายค่ะ แต่สภาพปัญหาวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม และประเทศไทยมีขยะเกิดขึ้น ๒๕.๗ ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็นกว่า ๗๐,๐๐๐ ตันต่อวัน โดยดิฉันมองว่าการบริหารจัดการในเรื่องปัญหาขยะ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะมีการบริหารจัดการที่ไม่ได้ดีเพียงพอ และถ้าเราเปรียบเทียบ พื้นที่ที่มีการจัดการขยะอย่างเยี่ยมยอดอย่างต่างประเทศแล้วก็จะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการ ขยะจะเริ่มต้นตั้งแต่ครัวเรือนและชุมชน รวมถึงวิธีการลงโทษของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของชุมชน นั่นก็คือการปฏิเสธไม่รับขยะจากชุมชนหรือครัวเรือน และครัวเรือน จะต้องมีการแยกขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะเปียก ขยะแห้ง เศษไขมันหรือขยะอันตราย และการ จัดการเรื่องของขยะวันนี้เราต้องมีการแบ่งแยก Zone แล้วว่า Zone ไหนที่เป็นพื้นที่ เกษตรกรรม Zone ไหนที่เป็นพื้นที่เมือง Zone ไหนที่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม จะต้องมี การจัดการขยะที่แตกต่างกันไป การแก้ไขปัญหาในเรื่องของขยะ หากใช้การแก้ไขปัญหา อย่างในยุคปัจจุบันเพียงด้านเดียวก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของขยะได้อย่างยั่งยืน ดิฉันขอยกตัวอย่างการบริหารจัดการขยะ อย่างจังหวัดเชียงรายบ้านเกิดของดิฉันเอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขยะจากเกษตรกรรมหรือครัวเรือน จะไม่ค่อยเห็นขยะจากอุตสาหกรรมหนัก แต่ในทางกลับกันใน Zone ของทางจังหวัดอื่น ๆ ที่มีทั้งอุตสาหกรรมหนัก รวมถึงขยะจาก ครัวเรือน อาจจะต้องมีการบริหารจัดการขยะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความแตกต่างกัน ไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และอย่างในเขตบริเวณของกรุงเทพมหานคร ก็มีนักลงทุนที่เขา เข้ามาทำ Waste to Energy คือการเอาขยะไปเผาไหม้เพื่อให้เกิดพลังงาน ซึ่งปัจจุบันนี้ โรงงานขยะที่ทำกัน ที่หนองแขมหรืออ่อนนุชก็สามารถแก้ไขปัญหาได้บางส่วน แต่เนื่องจากว่า ขยะที่นำไปเผาไหม้ก็จะมีบางส่วนที่เป็นขยะเปียก ซึ่งจะต้องมีการจัดการกำจัดน้ำ และน้ำเสีย เหล่านั้นก็จะกลายเป็นปัญหา หากเรากำจัดขยะไม่ดีก็จะเกิดการเน่าเหม็นเกิดขึ้นได้ ดังนั้น เทคโนโลยีสมัยใหม่ของการบริหารจัดการเรื่องของขยะก็อาจจะมีต้นทุนที่สูงเพิ่มมากขึ้น ไปด้วย ท่านประธานคะ การลดขยะของครัวเรือนตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางนั้นก็เป็น เรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการศึกษาเรื่องของการบริหารจัดการขยะ ไม่ว่าจะ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือในส่วนของท้องถิ่นเอง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง การศึกษาหรือการป้องกันการ Prevention ตั้งแต่ครัวเรือนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ประชาชนในครัวเรือนจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องให้ความร่วมมือเพื่อ Reduce หรือว่าลดปัญหานี้ให้น้อยลง ท่านประธานคะ พวกเรายังจำเรื่องของ 3R ได้ไหมคะ Reduce Reuse Recycle และ 3R นี้ จะเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นแกนที่จะนำมาแก้ไขปัญหาเรื่องของ ขยะในภาพรวม แต่ถ้าหากว่า 3R ที่กล่าวมาข้างต้นยังไม่เพียงพอ เราก็ต้องคิดนำเอาขยะไป ทำเป็นพลังงานเพิ่มเติมขึ้นมา หรือที่เรียกว่า Waste to Energy อย่างที่ดิฉันได้กล่าวมา เบื้องต้น แต่ทุกอย่างมันก็อาจจะติดตรงที่ว่าท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น อปท. แต่ละที่มีรายได้ ที่ไม่เท่าเทียมกันค่ะ พื้นที่ไหนจัดเก็บรายได้ดีก็จะมีการกำจัดขยะได้ดีไปด้วย แต่ส่วนพื้นที่ไหน ท้องถิ่นยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือมีงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณจากส่วนกลางเข้ามา ก็อาจจะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่าง สมบูรณ์แบบ ซึ่งอาจจะต้องมีการร่วมมือกันระหว่างท้องถิ่นกับท้องถิ่น ต้องมีการทำ MOU ร่วม และท้องถิ่นต้องจับมือกันให้แข็งแรง เพื่อที่จะช่วยเหลือกันแล้วก็ผลักดันให้การแก้ไขปัญหานี้ เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ดิฉันได้ยินปัญหามาอย่างช้านาน ปัญหา อีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าขยะค่ะ ขยะเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ ดังนั้นเราก็ต้องหารือกัน อปท. ไหนที่มีพื้นที่หรือมีบริเวณที่ไว้รองรับขยะก็จะมีปัญหากับชุมชนเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ หรือแม้กระทั่งเศษขยะที่ตกหล่นระหว่างการขนส่ง ซึ่งมันรบกวนจิตใจและสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งอาจจะมีการประท้วงกันเกิดขึ้น และหน้าที่สำคัญของทางภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือจะต้องมีการวางระบบ การจัดทำ Zoning ให้อย่างชัดเจน เพื่อประกาศให้รู้ว่าเขตนี้เป็นเขตทิ้งขยะ ซึ่งหากไม่จัด Zoning ไม่มีความชัดเจน หรือมีการจัด Zoning ที่ใกล้กับครัวเรือน บ้านเรือนของประชาชน มากเกินไป ปัญหาก็ยังจะไม่จบค่ะท่านประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะต้องวางแผนใน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งเราอย่าลืมในเรื่องของ 3P Polluter Pays Principle เราต้องกลับมาดูกันแล้วว่า คนที่ก่อให้เกิดขยะหรือมลพิษส่วนใหญ่ไม่ค่อยรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ผลิตรายใหญ่ที่อาจจะ ปล่อยสารเคมีหรือว่าของเน่าเสียปนเปื้อนลงไปในแม่น้ำ ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก ที่มากับขยะ พอปลาได้กินเข้าไป มนุษย์จับปลากินต่อ ก็อาจจะส่งผลให้กระทบต่อด้าน สุขภาพของประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่โดยรอบ การที่ผู้ผลิตไม่ค่อยรับผิดชอบเพราะ เนื่องจากต้องการลดภาระของตัวเอง ดังนั้นจึงอาจจะต้องมีกระบวนการ หรือกฎหมาย หรือนโยบายที่ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ปล่อยของเสียเหล่านี้ออกมาสู่ชุมชนหรือสังคม อาจจะต้องมีการติดตั้งระบบคัดกรองตั้งแต่อยู่ในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเลยด้วยซ้ำ ไป รวมถึงต้องคิดค่าปรับหากมีการรั่วไหลหรือซึมเปื้อนจากผู้ผลิตหรือโรงงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เป็นการปรับเงินหรือการ Ban สินค้าที่เกิดจากผู้ผลิตนั้น ๆ เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ผู้ผลิต รายใหญ่รายอื่น ๆ
สุดท้ายนี้ดิฉันก็อยากจะขอฝากกรรมาธิการทุกท่าน รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาศึกษาญัตติในเรื่องของขยะนี้ ได้นำเอามุมมองหรือ ข้อคิดเห็นที่ดิฉันได้กล่าวมาเบื้องต้นนำไปเป็นหนึ่งในการดำเนินการพิจารณาและศึกษา ในเรื่องของการบริหารจัดการขยะชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพื้นที่เมือง ท่องเที่ยวด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน