ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาขยะชุมชน โดยเน้นความจำเป็นในการจัดการขยะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมเสนอมาตรการลดการใช้วัสดุใช้ครั้งเดียวทิ้ง และยกตัวอย่างโครงการคัดแยกขยะจากครัวเรือนในกรุงเทพฯ และการจัดการขยะของจังหวัดภูเก็ตเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการจัดการขยะชุมชนของท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ท่านประธานครับ ปัญหา ขยะถือเป็นปัญหาใหญ่ในระดับประเทศและระดับโลกที่เราต้องเร่งแก้ไข แต่เมื่อเราพิจารณา ถึงการแก้ไขปัญหาขยะ ผมคิดว่าเราต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการ ๓ ส่วนก็คือปัญหา การจัดการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ไปจนถึงปลายทางของขยะอย่างเป็นระบบและไม่สามารถ แก้ไขปัญหาแบบแยกส่วนได้ท่านครับประธาน ขออนุญาตขึ้นสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ส่วนแรก คือต้นทาง นั่นก็คือปัญหา การผลิต การใช้และการสร้างขยะที่เพิ่มมากขึ้น มากเกินความจำเป็นและไม่มีการควบคุม โดยในปัจจุบันนี้มีการใช้แล้วก็สร้างขยะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือที่เราเรียกว่า Single-Use มากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นปัญหาคือบรรจุภัณฑ์ Packaging หรือวัสดุพลาสติกที่ใช้ ครั้งเดียวทิ้ง ที่มักจะไม่ถูกนำไป Recycle เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม แก้วพลาสติก หรือหลอด เป็นต้น จากสถิติขยะมูลฝอยของกรมควบคุมมลพิษ ในปี ๒๕๖๕ ประเทศไทย มีขยะมูลฝอย ๒๕.๗ ล้านตัน และมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉลี่ยแล้วคนไทย เราสร้างขยะประมาณ ๑ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน พอมาดูประเภทขยะ อันดับ ๑ ก็เป็นขยะอาหาร ซึ่งมีอยู่มากกว่า ๙.๖๘ ล้านตัน หรือคิดเป็นประมาณ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ สำหรับขยะที่มากที่สุด เป็นปริมาณอันดับ ๒ ก็คือขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ที่มีอยู่มากกว่า ๒.๘๓ ล้านตัน ในปี ๒๕๖๕ ผมคิดว่าตรงนี้เราต้องมีมาตรการลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง ต้องควบคุม และลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะวัสดุแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือว่า ยากต่อการ Recycle โดยต้องสนับสนุนวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือย่อยสลายได้ ตามธรรมชาติ
ส่วนที่ ๒ คือกลางทาง นั่นก็คือปัญหาการทิ้ง ทั้งการทิ้งไม่ถูกที่ ไม่มีการคัด แยกขยะที่เป็นระบบ แล้วก็ไม่มีการจัดเก็บขยะที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งขยะทุกประเภท ทั้งขยะอาหาร ขยะพลาสติก ขยะอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะติดเชื้อ ส่วนใหญ่แล้ว ทุกประเภทถูกทิ้งรวมกันมาหมดในถังเดียว ในที่เดียวกัน ทีนี้ขยะทุกประเภทก็เลยปนเปื้อน กันไปหมด ทำให้ยากต่อการจัดการ แต่ที่สำคัญขยะบางส่วนไม่ได้ทิ้งลงถัง ไม่เข้าสู่ระบบ การจัดเก็บด้วยซ้ำไป เช่น ขยะบางส่วนมีการนำไปเททิ้งข้างทางเป็นกองขยะ มีการเผาขยะ หรือทิ้งไปในสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นขยะที่ยากต่อการ Recycle นำไปใช้ประโยชน์ ต่อไม่ได้หรือว่าขายไม่ได้ ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในอากาศ บนบกและใน แหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนและสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ท่านประธานครับ เรามีสถิติที่น่าสลดใจในเรื่องนี้ คือเราติด ๑ ใน ๑๐ อันดับประเทศที่มีขยะ ทะเลมากที่สุดในโลก สะท้อนให้เห็นแล้วจากหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสัตว์ทะเล หายากที่ต้องตายเพราะมีขยะพลาสติกมากมาย ไม่กี่วันมานี้เราได้เห็นภาพเต่ามะเฟือง ที่จังหวัดพังงา เป็นสัตว์ทะเลหายากครับ ต้องตายเกยตื้น แล้วก็พบว่ามีเชือกอวนถูกพัน รอบตัวทั้งหมด ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นผ่าชันสูตรออกมาพบไข่เต่า ๑๓๖ ฟอง ตายทั้งกลม ตายทั้งแม่เต่ามะเฟือง แล้วก็ไข่ที่อยู่ในท้องด้วย เป็นเรื่องที่น่าเศร้านะครับ ในส่วนนี้ผมคิดว่าเราต้องมีมาตรการการคัดแยกขยะจากครัวเรือนและสถานที่ต่าง ๆ ควรมี การจัดเก็บและการทิ้งขยะอย่างเป็นระบบ ผมขอยกตัวอย่างใน กทม. ครับท่านประธาน ได้มีโครงการที่น่าสนใจ ก็คือโครงการไม่เทรวม ที่ให้มีการแยกขยะ เริ่มเป็น ๒ ประเภทง่าย ๆ ก่อนก็คือขยะแห้งและขยะเปียก ขยะแห้งก็คือขยะทั่วไป เช่น กระดาษ ขวดพลาสติก กระป๋อง กล่องข้าว ด้านขยะเปียก ก็คือขยะจำพวกอาหารหรือขยะอินทรีย์ เมื่อเราแยกขยะ ๒ ประเภทนี้ออกจากกันแล้ว การจัดการที่ปลายทางก็ทำได้ง่ายขึ้น นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ผมคิดว่า เราน่าจะมีการนำไปปรับใช้ไปทดลองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อีกตัวอย่างหนึ่งครับ ก็คือตัวอย่างที่จังหวัดภูเก็ตมีกลุ่มที่เรียกว่า BABA WASTE ที่พยายามรณรงค์ให้มีการแยก ขยะใส่ถุงสีตามประเภทขยะต่าง ๆ เมื่อทิ้งรวมกันแล้ว อาจจะรวมในคันเดียวกันเลยก็ได้ ใช่ไหมครับ แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถไปแยกขยะที่ปลายทางได้ง่ายขึ้น นำไปจัดการได้เป็น ระบบ วิธีนี้หลายประเทศก็ทำครับท่านประธาน ผมว่าเราสามารถนำมาปรับใช้ได้นะครับ
ส่วนที่ ๓ ของการจัดการขยะ ส่วนสุดท้ายก็คือปลายทางของขยะ ปัญหาการจัดการขยะ ซึ่งเป็นคำถามที่สำคัญว่าขยะ ๒๕.๗ ล้านตันที่เราสร้างมา ในปี ๒๐๖๕ ไปไหนบ้าง จาก ๒๕.๗ ล้านตัน จำนวน ๒๐ ล้านตัน หรือ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ถูกเก็บขนไปจัดการโดยท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เหลืออีก ๕.๗ ล้านตัน หรือ ๒๒ เปอร์เซ็นต์มีการจัดการเอง คัดแยกนำไปขาย Recycle ตั้งแต่ที่บ้านหรือสถานที่ ต่าง ๆ มาดูในส่วนของที่ถูกจัดเก็บไป ๒๐ ล้านตัน มีการคัดแยกนำไปใช้ประโยชน์ต่อหรือที่ เราเรียกว่า Recycle นี้เพียง ๔.๘ ล้านตัน หรือ ๑๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เหลืออีก ๑๕ ล้านตัน หรือ ๕๙ เปอร์เซ็นต์ก็ถูกนำไปกำจัด โดยจาก ๑๕ ล้านตันที่เหลือนี้ไปสู่ แหล่งกำจัดที่มีอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ส่วนแรกดีหน่อย ๙.๘ ล้านตัน ถูกกำจัดอย่างถูกต้องด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การฝังกลบ ไปเตาเผาผลิตพลังงาน ระบบหมักปุ๋ย แล้วก็ไปผลิตเชื้อเพลิง เป็นต้น แต่อีกส่วนสุดท้ายที่น่ากังวลก็มีอีก ๕.๔ ล้านตันนี้ถูกกำจัด แบบไม่ถูกต้องในสถานที่กำจัดแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งมีอยู่มากกว่า ๑,๙๐๐ แห่งทั่วประเทศ วิธีก็คือนำไปเทกองรวมกัน นำไปเผาและวิธีอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ได้ยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุงเพียงแห่งเดียว ก็คือปัญหาขยะที่สถานีขนถ่ายขยะของเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัด พัทลุงที่ผมได้ลงไปดูพื้นที่กับท่านนายกเทศมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันขยะ ที่สถานีขนถ่ายขยะแห่งนี้มีพื้นที่ ๑๔ ท้องถิ่น ใน ๖ อำเภอ ผมขออนุญาตเวลาอีกเล็กน้อย ครับท่านประธาน ท้องถิ่น ๑๔ ท้องถิ่นใน ๖ อำเภอ เอาขยะมาส่งที่สถานีขนถ่ายแห่งนี้ ที่เทศบาลท่ามะเดื่อ แล้วเทศบาลท่ามะเดื่อก็จะส่งต่อไปยังศูนย์กำจัดในเทศบาลเมืองพัทลุง อีกที ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการขนส่งแล้วก็นำไปทิ้งค่อนข้างสูง แล้วก็มีขยะที่สถานี มาที่สถานีแห่งนี้ ๒๕ ตันต่อวัน มีตกค้างประมาณ ๑๐ วันต่อตัน รวมแล้วขณะนี้มีขยะตกค้าง ที่สถานีของเทศบาลท่ามะเดื่อ ๒๐,๐๐๐ ตัน เยอะมาก ทางเทศบาลต้องการงบประมาณแล้ว ก็เครื่องมืออุปกรณ์ในการบริหารจัดการ และต้องการให้กรมควบคุมมลพิษได้เปลี่ยน วัตถุประสงค์จากสถานีขนถ่ายขยะให้เป็นศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อบริหารจัดการต้นทางได้ ในระดับที่ดีขึ้นไม่ต้องขนที่อื่น ท่านประธานครับ จากที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้จะเห็น ได้ว่าปัญหาขยะต้องมีการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง คือเราต้องพยายามไม่ให้เกิดขยะ มีขยะให้ได้น้อยที่สุด กลางทางก็คือการทิ้ง แล้วก็การคัดแยกให้มีประสิทธิภาพ ไปจนถึง ปลายทางต้องมีการจัดการอย่างถูกวิธีโดยทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน เอกชน ผู้ผลิต และภาครัฐต้องมีส่วนร่วม ผมจึงขอสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อมา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะชุมชน โดยขอให้นำข้อเสนอแนะของผมไปประกอบ การพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน