มานพ ชี้ปัญหาขยะดอยอ่างขาง หนุนใช้ความรู้ชุมชนจัดการร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาขยะในพื้นที่สูง โดยเฉพาะในชุมชนท่องเที่ยวอย่างดอยอ่างขาง ที่เกิดจากกิจกรรมของนักท่องเที่ยวและขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมชี้ปัญหาอุปสรรคด้านการขอพื้นที่จัดตั้งสถานีรวบรวมขยะและโครงสร้างอำนาจที่ซับซ้อน จึงเสนอให้ทบทวนกฎหมายและนโยบายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องระดับรากหญ้า โดยใช้ความรู้จากผู้คัดแยกขยะในพื้นที่พัฒนานโยบาย พร้อมสร้างแรงจูงใจผ่านการลดหย่อนภาษีและระบบสนับสนุนที่เหมาะสม

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ทำไมผมต้องมาพูดถึง เรื่องของการจัดการขยะ พื้นที่สูงของผมก็เจอปัญหาครับ ผมอยากจะบอกท่านประธาน อย่างนี้ว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย เป็นปัญหาทั่วโลก แต่ที่สำคัญ ก็คือว่าประเทศที่มีการบริหารจัดการที่ดีกว่าเรา รัฐสภาแห่งนี้ก็เคยไปดูงาน ส่วนใหญ่จะอยู่ ทางยุโรปครับท่านประธาน แล้วก็มีหลายประเทศในทวีปเอเชีย ประเทศที่การบริหารจัดการ ขยะที่แย่กว่าเราก็มี ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าหัวใจสำคัญก็คือว่าการจัดการขยะนี้จัดการได้ ขอให้มี เครื่องมือมีความจริงใจและจริงจังครับ สิ่งที่ผมอยากจะอธิบายต่อไปเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า จะสอดคล้องกับประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล คุณพิธาได้อภิปรายนะครับ กรณีเรื่องของต้นน้ำ ซึ่งของผมนี้เป็นเรื่องต้นน้ำของต้นน้ำจริง ๆ ครับ ผมอยากจะบอกความจริง อย่างนี้ครับ เมื่อผมเป็น สส. สมัยที่ ๒๕ ผมเดินทางไปที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พี่น้อง ชุมชนที่ดอยอ่างขาง ตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่สูงแล้วก็เป็นพื้นที่ ชุมชนท่องเที่ยว

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ปัญหาของเขาก็เจอขยะครับ ขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่สูงอันนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่ผมยกมา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กัน เกิดจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ผมไม่แน่ใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ตรงนี้เคยไป เที่ยวไหม อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ไปเพิ่มขยะในพื้นที่ก็ได้ ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ภายในชุมชนก็จะมีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่า สิ่งที่ชุมชนต้องการครับ สิ่งที่ชุมชนพยายามทำคือไม่ใช่ปฏิเสธนักท่องเที่ยวครับ เขาก็ต้องการการท่องเที่ยว เขามีความตั้งใจที่จะบริหารจัดการขยะของเขาเองนะครับ ปัญหาที่เราเจอมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ก็คือว่าพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เขตป่าลุ่มน้ำชั้น ๑ ลุ่มน้ำชั้น ๒ การขอพื้นที่เพื่อที่จะเป็นสถานีเก็บขยะรวบรวมขยะนี้ดำเนินการไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าอยู่ในอำนาจการดูแลของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะขอประมาณสัก ๑ ไร่ ๒ ไร่เพื่อที่จะเป็นพื้นที่ในการรวบรวมเก็บขยะนะครับ ทำไมต้อง รวบรวมครับท่านประธาน จากจุดจัดการขยะในพื้นที่นี้ จากชุมชนไปถึงที่รวบรวมในระดับ ตำบลต้องใช้ระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไม่ใช่ทางแบบทางเรียบเหมือนทั่วไป ต้องขึ้น เขาลงห้วยและเกิดความอันตราย เพราะฉะนั้นก็คือหลายท่านบอกว่าให้เทศบาล ให้ อบต. ทำอย่างนี้ ผมถามนิดหนึ่งคือว่าเทศบาล อบต. ทั้งประเทศนี้ตั้งอยู่ในเขตป่ากี่ อบต. ตั้งอยู่ใน เขตของที่ดินของรัฐเท่าไร เวลาจะดำเนินการอะไรในประเด็นแรกที่ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคได้อภิปรายคือ ต้องบริหารจัดการต้นน้ำ ๑ ๒ ๓ ๔ ประเด็นสำคัญก็คือว่า แม้แต่จะขอใช้พื้นที่จะบริหาร จัดการแบบพื้นฐานก็ยังเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นคือเวลาคิดเรื่องระบบบริหารจัดการขยะนี้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่เป็นแค่เรื่องความรู้และเทคนิคครับ มันมีปัญหาโครงสร้างในการบริหาร จัดการ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน ผมอยู่ที่จอมทอง ดอยอินทนนท์ก็เจอปัญหา มีปีหนึ่งคือเจอขยะวันละ ๒๘ ตัน เอาไปจัดการอย่างไรครับ เทศบาลมีรถคันเดียว นักท่องเที่ยวก็มาเยอะ อุทยานก็มีรถ ๒-๓ คัน เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมพยายามจะชี้ว่า ถ้าจะให้ต้นทางต้นน้ำจัดการปัญหาเรื่องนี้ จะต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องของพืชที่การใช้ในการ บริหารจัดการขยะแค่เป็นสถานีเก็บ พื้นที่ตำบลบ้านหลวงใช้เวลาประมาณ ๕-๖ ปี ในการ ขอใช้พื้นที่ เพราะฉะนั้นมันมีความทับซ้อนในแง่ของอำนาจการบริหารจัดการ เราพูดเรื่องขยะ ที่มันเยอะในพื้นที่ในชุมชนได้ครับท่านประธาน แต่เวลาจัดการมันไปเกี่ยวข้องกับอำนาจอื่น มากมาย เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการขยะไม่ใช่แค่เรื่องความรู้และเทคนิค แต่มันเป็นเรื่อง ของกลไกโครงสร้างอำนาจที่จะต้องให้เครื่องมือกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดครับ

ประเด็นสุดท้าย สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงเรื่องการบริหารจัดการขยะนี้ ผมมี ประสบการณ์ทำงานขยะกับเครือข่ายชุมชน แล้วก็หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเจอคนที่เกี่ยวข้องกับขยะในระดับพื้นที่ ซาเล้งคนเก็บขยะ แล้วก็ผู้ประกอบการระดับ เล็ก ๆ ที่รับซื้อขยะ คนเหล่านี้ผมต้องยกย่องครับ เป็นคนที่รักษาโลก เป็นคนที่คัดแยกขยะ รู้จักความรู้เยอะกว่านักวิชาการและพวกเราอีกหลายคน เขาจะรู้ว่าตัวไหนมันไป Reuse ตัวไหนมา Recycle เหล็กอย่างไร คัดออกมาเรียบร้อย แล้วก็ส่งแยกแยะ แล้วก็ทำเป็นสร้าง มูลค่า อันนี้คิดเบื้องต้นนะครับ

ปัญหาที่ผมเจอครับท่านประธาน ผมมีโอกาสได้คุยกับรัฐมนตรีคนก่อน กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรเลย และที่สำคัญก็คือโรงที่ซื้อขยะ เก็บขยะต่าง ๆ เหล่านี้เก็บภาษีเท่ากับร้านทองครับ โรงเรือนเหล่านี้ ถ้าจะส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ต้น ผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค เรื่องความรู้ เรื่องทักษะ มันต้องปลดล็อก สร้างแรงจูงใจตรงนี้ ถ้าหากว่าเราสนับสนุนให้ความรู้เกี่ยวกับซาเล้ง สนับสนุนเรื่องรถ เรื่องความปลอดภัย ขยะอันตรายเป็นอย่างไร ต้องแยกแยะอย่างไร ต้องจัดการอย่างไร แต่ว่าพูดถึงว่าทุกอาชีพมีประโยชน์ต่อประชาชนแล้วก็สังคม แต่ว่าบางทีในอีกมุมมองหนึ่ง ผู้ประกอบการต่าง ๆ เหล่านี้ว่าเขาได้รับการลดหย่อนภาษีในฐานะคนที่มีส่วนร่วมในการ จัดการขยะ ท่านประธานลองนึกภาพนะครับว่าผู้ประกอบการทั้งหมดในประเทศไทยจะมี ความภูมิใจและจะมีส่วนร่วมในกระบวนการตั้งแต่ต้นทางได้อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่า กรรมาธิการจะต้องคิดเรื่องนี้ให้มาก ๆ วันนี้เราบอกว่าขยะมีกี่ประเภท ตอบได้หมดเลยครับ ขยะที่ย่อยสลายได้ ขยะที่เป็นพลาสติก ขยะที่จะต้องไป Reuse Recycle ขยะอันตราย ขยะมีพิษ มีหมดเลยครับ แต่ละถังมีสีหมดเลยนะครับ สีนี้ทิ้งอะไร ๆ แต่รัฐสภาเรายังมีปัญหา อยู่ครับ ทิ้งไม่ตรงตามหลักวิชาการ อันนี้ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะพูด ถึงเรื่องนี้ ผมคิดว่าการคิดถึงเรื่องของกฎหมายและกระบวนการกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจบางอย่าง ทำไมผมต้องพูดอย่างนี้ครับ ต่างประเทศบางประเทศสามารถที่จะ แยกขยะต้นทางได้ เพราะเขามีมาตรการและกระบวนการแรงจูงใจ วันจันทร์เก็บขยะสด วันพุธเก็บขยะนี้ วันศุกร์เก็บขยะนี้ คนที่ไม่ทำตามนี้ก็โดนปรับ คนที่ทำแล้วก็มีกระบวนการ ที่ถูกต้องได้แรงจูงใจลดภาษี ได้รับการสนับสนุน มาตรการแบบนี้ต่างหากที่จะนำไปสู่ กระบวนการจัดการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ผมคิดว่าเรื่องความรู้มันเต็ม มหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องความรู้มันเต็มกับหน่วยงานหมดแล้ว อบรมแล้วอบรมอีก สัมมนาแล้ว สัมมนาอีก แต่สิ่งที่มันทำไม่ได้ก็คือเวลาทำจริง ๆ กฎหมายขัดแย้งกันเลย ขอบคุณ ท่านประธานครับ