พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวหลังกลับมาประชุมสภาอีกครั้ง หลังหยุดปฏิบัติหน้าที่ไป 6 เดือน โดยแจ้งว่าเพิ่งได้รับบัตรสำรองเพื่อใช้ในการพูดแทนบัตรหลักที่ยังไม่ได้ทำ พร้อมเน้นย้ำถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะวิกฤตการจัดการขยะในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว ยกตัวอย่างจากสมุทรปราการและภูเก็ต พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบครอบคลุมทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน การออกกฎหมายความรับผิดชอบผู้ผลิต การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การเพิ่มงบประมาณการจัดการขยะอย่างน้อย 20 เท่า และการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและดูแลผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในระดับชาติ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมกลับมาแล้วครับท่านประธาน อาจจะเป็นเวลานานถึง ๖ เดือนที่ผมไม่ได้มีโอกาสเข้ามาอภิปรายปัญหาของพี่น้องประชาชน ในสภาแห่งนี้ จนกระทั่งแม้กระทั่งบัตรเสียบก็ยังไม่ได้ทำ แต่โชคดีที่มีบัตรสำรองให้มีโอกาส ได้มาพูดถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ผมได้ลงไปในช่วงที่ได้รับการหยุด การปฏิบัติหน้าที่นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง เกี่ยวกับญัตติการบริหารจัดการขยะชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพื้นที่เมือง ท่องเที่ยว สถานที่ ๒ สถานที่เมื่อเดือน ตุลาคม ที่ผมได้มีโอกาสลงไปในระหว่างที่ถูกหยุด ปฏิบัติหน้าที่ นั่นก็คือบ่อขยะตำบลแพรกษาใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ สถานที่ ๒ ก็คือบ่อขยะ เทศบาลนครจังหวัดภูเก็ต ๒ สถานที่นี้ให้ความรู้ผมมากครับท่านประธาน มีความแตกต่างกัน พอสมควร เมืองอย่างจังหวัดสมุทรปราการเป็นเมืองอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะ มีพี่น้องแรงงานเยอะ พอไปทางจังหวัดภูเก็ตก็เป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ข้อมูลที่ผมได้มาตรงนี้อยากจะขอสรุปให้ท่านประธานได้รับทราบสั้น ๆ ในเวลา ๕ นาที ที่เหลือ หน้าแรกเป็นสรุปสำหรับผู้บริหารสำหรับสถานการณ์ผลกระทบและงบประมาณ จัดการขยะของจังหวัดสมุทรปราการ ภาพที่ท่านประธานเห็นอยู่ทางฝั่งซ้ายสุดของจอ นั่นคือบ่อขยะครับ ถ้าท่านประธานมองลงไปที่ช่องซ้ายนิดหนึ่งก็จะเห็นมอเตอร์ไซค์อยู่ มอเตอร์ไซค์นั้นก็พอจะบอกได้ครับว่ากองขยะแห่งนี้สูงอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าตึก ๕ ชั้น ถึง ๑๐ ชั้น ผลกระทบที่มันเกิดขึ้นก็อย่างนี้ ปริมาณขยะรายวัน ๒,๘๓๐ ตันจากจังหวัดสมุทรปราการ สามารถจัดการขยะได้อย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ตามมาตรฐาน ๓๐๐ ตัน แต่มีขยะที่ถูก จัดการได้ไม่ถูกต้องถึง ๒,๐๐๐ กว่าตัน ผลกระทบคืออะไรครับท่านประธาน ผลกระทบ ก็คือผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องชาวสมุทรปราการที่มี สส. จังหวัดสมุทรปราการ อยู่ข้าง ๆ ผมทุกวันนี้พยายามที่จะช่วยเหลืออยู่ เพราะข้าง ๆ ไปทางซ้ายนิดเดียว นั่นคือ โรงเรียนเด็กเล็ก ถ้าจำไม่ผิดก็จะเป็น อบต. ที่อยู่ในพื้นที่แถวนั้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือ ผลกระทบในเรื่องของความอันตรายในการเสี่ยงอัคคีภัยที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากบ้านของ ท่านประธานที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๒๖ ที่ผ่านมา ไฟไหม้กองขยะมหึมา ๕๐ ตัน สูงเท่าตึก ๕ ชั้น อันนี้คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น พอกลับไปดูที่สไลด์อีกครั้งหนึ่ง งบประมาณ เราเพิ่งผ่านเรื่องงบประมาณไป ดูเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการอย่างเดียวกับท่านประธาน GDP จังหวัดสมุทรปราการ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณที่อยู่ที่ อปท. ทั้งหมด ๔๙ แห่งอยู่ ๑,๖๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนอยู่แค่ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ของจังหวัด สมุทรปราการ อันนี้คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นเฉพาะเจาะจงในจังหวัด ๑ จังหวัด ไปดูภาพที่ ๒ ของจังหวัดภูเก็ตว่าต่างกันอย่างไร ภาพที่ท่านประธานเห็นที่จังหวัดภูเก็ต ก็คือผมลงพื้นที่ กับ สส. จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนตุลาคมตอนโดนหยุดปฏิบัติหน้าที่ เลยขอบตรงนั้นไปนิดเดียว จะเป็นชายทะเลครับ ถ้าเราไม่สามารถบริหารจัดการได้ต้องการที่จะให้นักท่องเที่ยวกลับมา ในจังหวัดภูเก็ตเยอะ ๆ หลังโควิด-๑๙ แต่ขยะที่มันอยู่ในระดับ Emergency อย่างที่เห็นนี้ สักวันหนึ่งจะลงไปในทะเล แล้วฝรั่งก็จะเรียกจังหวัดภูเก็ตว่า Garbage Paradise หรือที่เรียกว่าเป็นสรวงสวรรค์ที่เต็ม ไปด้วยขยะสถานการณ์มันเป็นอย่างนี้ ๘๗๑ ตันต่อวัน คือขยะที่มีต่อจังหวัดภูเก็ต ความสามารถในการเผาขยะอยู่ที่ ๗๐๐ ตัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผลกระทบต่อการท่องเที่ยว อย่างชัดเจน GDP ของจังหวัดภูเก็ตที่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณของ อบท. ทั้ง ๑๐ กว่าแห่ง ทั้งจังหวัดภูเก็ตรวมกัน ๖๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๐.๓๑ เปอร์เซ็นต์ นี่คือภาพจุลภาคที่เห็นได้ในท้องถิ่นที่ทำให้ผมกลับมาแล้วรู้สึกสนใจเรื่องนี้ เป็นพิเศษว่าถ้าเป็นในระดับชาติ ถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เกิดขึ้นควรที่จะจับประเด็นในระดับประเทศอย่างไร ซึ่งก็คือการรวมข้อมูลมาให้ท่านประธาน เห็นในหน้าต่อไปครับ การจัดการขยะครับท่านประธาน มองเป็นจุด ๆ ไม่ได้ ต้องมองเป็นโซ่ มูลค่าตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางของการบริหารจัดการขยะ ภาพทางต้นทาง ถ้าเราไม่สามารถลดขยะต้นทางได้คุณเลิกคิดเรื่องกลางทาง ปลายทาง ตำน้ำพริกละลาย แม่น้ำ ต้นทางเห็นได้เลยตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๖๔๖๕ ขยะในประเทศไทย ทั้งหมด ๖๓ ล้านตัน แบ่งเป็นขยะมูลฝอยบ้าง เป็นกากของเสียอุตสาหกรรมบ้าง เป็นของ เสียอันตรายต่อชุมชนบ้าง เป็นมูลฝอยติดเชื้อบ้าง แต่หลังจากที่เราผ่านภาวะวิกฤติโควิด-๑๙ มาเมื่อเศรษฐกิจต้องการกระตุ้น นักท่องเที่ยวต้องการที่จะกระตุ้นให้มา จำนวนขยะก็จะต้อง เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอเรามาดูที่กลางทาง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถบริหารจัดการได้ดีสัก ขนาดไหน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ สีน้ำเงินครับท่านประธาน บอกว่าขยะที่ได้รับการจัดการ แปลว่า อีก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้รับการจัดการ แล้วก็ลงไปในรายละเอียด ๘๘ เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่า ได้รับการจัดการนั้นก็ไม่รู้ว่าได้รับการจัดการแบบได้มาตรฐานหรือไม่ได้มาตรฐานด้วยซ้ำไป พอมาดูที่ปลายทางครับ บริหารจัดการกันอย่างไร จำนวนหลุมขยะก็ดี จำนวนเตาเผาก็ดี ปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างก็ดี ก็จะเป็นอย่างที่ท่านประธานเห็นเลยครับว่าประเทศไทยมี หลุมขยะอยู่ทั้งหมด ๑,๙๔๑ หลุม ได้มาตรฐานเพียงแค่ ๗๒ หลุม ท่านประธานฟังไม่ผิดนะครับ พี่น้องประชาชนฟังไม่ผิดครับ จำนวนขยะเกือบ ๒,๐๐๐ หลุมถูกอยู่แค่ ๗๐ กว่าหลุม ที่เหลือนี้ไม่ได้รับมาตรฐานเลย จำนวนเตาเผา ๑๐๕ เตา ถูกมาตรฐานมีระบบบำบัดอยู่แค่ ๑๑ เตา อีก ๙๐ เตา ไม่ถูกต้อง ถ้าใช้เวลาไม่ถึง ๑ นาที ก็พอที่จะเห็นได้แล้วครับว่าปัญหา ของประเทศไทยตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทางมีปัญหาอย่างไร
ต่อไปสุดท้าย ผมอยากจะใช้เวลาที่เหลือในการนำข้อเสนอครับว่า ๕ ข้อเสนอ ในการวางกรอบในการทำงานของคณะกรรมการวิสามัญที่ควรจะต้องตั้งขึ้นมีอะไรบ้าง ถ้าคิดดี ๆ ตามกรอบเลยนะครับ กรอบวิธีคิดก็คือตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง แล้วก็ปลายทาง สามารถเป็นวาระการประชุมของคณะกรรมาธิการที่จะตั้งนี้ได้เลยทีเดียว
ข้อที่ ๑ คือการลดขยะต้นทางโดยการส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือที่เรียกว่า Circular Economy วันนี้ข่าวไทยรัฐลงที่เศรษฐกิจนะครับ บอกว่ามีบริษัท ทุนใหญ่สามารถที่จะลงทุนอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในพลาสติกรักษ์โลกบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ที่ใช้ซ้ำ Recycle ได้ ดีครับ พรรคก้าวไกลพร้อมที่จะสนับสนุนบริษัททุนใหญ่แบบนี้ แต่เรา จะทำอย่างไรให้ระบบนิเวศของเศรษฐกิจทำให้ SMEs ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึง Circular Economy หรือเศรษฐกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะให้กลับสู่รูปเดิมและนำมาใช้ซ้ำได้
ข้อที่ ๒ คือการออกพระราชบัญญัติการบริหารจัดการขยะและการหมุนเวียน ทรัพยากร ตรงนี้จะทำให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบกับขยะที่เกิดขึ้นจากการผลิตและการใช้ซ้ำด้วย ตรงนี้ก็เป็นกฎหมายที่พรรคก้าวไกลเรากำลังพยายามที่จะนำเสนออยู่ในส่วนระหว่างกลางทาง คือการโอนอำนาจให้หน่วยงานอย่างส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการขยะ ไม่ได้จำเป็นที่ จะต้องอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว
สุดท้ายครับท่านประธาน ปลายทาง เพิ่มเติมงบประมาณในการจัดการ บริหารจัดการขยะ มาชวนสภาแห่งนี้คิดเลขกัน เมื่อสักครู่นี้ให้เห็นว่ามีหลุมขยะอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ แห่ง ถ้าเราใช้งบประมาณตามที่ สส. พูนศักดิ์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการกำจัดขยะ บอกว่าใช้อยู่ ๒๐ ล้านบาทต่อบ่อ ๒,๐๐๐ คูณด้วย ๒๐ เท่ากับ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณปีนี้ผมไปดูมาแล้วครับ การจัดการขยะกับ Circular Economy รวมกันแค่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ต้องเพิ่มอีกอย่างน้อย ๒๐ เท่าถึงจะแก้ไขปัญหาขยะในประเทศไทยได้
ข้อสุดท้าย คือการออกมาตรการด้านกองทุนฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน แล้วก็ สำหรับผู้ที่ได้รับบำบัดผลจากการกำจัดขยะ ถ้าเราสามารถวางแผนได้แบบนี้ก็จะสามารถ ที่จะลดจำนวนขยะ ป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิด บริหารจัดการตอนที่มันเกิดแล้ว และสามารถจัดการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเรื่องการกำจัดขยะที่ไม่ประสิทธิภาพ ในประเทศไทย ก็จะสามารถที่จะลดจำนวนขยะป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิด บริหารจัดการ ตอนที่มันเกิดแล้วและสามารถจัดการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเรื่องการจัดการขยะ ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพในประเทศไทย ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน