ธนเดช ชี้ปัญหาเสนาพาณิชย์ วิพากษ์บทบาททหาร-เรียกร้องปฏิรูป

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗

ธนเดช เพ็งสุข หารือปัญหาการผูกขาดธุรกิจของกองทัพหรือที่เรียกว่าเสนาพาณิชย์ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาทั้งในประชาชนและภายในองค์กรทหาร โดยตั้งคำถามถึงบทบาทของทหารในปัจจุบันที่คลาดเคลื่อนจากภารกิจหลักในการปกป้องชาติ พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพเพื่อคืนความโปร่งใสและความศักดิ์ศรีให้กับองค์กรอย่างเร่งด่วน

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติที่พวกเรากำลังอภิปรายกันอยู่ในรัฐสภา แห่งนี้เป็นญัตติที่มีใจความสำคัญอย่างยิ่งยวดครับ เพราะเป็นญัตติที่พี่น้องประชาชนล้วนให้ ความสนใจ และไม่ใช่เพียงแค่พี่น้องประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นญัตติที่พี่น้องทหาร และกำลังพลตั้งแต่ พลทหาร ระดับชั้นนายพล ให้ความสนใจกับญัตตินี้จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นญัตติที่สืบเนื่องและเกี่ยวข้องกับการยกโอนของธุรกิจกองทัพกลับมาสู่รัฐบาล จากที่ทราบกันดีครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วว่ากองทัพนั้นมีธุรกิจใดบ้างที่อยู่ ในการดูแล ผมขอเรียกธุรกิจกองทัพเหล่านี้ว่า เสนาพาณิชย์ เสนาพาณิชย์ของกองทัพ มีตั้งแต่คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ สนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ นี่คือตัวอย่างสั้น ๆ ที่เห็น ได้ชัดเป็นเสนาพาณิชย์แบบฉบับสีขาว การมีอยู่ของเสนาพาณิชย์ต้องยอมรับกันอย่าง ตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ว่าเสนาพาณิชย์เหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติศรัทธาที่ทำให้ พี่น้องประชาชนต้องออกมาตั้งคำถามกัน อย่างเช่น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Hashtag ที่เกิดขึ้น คำว่า ทหารมีไว้ทำไม ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าการที่ทหารยังดื้อดึงจะทำเสนาพาณิชย์ เหล่านี้อยู่เป็นต้นเหตุหนึ่ง นอกจากทหารที่เข้ามายุ่งกับการเมืองแล้ว ก็นี่ละครับ เสนาพาณิชย์ที่พี่น้องประชาชนกำลังตั้งคำถามอยู่ ทำไมผมถึงบอกกับท่านประธานว่า เสนาพาณิชย์เหล่านี้เป็นวิกฤติศรัทธา ขออนุญาตเล่าให้ท่านประธานฟังครับ ครั้งสมัยที่ผมยัง รับราชการทหารอากาศอยู่ ตอนรับราชการใหม่ ๆ ผมมีโอกาสได้เจอกับนายทหารบรรจุใหม่ ท่านหนึ่ง ผมเป็นคนไปรับเซ็นบรรจุของเขาเอง แต่เขากลับลังเลในการบรรจุวันนั้นครับ ผมถามเขาว่าน้องลังเลอะไร นายทหารใหม่ผู้นั้นบอกกับผมว่า วันที่เขาสมัครเข้ามารับ ราชการทหารอาชีพ เขามีความมุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังรบ เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยหลักของประเทศชาติ แต่คำสั่งที่ บรรจุมา ณ วันนั้นกลับทำให้เขามีหน้าที่ไปอยู่ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการดูแล เสนาพาณิชย์ ไปดูแลเกี่ยวกับการบริการนายทหาร ไปดูแลเกี่ยวกับกิจการกองทัพต่าง ๆ ตกลงแล้วความมุ่งหวังของเขาที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องอธิปไตยของประเทศ เขากลับตั้งคำถามให้กับตัวเองทันทีว่า วันนี้เขามาเป็นทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยหรือกำลัง ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน นี่คือวิกฤติศรัทธาเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากกำลังพลด้านใน

วิกฤติศรัทธาที่ ๒ คือวิกฤติศรัทธาจากพี่น้องประชาชนที่มีต่อกองทัพ ปฏิเสธ ไม่ได้อย่างยิ่งยวดว่าวันนี้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าตั้งคำถามของการมีอยู่ของนายทหาร ทั่วไป เขาตั้งคำถามว่าทหารมีไว้ทำไม แล้ววันนี้ผมก็อยากจะบอกว่าเราควรเปลี่ยนคำถามนั้น แล้วเดินหน้าทางความคิดร่วมกันว่าตกลงแล้วทหารมีหน้าที่อะไร การประกอบเสนาพาณิชย์ เหล่านี้ยังควรเป็นหน้าที่ของทหารอยู่หรือไม่ มันหมดยุคสงครามเย็นแล้ว เสนาพาณิชย์ เหล่านี้ควรที่จะกลับคืนสู่รัฐบาล และนอกจากนั้นมีอีกวิกฤติศรัทธาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง เมื่อครั้งยังรับราชการทหารอากาศอยู่ มีองค์กรหนึ่งภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ปวารณาตัวเองว่าองค์กรของเขามีหน้าที่พิทักษ์นักรบไทย มีหน้าที่ดูแลทำนุบำรุงสุขผู้เคย ผ่านศึกชายแดน ไม่ว่าจะจรดเหนือล่องใต้ องค์กรนี้มีความมุ่งหวังว่าจะทำนุบำรุงดูแล เขาและครอบครัวผู้ไปรบ แต่ในอีกมุมหนึ่งของผู้บริหารองค์กรนี้กลับแปรสภาพตัวเองไปเป็น ผู้ประกอบการก็ดี ไปบิดงานแข่งกับส่วนราชการอื่นก็ดี ผูกพันผูกขาดการจัดซื้อจัดจ้างบ้าง ก็ดี ผมพูดกับท่านประธานเลยก็ได้ว่านี่คือองค์การทหารผ่านศึก หากย้อนกลับไปเมื่อ การอภิปรายงบประมาณวาระสองเมื่อสภาชุดที่แล้ว ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เคยอภิปราย ว่า Love Shopping Load Shopee สินค้าราคาแพงกว่าท้องตลาด ไปเปิดดูได้เลยครับ ผู้ได้รับงานนี้องค์การทหารผ่านศึก ครั้งเมื่อผมอยู่กองทัพอากาศทุก ๆ เช้าผมจะเจอนายหน้า จากองค์การทหารผ่านศึกมานั่งรอดูแลตั้งแต่ระดับเจ้ากรม ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าฝ่าย เจ้ากรมอยากไปไหน หัวหน้าฝ่ายอยากไปที่ใด วันนี้จะกินเลี้ยงที่ไหน นายหน้า ด เด็กคนนี้ละครับพร้อมตามไปจ่ายเงินในทุก ๆ ที่ นอกจากเสนาพาณิชย์ที่เพื่อนสมาชิก กล่าวแล้ว นี่คืออีกเสนาพาณิชย์หนึ่งที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ จริงอยู่ว่าองค์การทหารผ่านศึกมี ความมุ่งหวังที่จะทำนุบำรุงดูแลทุกข์สุขของครอบครัวผู้ที่เคยผ่านการรบ ผู้ที่เคยออกไป ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ แต่กลับกันครับ ท่านลองดูได้เลยครับ วันนี้ทหารผ่านศึก ทำอะไร บ้างขายลอตเตอรี่ บ้างเป็น รปภ. แต่ผู้อำนวยการของเขากำลังนั่งแบ่งเค้ก หารเงินทอนกับนายหน้าและเจ้ากรมเหล่าทัพต่าง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ทหารอากาศนะครับ ผมยืนยันได้ ทุกเหล่าทัพที่องค์การทหารผ่านศึกเข้าไปประมูลงาน แบ่งเค้กกันอย่าง สร้างสรรค์ทุกประการ นี่คือวิกฤติศรัทธา หากที่ประชุมนี้กำลังถามว่าทำไมเราถึงมีความ จำเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญนี้ นี่คือหมุดหมายแรก นี่คือการกลัดกระดุมเม็ดแรกที่จะนำไปสู่การปฏิรูปกองทัพได้ในภายภาคหน้า เพราะหากวันนี้เราสามารถนำเสนาพาณิชย์เหล่านี้ออกจากกองทัพได้ นั่นหมายความว่า เรายุติปัญหาการตั้งคำถามว่าทหารมีไว้ทำไมได้ส่วนหนึ่ง ก่อนที่ผมจะมาพูดกับท่านประธาน ในวันนี้ครับ ผมได้โทรหาเพื่อนทหาร พี่ทหาร น้องทหารว่าเขาคิดเห็นอย่างไรบ้างกับญัตติ ที่กำลังเข้าสู่สภาในวันนี้ มี ๒ มุมมองด้วยกัน มุมมองที่ ๑ พวกเขารู้สึกประทับใจ กลุ่มนายทหาร รุ่นใหม่มีความหวังและฝากความฝันไว้ที่รัฐสภาแห่งนี้ เขาบอกว่าเขาเชื่อว่ารัฐบาลพลเรือน ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นพลเรือน จะสามารถมีสิทธิเด็ดขาดและเปลี่ยนแปลง กองทัพที่พวกเขาฝันและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในภายภาคหน้า กลุ่มคนเหล่านี้มุ่งหวัง ที่จะบริหารกองทัพในภายภาคหน้าให้เป็นกองทัพที่โปร่งใสและเป็นกองทัพของประชาชน เขามุ่งหวังว่ารัฐบาลพลเรือนนี้จะคืนเกียรติ คืนศักดิ์ศรีให้เขาได้สามารถเชิดชูได้อย่าง สง่าผ่าเผยว่า เขาคือผู้มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางบก ทางน้ำ ทางเรือ และทางอากาศครับ แต่มีอีกกลุ่มคนหนึ่งเช่นกันครับเขาถามกับผมว่าทำได้จริงหรือ ขนาดบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศยังหลีกเลี่ยงคำพูดว่า ปฏิรูปกองทัพ แล้วหันมา ใช้คำว่า พัฒนาร่วมกัน เขาไม่มั่นใจเลยว่าจะเปลี่ยนแปลงกองทัพได้จริง ๆ บ้างตั้งฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าหมูตุ๋นก็มี ขออนุญาตต่อเวลาสักครู่ครับท่านประธาน จากที่กล่าวมานี่คือวิกฤติศรัทธาของกองทัพ และนี่คือหมุดหมายที่จะร่วมกันปลดกระดุม แล้วนำทางไปสู่การปฏิรูปกองทัพ และผมอยากฝากความนี้ไปถึงเพื่อนกรรมาธิการวิสามัญ ที่กำลังจะถูกแต่งตั้งหากสภาที่นี้เห็นชอบ ผมอยากฝากความนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตลอดจนผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกท่าน ว่าภารกิจนี้ เป็นภารกิจที่ท่านกำลังจะแบกความหวังความฝันของนายทหารผู้มีความหวัง ว่าวันหนึ่ง กองทัพจะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีอีกครั้งหนึ่ง ผู้มีความหวังความฝันว่าเขาจะสามารถใส่เครื่องแบบ ออกไปนอกหน่วยราชการได้อย่างสง่าผ่าเผย ว่าเขามีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ หาใช่อย่างทุกวันเยี่ยงนี้ที่แม้จะใส่เครื่องแบบออกมายังต้องคิดหนักเลย ความภูมิใจของ พวกเขากำลังจะกลับมาหรือไม่ อยู่ที่การดำเนินการของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ที่จะมี องค์ประกอบจากตัวแทนฝ่ายค้าน ตัวแทนรัฐบาลและตัวแทนผู้บริหาร การปฏิรูปกองทัพ ท่านอาจจะยังไม่กล้าหาญพอที่จะปฏิรูปทั้งโครงสร้าง ผมก็หวังว่านี่คือเศษส่วนเล็ก ๆ ที่ผม จะได้เห็นการเริ่มต้นจากการยกโอนปฏิรูปผิดจุด การยกโอนธุรกิจกองทัพเหล่านี้ออกจาก หน่วยทหารสักที อย่างน้อยได้ยุติคำว่าทหารมีไว้ทำไม อย่างน้อยได้ให้พวกเขามีเกียรติ มีศักดิ์ศรีอีกคำรบหนึ่ง จึงขอฝากประเด็นนี้ไว้กับท่านประธาน ตลอดจนเพื่อนว่าที่ กรรมาธิการทุกท่าน ช่วยดำเนินการให้กองทัพทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในหน้าที่หลักของเขา อย่างแท้จริง และภายภาคหน้าผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ใช่เพียงแค่การยกโอนธุรกิจกองทัพ เราจะสามารถกำหนดและกระชับขอบเขตอำนาจทหารได้อย่างครบถ้วนทุกประการ แต่จุดเริ่มต้นนี้ผมฝากความหวังไว้กับทุกคนด้วยครับ ขอบคุณครับ