สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สนับสนุนให้ตั้งกองทุนวิสามัญศึกษาเกี่ยวกับการโอนธุรกิจของกองทัพ ให้รัฐบาล โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การทำงานของกองทัพมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังต้องการให้สนามกอล์ฟที่อยู่ในพื้นที่ลำลูกกาเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่ออกกำลังกายและช่วยลดฝุ่นพิษในพื้นที่

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ ครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนขอให้ตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษา เกี่ยวกับการโอนธุรกิจกองทัพให้รัฐบาล เมื่อพูดถึงกองทัพหรือธุรกิจกองทัพ ข้างในเรา เหมือนแดนสนธยา เหมือนเมืองลับแลเลยนะครับ ประชาชนไม่เคยรับรู้เลยว่ากองทัพ ทำอะไรบ้าง บริหารธุรกิจอย่างไร กำไรขาดทุนเท่าไร ไม่เคยต้องทำรายงานส่งใครเลยนะครับ แต่พรรคก้าวไกลของเราก็ได้ประเมินว่ากองทัพจะมีกำไรแต่ละปีประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าถามว่าทำไมก้าวไกลถึงมีปัญหากับกองทัพ ถึงคอยจับผิดกองทัพ จริง ๆ แล้วคำตอบง่าย ๆ เลยนะครับ เราไม่ได้จับผิดกองทัพครับ แต่เราต้องการความโปร่งใสในทุก ๆ องค์กร ไม่ใช่ เฉพาะแต่กองทัพ เหมือนท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่มีนโยบายสภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ เหมือนกันเลยนะครับ ในเรื่องใดที่ไม่โปร่งใสเราก็จะทำให้โปร่งใสสิ้นข้อสงสัยกับประชาชน ในเรื่องของสนามกอล์ฟ ธูปะเตมีย์ เป็นพื้นที่ที่อยู่ในลำลูกกา เป็นพื้นที่ที่ผมอาศัยอยู่แล้วก็ขับรถผ่านทุกวัน ขณะนี้ เป็นสนามกอล์ฟที่นำมาใช้ประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ถ้าเราเรียกตามภาษาชาวบ้านก็กลุ่ม Elite หรือกลุ่มผู้มีอันจะกินนะครับ เพราะสนามกอล์ฟ แน่นอนว่าชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถเข้าไป จ่ายเงินตีกอล์ฟแน่ ๆ ไม่ใช่กีฬาของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านในละแวกนั้นเป็นคนหาเช้ากินค่ำ เป็นคนชั้นกลาง เป็นคนรายได้น้อย ไม่ใช่คนมีอันจะกิน เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนให้นำ สนามกอล์ฟตรงนี้มาทำเป็นสถานสาธารณะนะครับ สวนสาธารณะ คล้าย ๆ กับสวนลุมพินี ก็ได้ให้ประชาชนเข้าไปออกกำลังกาย เข้าไปวิ่งเป็นปอดของคูคต เป็นปอดของคนลำลูกกา ท่านประธานรู้ไหมครับว่า ลำลูกกาขึ้นชื่อว่ามีฝุ่นพิษเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา อำเภอลำลูกกาเรามีฝุ่นพิษเป็นอันดับ ๑ อันดับ ๒ ของประเทศไทย มาโดยตลอด แล้วเราไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ ถ้าเราได้สวนสาธารณะตรงนี้มาทำเป็นต้นไม้ใหญ่ เป็นปอดของคนลำลูกกาก็จะดีมาก ๆ เลยนะครับ สำหรับพวกเราชาวลำลูกกา แล้วเมื่อเรา พูดถึงธุรกิจกองทัพก็ต้องพูดถึงนโยบายของพรรคก้าวไกลที่เราจะให้มีรัฐสวัสดิการ รัฐสวัสดิการของเราต้องใช้เงินประมาณปีละ ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราได้จัดสรรบางส่วน ของธุรกิจกองทัพ กำไรตรงนี้นำมาเป็นรัฐสวัสดิการก็จะช่วยเหลือประชาชนได้มากเลย ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีว่าทหารมีหน้าที่รักษาความมั่นคง ทหารทำงานหนักนะครับ ควรจะได้รับสวัสดิการ สวัสดิการเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาของพรรคก้าวไกลเลย แต่ปัญหาคือว่า กำไรของกองทัพควรจะต้องรายงาน ควรจะต้องนำส่งกระทรวงการคลัง และเมื่อจะนำไปใช้ เป็นสวัสดิการก็ทำเรื่องขอเบิกงบประมาณเข้ามาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เกิดความสง่างาม ในกองทัพ ธุรกิจกองทัพมีหลายแบบอย่างที่ สส. เบญจา แสงจันทร์ ได้พูดไปสนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ คลื่นทีวี วิทยุ พลังงาน มีมากมายเลยนะครับ แต่ทำเหมือนธุรกิจ ส่วนตัว ทำให้ประชาชนก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมจึงต้องมีความลับขนาดนี้ เมื่อพรรคก้าวไกล ต้องการให้มีความโปร่งใสตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นทหารและกองทัพก็จะมีความสง่างาม มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีสวัสดิการให้กับทหารชั้นผู้น้อยอย่างเป็นธรรม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ดีของ ประเทศไทยไม่ใช่หรือครับ ประชาชนตรวจสอบได้ ประชาชนมีความสุขกับการที่ทหาร สามารถที่จะแจกแจง ชี้แจงรายได้ของตัวเองได้ อันนี้ก็จะเป็นผลประโยชน์กับประชาชน แล้วก็กองทัพเองด้วยนะครับ รัฐสวัสดิการของเรามีอะไรบ้างนะครับ เอาไว ๆ ก็คือว่าคนชรา ๖๐ ปีขึ้นไปได้ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน เด็กเล็กได้ ๑,๒๐๐ บาท มีสิทธิลาคลอด มีศูนย์เด็กเล็ก ใกล้บ้าน มีอาหารฟรี มีรับส่งเด็กนักเรียน คูปองให้เด็กไปเรียนเสริม มีการ Reskill ให้กับ คนทำงาน คนทำงานที่อยากเปลี่ยนงานก็สามารถไปเรียน Reskill ได้ฟรี นอกจากนี้ก็ยังมี สวัสดิการให้กับประกันสังคมทุกอาชีพ สิ่งเหล่านี้นะครับ ถ้าเรานำรายได้จากกองทัพมาช่วย เจียดให้กับประชาชนก็จะทำให้ประชาชนมีความสุขไปด้วยพร้อม ๆ กับกองทัพ แล้วเมื่อเรา ทำสิ่งเหล่านี้ได้สำเร็จ การจัดสรรสวัสดิการทหารชั้นประทวนก็จะได้รับชั้นสัญญาบัตร และนายทหารก็จะได้รับอย่างเท่าเทียมกันอย่างมีความยุติธรรมนะครับ ประชาชนก็ได้ ความเป็นธรรมด้วย ได้เงิน ได้สวัสดิการด้วย ทหารทุกระดับก็จะมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อม ๆ กับประชาชนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ