มนพร แจงโครงการสะพานตรัง ขอรับฟังทุกฝ่ายก่อนเดินหน้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗

มนพร เจริญศรี หารือความคืบหน้าและปัญหาความขัดแย้งจากการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนในจังหวัดตรัง ซึ่งถูกคัดค้านโดยกลุ่มเอ็นจีโอจากความกังวลต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้าน จึงเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน มีการรับฟังความคิดเห็นและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้โครงการก่อสร้างสะพานสามารถดำเนินไปได้โดยคำนึงถึงทั้งความจำเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในการมาตอบกระทู้แทนท่านสมาชิก เนื่องจากวันนี้ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ประชุม Workshop อยู่ที่กระทรวงคมนาคม และเป็นการประชุม Workshop ในการเตรียมแผนพัฒนาในกรอบงบประมาณของปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ต้องขอถือโอกาสขอบคุณคำถามของท่านสมาชิก ที่วันนี้ท่านได้ให้ความสนใจในการผลักดัน โครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดตรังนะคะ คำถามของท่านสมาชิก ดิฉันขอทวนคำถามว่า กระทรวงคมนาคมจะมีการผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน จังหวัดตรัง กลับมาพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ ดิฉันขออนุญาตเกริ่นนำถึงภาพรวมของโครงการดังกล่าวก่อน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านก็จะ เห็นว่าภาพสไลด์แรก กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบท ขอเรียนให้ทราบว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นโครงการที่กรมทางหลวง ชนบทได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษา แล้วก็จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลการศึกษาสิ่งแวดล้อม EIA ไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ซึ่งที่ตั้งโครงการคือที่วงกลมไว้บริเวณสีแดง ซึ่งอยู่ในแผนที่ ซึ่งเป็นแผนที่ ที่เชื่อมระหว่างบ้านท่าเรือ ตำบลวังวน อำเภอกันตัง กับบ้านหินคอกควาย ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียน ซึ่งจะมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลวังวน และตำบลบ้านนาได้ประโยชน์ จากโครงการก่อสร้างถนน ได้มีการก่อสร้างถนนและสะพานในเส้นทางดังกล่าวประมาณ ๑๓,๗๔๒ คน ซึ่งจากผลรายงานการศึกษาของพี่น้องประชาชนพบว่า พี่น้องประชาชน บางส่วนเห็นด้วย แต่มีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งเราเรียกว่าองค์กรพัฒนาเอกชน หรือว่า NGO ซึ่งออกมาต่อต้านโครงการนี้ แล้วก็บอกว่า ถ้าเราดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพาน ดังกล่าว ก็จะไปทำลายระบบนิเวศป่าชายเลน แล้วก็ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ นอกจากนั้น ยังไปขัดขวางการเจริญของสัตว์น้ำวัยอ่อนที่เป็นทรัพยากรสำคัญที่พี่น้องในแถบลุ่มน้ำนั้น ใช้เป็นที่ทำมาหากิน แล้วก็ใช้เป็นอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวมาตลอด ถ้าเราไปทำการก่อสร้าง สะพานดังกล่าวในพื้นที่ก็จะเป็นการทำลายอาชีพของพวกเขาในกลุ่มของประมงพื้นบ้าน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ไม่ดำเนินการ ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างสะพานดังกล่าว แต่กระทรวง คมนาคมก็ไม่นิ่งนอนใจนะคะ เราเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และได้ลงไป ร่วมประชุมกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ยังจะได้ดำเนินการโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็น โอกาสอย่างดีที่เราบอกว่า ถ้า NGO ไม่เห็นด้วย มีประเด็นไหนบ้างที่กระทรวงคมนาคมหรือ ทางรัฐบาลจะชดเชย นี่คือโครงการอีก ๑ โครงการค่ะท่านประธาน เราจะเห็นว่าวันนี้การที่ เราเอาโครงการพัฒนาหรือความเจริญไปในพื้นที่ใด ๆ ถ้ามีพี่น้องประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือกลุ่ม NGO ไม่เห็นด้วย ก็เป็นการชะงักของโครงการ ก็เป็นการสร้างความที่เราบอกว่า พี่น้องประชาชนลำบาก ต้องการถนนบ้าง ต้องการอ่างเก็บน้ำบ้าง ต้องการสะพานบ้าง แต่พอ NGO ดิฉันไม่ทราบว่า NGO เหล่านั้นอยู่ในพื้นที่ หรือ NGO ที่อยู่ต่างถิ่น แต่ NGO เหล่านั้นได้แสดงออกเลยว่า เขาขอคัดค้านโครงการดังกล่าว ซึ่งดิฉันขอฝากท่านประธาน ไปถึงท่านสมาชิกนะคะ พวกเราเองในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชน สำคัญที่สุดคือการลงไป รับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน แล้วการลงไปเหล่านั้นเราต้องชี้แจงรายละเอียดความจำเป็นว่า เมื่อโครงการสะพานไปแล้ว จะไม่กระทบของการทำลายธรรมชาติระบบนิเวศของสิ่งแวดล้อม มิฉะนั้นเกิดอีกกี่ปี ๆ ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้สร้างสะพาน เพราะมีกลุ่ม NGO กลุ่มเล็ก ๆ เหล่านี้ เห็นด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันฝากท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกนะคะว่า ขอให้สร้าง กระบวนการมีส่วนร่วมให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม นั่นก็จะเป็นโอกาสดีที่ท่านสมาชิกจะได้ มีโอกาสไปชี้แจงและทำความเข้าใจกับกลุ่มของ NGO ดังกล่าวต่อไปค่ะ

ต่อมาในปี ๒๕๖๔ คณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก จังหวัดตรัง หรือเราเรียกว่า อจร. จังหวัดตรัง ก็ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทกลับมาพิจารณา อีกครั้งว่า การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนแนวใหม่นี้ เปลี่ยนชื่อดูค่ะว่า ถ้าเปลี่ยนชื่อ เป็นโครงการตัดถนนและสร้างสะพานเชื่อมอำเภอกันตัง กับอำเภอหาดสำราญ มุ่งสู่ จังหวัดสตูลได้ไหมคะ แนวแผนที่ที่โชว์ให้ดู นั่นคือบริเวณเส้นวงกลมที่ Mark ให้เห็นนะคะ ดังที่แสดงในแผนที่ว่า ถ้าเราเปลี่ยนชื่อโดยที่ไม่ได้บอกว่าเป็นการก่อสร้างสะพานปะเหลียน จะเกิดอะไรขึ้น แต่ปัญหาก็เป็นอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ซึ่งจริง ๆ แล้ว นโยบายของรัฐบาล ที่ทุก ๆ โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม เราก็จะมีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทุกภาคส่วน หลังจากที่ทาง กระทรวงคมนาคมได้ให้ความเห็นจาก อจร. ตรัง เรียบร้อยแล้ว เราจึงกลับมาพิจารณาว่า แนวเส้นทางที่ อจร. ตรังเสนอนั้น จะมีศักยภาพที่จะพัฒนาเส้นทางเพื่อการเดินทาง แล้วก็ ท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ท่านจะเห็นภาพ ถ้าเราได้สร้างมันก็จะเป็นภาพ ที่สวยงาม ประกอบกับสำนักนโยบายและแผนของการขนส่งและการจารจร ของกระทรวง คมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น แล้วก็ การออกแบบ แล้วก็มาดูว่า ถ้าเราใช้เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่ส่งเสริม การท่องเที่ยว แล้วก็เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาในเลียบทะเลชายฝั่งอันดามัน ช่วงจังหวัดระนองไปจนถึงจังหวัดสตูล ก็จะมีพื้นที่ที่สามารถครอบคลุมได้ถึง ๖ จังหวัด รวมทั้งจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง แล้วก็จังหวัดสตูล ซึ่งการศึกษาก็จะเป็นการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการคมนาคม เพื่อสนับสนุน การท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสัมภาษณ์ แล้วก็หารือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวและพัฒนาเมือง รวมทั้งสำรวจ กายภาพในการที่จะมีโครงข่ายของถนน เพื่อกำหนดเส้นทางตามแนวการพัฒนาในกลุ่ม ของยุทธศาสตร์จังหวัดนั้น ๆ ด้วย ท่านประธานที่เคารพคะ กระทรวงคมนาคมจึงได้รับทราบ ถึงการขอพื้นที่ในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนแล้ว และได้มอบหมายให้ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร พิจารณาตามความสอดคล้อง แล้วก็ความ เหมาะสมนะคะ เพราะมันเป็นถนนที่เลียบชายฝั่งทะเล เพื่อบรรจุในแผนพัฒนาของการ ขนส่งทางบก และเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามันต่อไป ทั้งนี้คาดว่า เราได้มีการศึกษา EIA แล้วนะคะ จะแล้วเสร็จประมาณ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหากผลการศึกษาพบว่าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนเข้าหลักเกณฑ์ เพื่อเป็นถนน เพื่อการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน และบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการ กรมทางหลวงชนบทถึงจะขอรับการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างที่กราบเรียนท่านประธาน ที่ท่านสมาชิกได้ถามว่า ในส่วนของที่กลุ่ม NGO ออกมา คัดค้านในการสร้างสะพาน แล้วก็ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทางกระทรวง คมนาคมจึงมีแผน ๒ ที่ออกมารองรับในการก่อสร้างสะพานดังกล่าว นอกจากนั้นมีประเด็น อื่น ๆ ดิฉันอนุญาตตอบในคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิก ขอบคุณค่ะ