จิตติพจน์ ชี้ค่าไฟแพงกระทบเศรษฐกิจ-ลงทุน ขอปรับโครงสร้างต้นทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นซึ่งกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนวทางลดต้นทุนโดยปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า ลดสัดส่วนพลังงานราคาแพง และผลักดันการใช้มิเตอร์ดิจิทัลเพื่อลดค่าบริการรายเดือนที่เป็นภาระถาวรของผู้ใช้ไฟฟ้า

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องค่าไฟฟ้า เป็นประเด็นที่ประชาชนกังวลเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่าค่าไฟที่แพงนั้นนอกจากจะมี ผลกระทบกับเศรษฐกิจของเรา ทำให้ต่างชาติเวลาพิจารณาว่าจะมาลงทุนประเทศไทย หรือไม่ ก็ต้องดูว่าผลิตสินค้าประเทศไหนแล้วต้นทุนถูกที่สุด ถ้าหากว่าค่าไฟในประเทศไทย ของเราสูงกว่าประเทศคู่แข่งอยู่ที่ ๔ บาทกว่า ขณะที่เวียดนามอยู่ ๒ บาทกว่า การลงทุน Foreign Direct Investment หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ก็จะลดลงครับ และในขณะเดียวกันค่าไฟที่แพงก็มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชน อีกด้วยครับ ประชาชนปัจจุบันมีหนี้สินล้นพ้นตัว มีหนี้ครัวเรือนสูงกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ถ้าหากต้องมารับภาระค่าไฟที่แพงอีก ความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะยิ่งลำบากขึ้นอีก ซึ่งในปลายปีที่แล้วรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็ได้มีการพยายามช่วยเหลือประชาชนนะครับ ในเดือนธันวาคมที่ทาง กฟภ. จะปรับค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น ๔.๖๘ บาท รัฐบาลเพื่อไทย ในเดือนมกราคมก็ได้มีการปรับลงเหลือ ๔.๑๘ บาท ก็เนื่องจากว่าปัญหาเรื่องค่าไฟนั้น เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ การที่จะลดค่าไฟนั้นมีประเด็น ที่ต้องพิจารณาอยู่ประมาณ ๓ ส่วน ครับท่านประธาน ส่วนหนึ่งก็คือค่าไฟฟ้าพื้นฐาน ส่วนที่ ๒ ก็คือค่าไฟฟ้า FT หรือต้นทุนผันแปร ส่วนที่ ๓ ก็จะเป็นเรื่องของค่าบริการรายเดือน ครับท่านประธาน ในเรื่องของค่าไฟฟ้าพื้นฐานและค่าไฟฟ้าซึ่งมีการผันแปรนั้น สามารถที่จะปรับลดลงได้ โดยการที่พิจารณาหาต้นทุนพลังงานที่มาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ที่ถูกลงครับ อย่างเช่น พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีต้นทุนประมาณ ๒ บาท หรือว่าการใช้แก๊ส ธรรมชาติที่มีราคาไม่สูงคือแก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทย ซึ่งมีราคาประหยัดทำให้ต้นทุน การผลิตสูงให้มากและใช้ไฟฟ้าที่มีแหล่งผลิตที่มีต้นทุนสูงให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า จากชีวมวลหรือไฟฟ้าจากการนำเข้าพลังงานก๊าซที่มีราคาสูง ถ้าลดสัดส่วนลงต้นทุนไฟฟ้า ก็จะลดลงครับ ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าลดเรื่องของการสำรองไฟฟ้าหรือไฟฟ้าส่วนเกิน ซึ่งปัจจุบันอยู่เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ถ้าหากว่าสามารถลดลงมาที่ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญครับท่านประธาน ส่วนอีกตัวหนึ่งที่ผมเห็นว่า สามารถดำเนินการได้เลย ก็คือเรื่องของค่าบริการรายเดือนครับ ค่าบริการรายเดือน ปัจจุบันถ้าเป็นบ้านอยู่อาศัยอยู่ที่ ๒๔.๖๒ บาท ประมาณ ๒๕ บาท ส่วนถ้าเป็นกิจการขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจที่มีการผสมผสานกับบ้านพักอาศัยก็จะตกอยู่ประมาณ ๓๓ บาท ๒๙ สตางค์ คิดถ้วน ๆ ก็ประมาณ ๓๓ บาท ต้นทุนส่วนนี้การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งคนไปจดมิเตอร์มีการทำการออก Bill ทำการชำระเงินและรับชำระเงินออกใบเสร็จ ซึ่งต้นทุนขนาด ๒๔ บาทหรือ ๓๓ บาท เป็นต้นทุนที่สูงครับ ถ้าหากว่าเราพิจารณาให้ละเอียดปัจจุบันมีการใช้มิเตอร์ Digital หรือมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถที่จะบอกจำนวนการใช้ไฟฟ้า มีการพิมพ์ใบแจ้งหนี้ แล้วก็สามารถพิมพ์ใบเสร็จได้ โดยที่ไม่ต้องใช้คนจำนวนมากซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก และเริ่มมีการใช้ เป็นการทั่วไปตาม Apartment ต่าง ๆ ถ้าหากว่าการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคจะได้พิจารณานำมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์หรือมิเตอร์ Digital ที่ปัจจุบันราคาถูกลง กว่าเดิมมาก นำมาใช้ในการจดมิเตอร์ออกใบแจ้งหนี้และออกใบเสร็จรับเงิน ก็จะสามารถ ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่ใช่ค่าใช้จ่ายน้อย ๆ ครับท่านประธาน เดือน ละ ๓๓ บาทก็ดี หรือจะเดือนละ ๒๔ บาทก็ดีจากยอดผู้ใช้มิเตอร์นครหลวง ๔ ล้านมิเตอร์ ยอดผู้ใช้มิเตอร์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค๒๐ ล้านมิเตอร์ รวมแล้ว ๒๔ ล้านมิเตอร์ เฉลี่ยประมาณ ๔๐ บาทต่อมิเตอร์แต่ละเดือนก็ประหยัดเงินได้เกือบพันล้านบาท ส่วนนี้ เป็นเงินที่รัฐบาลหรือการไฟฟ้าสามารถประหยัดได้และสามารถโอนผ่านส่วนที่ลดลงนี้ ทำให้ประชาชนมีภาระในการจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าไฟซึ่งเป็นค่าบริการ รายเดือนนั้น เป็นค่าไฟฟ้าที่ไม่ว่าประชาชนจะใช้ไฟฟ้าหรือไม่ก็ตาม จะต้องชำระอยู่ดี เป็นค่าใช้จ่ายตายตัว ซึ่งผมคิดว่าไม่สมเหตุผลครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตัวนี้เป็นตัว ที่อยากจะขอให้ทาง กกพ. การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าภูมิภาคได้พิจารณาลดค่าใช้จ่าย ตัวนี้ลง ซึ่งผมเชื่อว่าสามารถทำได้เพราะปัจจุบันนี้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าภูมิภาค ใช้วิธีให้สัมปทานหรือให้มีการประมูล เพื่อที่จะดำเนินการจดมิเตอร์ วางบิลและรับชำระเงิน คือการไฟฟ้าไม่ได้ทำเองแต่จ้างคนข้างนอกทำ เหมือนกับเป็น Subcontractor ซึ่งค่าใช้จ่าย ส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่ผมคิดว่าสูงเกินจริง และถ้าหากว่าจะได้พิจารณาแก้ไขก็ช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ