ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง หารือปัญหาค่าไฟฟ้าแพงที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในภาคอีสาน ซึ่งต้องทำงานหนักแต่ยังคงมีรายได้ต่ำและต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะค่าปุ๋ย ยา และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มภาระครัวเรือนอย่างหนัก จนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและค่าครองชีพ เรียกร้องให้ภาครัฐเห็นใจและเร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งท้าทายอคติที่มีต่อคนอีสานว่าไม่ขยันหรือล้าหลัง ย้ำว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขยันของประชาชน แต่อยู่ที่โครงสร้างราคาและนโยบายที่ไม่เป็นธรรม
เรียนประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ไม่ว่าที่ประชุมแห่งนี้วันนี้จะมีมติอย่างไร ผมก็อยากให้พวกเราใช้โอกาสนี้ในการหาวิธีการ แก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟแพงให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกร คนภาคอีสานครับท่านประธาน ท่านประธานครับ หากจะพูดถึงภาคอีสานแล้วหลายคน มักจะบอกว่าภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่รันทด บางคนอาจจะบอกว่าเป็นภูมิภาคที่มีความแห้งแล้งบ้างละ บางคนก็อาจจะบอกว่าเป็นพื้นที่ที่มีความกันดารบ้างละ คนอีสานไม่ขยันไม่สู้งานบ้าง ทำให้ไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตระดับฐานะของตนเองและครอบครัวขึ้นมาได้
๑๑๔/๑ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คนพูดถึงอีสานบ้านเกิดของผมครับ ซึ่งผมก็อยากตะโกนบอกจริง ๆ ว่า มันไม่ใช่ มีบางคนบอกเขาว่าคนอีสานไม่รวยสักที เพราะคนอีสานขี้เกียจทำงาน ไม่ขยัน ตื่นสาย นอนกลางวัน หรือบางทีโยงไปถึงการทำบุญมาตั้งแต่ชาติปางก่อนน้อยเกินไป แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าอันแท้ที่จริงแล้วมือของพี่น้องเกษตรกรคนอีสาน ทุกวันนี้ มือทั้งแห้ง ทั้งด้าน ทั้งแตก อันเนื่องมาจากที่พวกเขาทำงานอย่างหนัก เป็นเกษตรกร ปลูกข้าว ปลูกอ้อย ปลูกมัน ปลูกพืชอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย เพื่อเป็นวัตถุดิบสำคัญ ในการแปรรูปสินค้า สร้างมูลค่ามหาศาลให้กับผู้ประกอบการและประเทศในการส่งออก แต่ทำไมครับท่านประธาน เกษตรกรคนภาคอีสานถึงยังไม่รวยขึ้นสักที ท่านประธานครับ นอกเหนือจากการใช้นโยบายการกำหนดราคาพืชผลทางการเกษตรที่ไม่สามารถช่วยให้ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาวได้แล้วนั้น ยังมีเรื่องของปัญหาราคาปุ๋ย ราคายา ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อันเนื่องมาจากมีนายทุนผูกขาดไม่กี่เจ้าครับ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เกษตรกรคนภาคอีสานไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ นั่นก็คือปัญหาเรื่องของค่าครองชีพครับ ค่าไฟฟ้าถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อรายจ่ายของพี่น้องเกษตรกร ทำไม หรือครับท่านประธาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ พื้นที่ของผมอำเภอน้ำพองปลูกข้าวได้ปีหนึ่ง ๒ ครั้ง เกษตรกรจะยิ้มได้ก็ต่อเมื่อตอนที่พวกเขาได้เกี่ยวข้าวไปขายครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าเงินก้อนจะได้ก็ต้องรอจนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว คำถามคือแล้วระหว่าง วันนี้ไปจนถึงวันเก็บเกี่ยว พวกเขาจะหาเงินจากไหนมาใช้ บางคนก็ต้องออกไปรับจ้าง บางคนก็ต้องไปทำอาชีพทอเสื่อ บางคนก็ต้องเข้าป่าไปหาของป่ามาขาย หรืออาชีพอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายครับ เพื่อเป็นการหารายได้ ในขณะที่ข้าวในนามันยังเกี่ยวไม่ได้ หาเงินมาจุนเจือครอบครัวมาเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าอื่น ๆ จิปาถะอีกเยอะแยะมากมายครับ ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณตาแสง เป็นชาวบ้าน บ้านคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง ปัจจุบันคุณตาอายุ ๗๐ ปี อาศัย อยู่กับคุณยายดาวอายุ ๖๕ ปี ทั้งสองมีอาชีพเป็นเกษตรกร รายได้หลักมาจากการทำนา รายได้เสริมมาจากการการเหลาไม้ไผ่ทำด้ามไม้กวาดเพื่อส่งโรงงานในชุมชนครับ ผมถาม คุณตาแสงอย่างนี้ครับว่า พ่อใหญ่เอ๊ยหมู่เจ้าเสียค่าไฟเดือนหนึ่งเดือนละจักบาท คุณตาแสงเดินไปหยิบใบเสร็จค่าไฟมาให้ผมดูครับ แล้วก็บอกว่าเสียค่าไฟเดือนหนึ่งประมาณ ๗๐๐ บาทต่อเดือน พร้อมกับได้อธิบายเพิ่มเติมด้วยครับท่านประธาน ท่าน สส. ค่าไฟเดือนละ ๗๐๐ บาท มาจากอันที่ผมเปิดไฟไล่แมลงให้กับคอกหมูทุกคืนครับ อันที่ ๒ ก็มาจากการที่ผม เปิดเครื่องสูบน้ำมื้อละ ๑ ชั่วโมง แต่ผมบ่ได้เปิดทุกมื้อ บ้านผมบ่มีแอร์ ผมนอนตากพัดลม ปัญหาค่าไฟที่แพงขึ้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณของหมู่ผม ลำพังเงินผู้สูงอายุ เดือนละ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๒ คน รวมกันเป็น ๑,๓๐๐ บาท เอามาจ่ายค่าไฟ ๗๐๐ บาท ก็แทบสิบ่เหลือใช้กินใช้อย่างอื่นแล้วท่านประธาน ฟังดูแล้วหดหู่ไหมครับ นี่คุณตายังแอบบ่น เพิ่มเติมด้วยนะครับท่านประธานว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลน่าจะดีกว่านี้ เพราะอย่างน้อย ๆ เบี้ยผู้สูงอายุก็น่าจะได้มากกว่านี้ แกยังได้พูดเสริมอีกว่า พอถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวก็ไม่ได้ราคา แถมบางปีน้ำท่วมข้าวอีก ข้าวที่ปลูกกลายเป็นไม่ได้เกี่ยว แต่ค่าไฟต้องจ่ายทุกเดือนครับ แถมค่าไฟมีแต่ขึ้นกับขึ้น เกษตรกรเขาไม่รู้หรอกว่าค่า FT ที่เพื่อน ๆ สมาชิกกำลังอภิปรายอยู่นี้ มันคืออะไร เขาไม่สนใจครับ เขาไม่รู้เรื่องด้วยว่าที่มาที่ไปมันคืออะไร เขารู้อย่างเดียวครับว่า แม้ค่าไฟขึ้น สุดท้ายเขาก็ยังต้องจ่ายค่าไฟ มันเหมือนการบังคับไปในตัว เดือนไหนหาเงินไม่ได้ หาเงินไม่ทัน หาเงินไม่พอใช้ ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน บิลค่าไฟนี่ยังโชคดีหน่อยมันมีการอนุโลม ต้องชำระภายใน ๗ วัน หลังจากที่ท่านได้รับใบแจ้งหนี้ อีก ๗ วันเขาจะออกใบเตือน แล้วอีก ๗ วัน เขาถึงมาตัดค่าไฟ เรื่องค่าไฟที่แพงไปพูดให้เพื่อนบ้านฟังก็ไม่ได้ครับ เพราะละแวก แถวนั้นมันแพงเหมือนกันหมดครับ กลายเป็นเรื่องที่พูดให้ใครฟังก็ไม่ได้ หรือพูดไปแล้ว ไม่มีใครได้ยิน นี่ละครับคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรคนภาคอีสานไม่สามารถลืมตาอ้าปาก ได้สักที ท่านประธานครับ เรื่องค่าไฟที่แพงยังส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในด้านอื่น ๆ ให้สูงขึ้นไปด้วย เพราะไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยพื้นฐานในด้านการผลิต ทั้งในด้านอาหาร และบริการในด้านอื่น ๆ ครับ ผมมีรุ่นน้องอีกคนหนึ่งมาทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มันซื่อบักสมหมายครับ ท่านประธานผมเอ่ยมันว่า บักทิดหมาย ย่อนวามันหากะสึกพระออกมาครับ ทิดหมายนี่ เฮ็ดเวียก ได้เงินเดือน ๑๙,๐๐๐ บาทต่อเดือนครับท่านประธาน หักค่ากิน ค่าเดินทางแล้ว เงินเดือนแทบสิบ่เหลือ พอมาเจอค่าไฟฟ้าที่เพิ่มค่าใช้จ่ายในบ้านก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว มิหนำซ้ำค่าไฟที่เพิ่มได้แพง ยังทำให้ค่าอาหารที่ต้องซื้อกินนี้แพงขึ้นไปด้วย ทำงานเงินเดือน ไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกเดือนนะครับ แต่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นทุกวัน แล้วจะให้เขาเอาเงินจากไหน ไปสร้างอนาคตให้ลูก ไปสร้างครอบครัว หรือเอาเงินจากไหนไปผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรือแม้แต่ ส่งเงินให้กับผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านได้ใช้ครับ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องค่าไฟที่แพงยิ่งแพง มากเท่าไร น้ำตาของคนใช้ไฟยิ่งไหลมากขึ้นเท่านั้น ผมอยากให้การจัดการเรื่องไฟฟ้า มีความเหมาะสม ไม่มีการผูกขาด สำคัญที่สุดคือประโยชน์ต้องเป็นของพี่น้องประชาชน คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ผมไม่อยากให้ค่าไฟเป็นหนึ่งในเครื่องไม้เครื่องมือที่สร้าง ความร่ำรวย ความมั่งคั่ง ให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือแม้แต่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ควรจะ สร้างต้นทุนในการดำเนินชีวิตให้กับคนทุกคนอย่างเหมาะสม สร้างโอกาสในการยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนทุกคนบนความเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับ