ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ หารือปัญหาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการคำนวณค่าไฟและความได้เปรียบของภาคเอกชน โดยเฉพาะในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมที่จังหวัดระยอง ที่มีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น การกีดกันประชาชนและผู้แทนจากกระบวนการมีส่วนร่วม รวมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและภาระค่าไฟที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย ปลวกแดง วังจันทร์ ท่านประธานครับ เมื่อสมัยประชุมที่แล้วผมมีโอกาส ได้อภิปรายเรื่องประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงจากการเฉลี่ยค่าไฟ และประชาชนต้องจ่าย เท่านั้น ไม่มีทางเลือก หลักเกณฑ์การคำนวณก็ไม่เคยมีการเปิดเผยต่อประชาชนเลย ประชาชนไม่สามารถมีส่วนร่วมอะไรได้กับหลักเกณฑ์พวกนี้ มีส่วนร่วมได้อย่างเดียว คือการช่วยหารค่า FT กันทั้งประเทศ แล้วก็เหมือนหนังฉายซ้ำครับท่านประธาน สมัยประชุมนี้ผมก็ต้องลุกขึ้นยืนอภิปรายอีกรอบเรื่องค่าไฟแพง ในการสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ที่เสนอโดย ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ที่ผ่านมาทาง กกพ. มีมติปรับค่าไฟเดือนมกราคมถึงเมษายน ๒๕๖๗ อยู่ที่หน่วยละ ๔.๑๘ บาท จากเดิมหน่วยละ ๓.๙๙ บาท ทำให้ประชาชนต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้น ร้านค้า ร้านอาหาร ธุรกิจหลายประเภท ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ แบกภาระ ต้นทุนเพิ่ม บางธุรกิจทำแล้วไม่ได้กำไร เอาไปจ่ายค่าไฟหมด แบกรับกันไม่ไหว ปิดตัวกันลงไป แต่มีธุรกิจอยู่ประเภทหนึ่งที่เจริญเติบโตค้าขายดี กำไรคล่อง รุ่งเรืองเหลือเกิน นั่นคือ ธุรกิจโรงไฟฟ้า ที่จังหวัดระยองของผมกำลังมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง และมีการทำ COP ที่เหมือนเป็นตรายางรับรองการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้า ตามระเบียบเท่านั้น ทั้งที่ถึงเวลาประชาสัมพันธ์ก็บอกประชาชนว่าเป็นการเปิดเวทีให้มีส่วนร่วม โดยภาคประชาชนจะได้มาให้ความเห็นต่อข้อกังวล นี่เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรม ที่กำลังจะเกิดขึ้นใจกลางชุมชนครับท่านประธาน เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสไลด์นี้ เกิดเมื่อแปดโมงเช้าของวันนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมไปที่หน้าเวที COP ที่จัดขึ้น เพื่อสังเกตการณ์ด้วยตัวเองก่อนมาประชุมสภา ซึ่งแปลกมากครับ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น อย่างไร ผมก็ไม่แน่ใจ จัดในสถานที่เอกชน จัดวันพุธในเวลาทำงาน คนคงสะดวกมากันมาก กระมังครับ แล้วไปถึงสิ่งที่ผมเห็นมีเต็นท์และชายชุดดำนับร้อยรอรับชาวบ้านอยู่พร้อม เจ้าหน้าที่ คฝ. และตำรวจจากจังหวัดระยอง กว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ที่เป็นเต็นท์ในสถานที่ ที่จัดงานต้องเดินผ่านชายชุดดำ ผ่านด่านตรวจ ผ่านนั่นผ่านโน้นผ่านนี่ ประชาชนเห็นเข้า คำถามคือเห็นแบบนี้เวทีรับฟังความคิดเห็นนะครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าเวทีรับฟัง ความคิดเห็นหรืออะไรกันแน่ ชาวบ้านจะกล้าเข้าไปไหมครับ ผมก็อาสาเป็นตัวแทนเข้าไป ถามให้ว่า เข้าไปได้ไหม ทางผู้จัดงานและทางตำรวจก็บอกว่าถ้าเข้ามาด้วยความสงบเรียบร้อย เข้าได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเกิดจะเข้ามาก็ขอให้ลงชื่อลงทะเบียน ผมก็ไปแจ้งชาวบ้านครับ บังเอิญระหว่างที่จะไปแจ้งชาวบ้าน พอดีผมเห็นมีรถตู้ขับมาข้างหลังผมเปิดประตูลงมา แล้วก็มีคนมารับพาเข้าได้เลยครับ ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรทั้งนั้นอาจจะลง Online อะไร ก็ว่ากันไป แต่ดูง่ายกว่าการที่ผมจะแจ้งให้ชาวบ้านเข้ามาเยอะมากครับ อย่างที่ทราบ เวลามีการก่อสร้างก็จะมีการเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่คนที่เข้ามาตรงนี้คนไม่เห็นด้วย เหมือนจะเข้าไม่ได้นะครับ พอไปแจ้งให้เข้ามาชาวบ้านมาถึงปุ๊บถูกตั้งด่านครับ ตั้งรั้วเหล็ก เอาการ์ดชายชุดดำมาคอย Screen ขอตรวจอาวุธทั้งที่เมื่อสักครู่นี้พึ่งผ่านไปแหม็บ ๆ ไม่ต้องตรวจอะไรเลยครับ แล้วก็พาประชาชนเข้าไปนั่งในคอกนั่งได้ ๑๐ กว่าคน ชาวบ้าน มากัน ๓๐๐ เข้าไปได้ ๑๐ กว่าคน แล้วก็ให้นั่งหน้าทีวีฟังแทบไม่ได้ยินทีวีจอเล็ก ๆ ผมก็เลย ถามว่าเข้าไปข้างในได้ไหม ทางโรงไฟฟ้าก็แจ้งว่าได้ เข้าไปก็ได้ แต่เฉพาะผมนะ ผมก็พา ทีมงานเข้าไปส่วนหนึ่งแล้วก็ไปรับฟัง ทางโรงไฟฟ้าก็พูดอธิบายข้อดีโน้นนั่นนี่ วิธีการจัดการ โน้นนั่นนี่พูด ๑๐ นาที แต่บนสไลด์เขียนว่าให้ชาวบ้านพูดได้คนละไม่เกิน ๓ นาที ๓ นาที เสร็จ รีบเตือนเลยนะครับ ผมก็รู้สึกว่าเป็นการให้ความเห็นที่เท่าเทียมดี ชาวบ้านที่อยากจะ ให้ความเห็นคัดค้านเข้าไม่ได้ และข้างหลังผมในรูปมีเต็นท์ว่างอยู่ มีเก้าอี้อยู่ ผมก็ถามว่า ทำไมไม่ให้เข้ามานั่ง เขาบอกนั่งข้างนอกก็เหมือนกัน ผมถามว่าแล้วใช้ทำอะไร เขาก็เหมือน จะหลุดบอกนะครับว่าใช้เลี้ยงข้าว ผมก็ถามมีเลี้ยงข้าวหรือ กำหนดการไม่มี เขาก็ไม่ตอบแล้ว เดินหนีผมไป โอเค ไม่เป็นอะไร สรุปว่าเขาไม่ให้เข้า แล้วก็ส่งอีกคนมาบอกว่านั่งข้างนอก กับข้างในก็เหมือนกัน คำถามคือถ้าเหมือนกันทำไมไม่ให้เข้าข้างใน นี่เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็น ประเภทใดกันครับ แล้วพอพยายามจะถามเจ้าหน้าที่ที่เขาเป็นคนมาคุยกับผม ชายชุดดำ คนที่ว่านี่ ผมก็นึกว่าผมคุยกับอดีตรองนายกท่านหนึ่ง ถามอะไรก็ตอบไม่รู้ ๆ ไม่ทราบ ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอามาคุยกับผมทำไม ผมขอคุยกับคนที่มีอำนาจให้ความเห็น ก็ตอบอะไรไม่ได้ ชาวบ้านก็เข้าไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องออกไปข้างนอกกัน สรุปว่านี่เป็นเวทีให้ความคิดเห็น แบบ COP ตามระเบียบของ กกพ. ที่ควรจะเปิดให้ชาวบ้านที่เขาอยู่ในพื้นที่ให้ความเห็นจริง ใช่หรือไม่ ตั้งแต่เวลา สถานที่ การกันคน มีทุกอย่างที่จะให้ประชาชนเข้าไปให้ความเห็น กับเรื่องค่าไฟแพงที่จะเกิดขึ้น เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าและรับซื้อโดยรัฐ ท่านประธานครับ ไม่ใช่แค่นั้น วันนี้ผมไม่ได้ไปคนเดียว ผมไปกับกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สส. พงศ์ศธร และ สส. บิว จากจันทบุรี ท่านประธานครับ พอลับหลังผมออกมาทางกรรมาธิการการพัฒนา การเมืองจะขอดูการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรรู้ไหมครับ ทางการ์ดผลักออก ผู้แทนราษฎรครับ ดันออกมาไม่ให้เข้า เกือบจะเกิดการปะทะกัน ท่านประธานครับ ศักดิ์ศรี ของผู้แทนราษฎรในสภาของเรา มันต่ำว่าคนชุดดำที่อยู่ในเวที COP นี้หรือครับ เราปล่อยให้ กกพ. กำหนดวิธีการแบบนี้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ศักดิ์ศรีของผู้แทนราษฎรเราอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธาน กระบวนการที่ว่านี่ผมเล่าในสภาและผมเล่าจากสิ่งที่เห็นมีคลิปวิดีโอมีหลักฐาน ทุกอย่าง และนี่ก็คือเกี่ยวข้องกับค่าไฟที่มีนโยบายที่เกิดขึ้นจากการจะซื้อไฟฟ้าทุกอย่าง ไม่ว่าจะขายมาจากใคร แล้วให้ประชาชนแบกค่าไฟกัน มันเริ่มผิดตั้งแต่ต้นจะซื้อหมด ซื้อแพง ชาวบ้านจ่าย กีดกันการมีส่วนร่วม มลพิษจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครสนใจ ผู้แทนราษฎรเข้าไป ก็ยากเย็นเสียเหลือเกิน มันเริ่มขึ้นมาจากตรงไหน เราก็น่าจะทราบกันดี เราเริ่มมาจากการที่ มีการประมูลโรงไฟฟ้า ๕,๐๐๐ เมกะวัตต์ ตั้งแต่ตอนนั้น ตรงนี้ผมว่าเพื่อน ๆ หลายคน อภิปรายมาแล้วคงไม่ลงรายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนที่ผมอยากจะฝากอีกนิดหนึ่งเราจะสร้าง โรงไฟฟ้าให้กำลังไฟที่มันพออยู่แล้วเกินสำรองเป็นตั้งกี่เปอร์เซ็นต์ เพิ่มทำไม ในเมื่อ ยังมีชาวบ้านอีกตั้งหลายคนหลายพื้นที่ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง ตำบลหนองไร่ อำเภอปลวกแดง ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์เขตของผม ที่อยู่ใน ภ.บ.ท. ๕ ขอมิเตอร์ไฟ เพิ่มไม่ได้ต้องใช้มิเตอร์ร่วมกัน แล้วก็กลายเป็นค่าไฟแพง เราจะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มกันไปทำไมหนักหนาให้ค่าไฟแพง ในเมื่อไฟไปไม่ถึงพี่น้องประชาชน ที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ นี่คือความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ฝากมาว่ารัฐไทยให้เขาต้องจ่าย ค่าไฟโดยไม่ปกป้องอะไรเขาเลย เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ เรามี กกพ. ครับ เรามีนายทุนไฟฟ้าพลังงานที่จ่ายเงินบริจาคดูแลพรรคการเมืองหลาย ๆ พรรค และทำมาหากิน จนร่ำรวยจากความยากจนของชาวบ้าน ดังนั้นถ้ากรรมาธิการที่จะศึกษาเรื่องนี้ผมฝาก จากใจจากใจชาวบ้านทุกคนที่ฝากมาว่าเรื่องนี้ ถ้าเรามีหัวใจเดียวกับชาวบ้านในฐานะ นักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้ง เห็นใจเขาเถอะครับ ปรับระเบียบเถอะครับ และใช้อำนาจ ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทำอย่างไรก็ได้ให้ทุกกระบวนการมีส่วนร่วมได้รับการมีส่วนร่วม จริง ๆ ไม่กีดกัน ไม่ปิดกั้น และทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลงให้ได้จริง ๆ นี่คืองานของเราครับ ในฐานะผู้แทนราษฎร ฝากถึงคณะกรรมาธิการและฝากถึง ครม. ด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน