ร่มธรรม เปิดญัตติด่วน หลังเหตุระเบิดโรงงานพลุ สุพรรณบุรี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายญัตติด่วนกรณีโรงงานพลุระเบิดที่สุพรรณบุรี โดยแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหาความปลอดภัยในโรงงานและโกดังพลุอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้มีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน อบรมเจ้าของกิจการและแรงงาน ปรับปรุงกฎหมาย และบังคับใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน รวมถึงการจัดตั้งกองทุนอุตสาหกรรมจากค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและจัดประกันชีวิตให้แรงงานในโรงงานเสี่ยงสูง

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการป้องกัน ฟื้นฟู เยียวยา จากกรณีโรงงานเก็บพลุระเบิด ลำดับแรกครับ ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ผู้เสียชีวิต ๒๓ ราย และแสดงความเห็นใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด ในพื้นที่ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาครับ อุบัติการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่จากโรงงานผลิตพลุ และดอกไม้ไฟ และสำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตบางครอบครัวแล้วถือเป็นการสูญเสียเสาหลัก ที่สำคัญของครอบครัวไป ผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ ได้รับผลกระทบ และเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกันที่เราจำกันได้ดี คือเหตุการณ์โกดังพลุระเบิดที่บ้านมูโนะ จังหวัดนราธิวาส ขณะนั้นมีผู้เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บ และบ้านเรือนเสียหายเป็นวงกว้าง เหตุการณ์ในครั้งนั้นสภาแห่งนี้ก็ได้มีการเสนอญัตติ ขอให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาเหมือนกับในครั้งนี้ครับ ซึ่งผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ณ ที่นี้ก็ได้อภิปรายแล้วครับ แล้วก็ได้ขอวิงวอนให้เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้าย แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อไม่กี่วันมานี้ สะท้อนให้เห็นแล้วว่าปัญหานี้ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ และสะท้อนให้เห็นแล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิด เป็นครั้งสุดท้าย ท่านประธานครับ ปัจจุบันในประเทศไทยเรามีโรงงานและโกดังเก็บพลุ ดอกไม้ไฟเป็นจำนวนมากหลายแห่งก็ตั้งอยู่ในชุมชน เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วก็สถิติ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ย้อนหลัง ๑๐ ปี ๒๕๕๖-๒๕๖๖ พบว่าเกิดเหตุ ในลักษณะดังกล่าวคือโรงงานพลุระเบิดมากกว่า ๒๓ ครั้ง แต่ละครั้งก็สร้างความเสียหายมาก โดยในปี ๒๕๕๖ ปีที่ผ่านมานี้เกิดเหตุอย่างน้อย ๒ ครั้ง คือโรงงานพลุระเบิดที่ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และโกดังพลุระเบิดที่บ้านมูโนะ จังหวัดนราธิวาส แล้วก็รวมถึงเหตุการณ์ ที่จังหวัดสุพรรณบุรีในครั้งนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีกแล้วครับ แต่ก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ นี่ผมพูดเฉพาะโรงงานพลุระเบิดนะครับท่านประธาน ยังไม่รวมถึง อุบัติเหตุโรงงานอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนที่สร้างอันตราย แล้วก็สร้างความเสี่ยงให้พี่น้อง ประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นไฟไหม้โรงงานมีข่าวแทบทุกสัปดาห์ครับท่านประธาน สำหรับโรงงานพลุระเบิดในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีสาเหตุก็ยังไม่แน่ชัดแต่หน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้เข้าไปตรวจสอบ ได้เข้าไปดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อย นะครับ แต่ประเด็นสำคัญที่พบก็คือว่าโรงงานแห่งนี้เคยเกิดระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ครั้งนั้นมีคนงานเสียชีวิต ๑ ราย บาดเจ็บ ๓ คน มีสาเหตุมาจาก การที่ไฟปะทุขึ้นหลังจากที่คนงานได้นำถังดับเพลิงไปดับไฟที่ปะทุขึ้นมาจากเตาถ่าน แต่สะเก็ดไฟที่กระจายตัวออกมาไปสัมผัสกับกองดินปืนจนกระทั่งเกิดการระเบิดขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อห้องทำงานห้องหนึ่ง ก่อนที่โรงงานดังกล่าวจะกลับมาเปิด อีกครั้งหนึ่ง จากที่ผมได้เข้าไปดูข้อมูลก็พบว่าโรงงานมีใบอนุญาตถูกต้องในเรื่องสถานที่ ประกอบการทำดอกไม้ไฟ ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ๒๔๙๐ มีการต่อใบอนุญาตปีต่อปีครับ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยด้านโครงสร้างอาคารต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตามโรงงานแห่งนี้ไม่ได้มีสถานะ เป็นโรงงานตามกฎหมายกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะว่าไม่ได้มีการใช้เครื่องจักรทำให้อยู่ นอกเหนือการดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็ไม่มีการตรวจสอบในส่วนของ วัตถุอันตราย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็ทำให้เกิดคำถามในสังคมถึงมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตของ พี่น้องประชาชน และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงานหรือโกดังต่าง ๆ เรามีความ เสียหายและบทเรียนมามากพอแล้วครับท่านประธาน และผมคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดขึ้นอีกที่ไหนก็ได้ ไม่มีใครทราบได้ครับ ผมคิดแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ผมคิดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังเสียทีครับ วันนี้ครับท่านประธาน ผมจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการดังนี้ครับ

๑. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งตรวจสอบโรงงานโกดังเก็บพลุ วัตถุอันตรายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และกำชับความเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยของโรงงาน ที่จัดเก็บสารเคมีและสารที่ไวไฟที่มีอยู่ให้ได้มาตรฐาน และควรถอดบทเรียนจากสาเหตุ ที่เคยเกิดระเบิดขึ้นตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา เพื่อหามาตรการไม่ให้เกิดขึ้นอีกครับ

๒. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการให้เจ้าของกิจการและคนงาน ผู้ปฏิบัติต้องผ่านการอบรมให้มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัตถุระเบิด และมีใบอนุญาต สำหรับการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะครับ

๓. ขอให้มีการพิจารณาแก้ไขปรับเปลี่ยนกฎระเบียบและข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการและโรงงานที่มีความเสี่ยงอันตราย ให้มีการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด แล้วก็ให้มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุม ป้องกัน ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

๔. ขอให้มีการพิจารณาตั้งกองทุนอุตสาหกรรมโรงงานและสถานประกอบการ จากที่ได้เก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากผู้ประกอบการไปนะครับ แล้วก็ขอให้มีการใช้เงิน ของกองทุนนี้เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ นี้ อีกทั้งยังควร มีประกันชีวิตให้พนักงานที่ทำงานในสถานที่ประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งนี่ก็เป็น ข้อเสนอแนะจากอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านสมบูรณ์ สุนทรศาสตร์ แล้วก็ นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่อยู่ในพื้นที่ โรงงานพลุระเบิด ก็ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ณ ที่นี้นะครับ ท่านประธานครับ ทั้งโกดัง พลุระเบิดที่มูโนะมาถึงโรงงานพลุระเบิดที่สุพรรณบุรี และเหตุการณ์อุบัติเหตุจากโรงงานอื่น ๆ ที่ได้เคยเกิดขึ้น ได้สร้างความสูญเสียเป็นอย่างมากและไม่สามารถประเมินค่าได้ นั่นก็คือ ชีวิตของพี่น้องประชาชน ชีวิตของเสาหลักหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียไป ผมคิดว่า เราได้บทเรียนจากเรื่องนี้มามากพอแล้ว แต่บทเรียนเหล่านี้ครับท่านประธานจะเป็นเพียง อีกบทเรียนที่ถูกลืมหรือไม่ ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ในวันนี้จะเป็นเพียงคำพูดที่เลือนหายไป ต้องมาพูดกันซ้ำ ๆ ณ สภานี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจะนำบทเรียนและข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ได้มากน้อยแค่ไหนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน