ศนิวาร ชี้อุบัติเหตุโรงงานพลุซ้ำ วอนเร่งแก้กฎหมายความปลอดภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

ศนิวาร บัวบาน หารือเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดที่สุพรรณบุรีและเหตุการณ์คล้ายกันที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายควบคุมการรายงานและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (ร่าง พ.ร.บ. PRTR) และเร่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างทางเลือกอาชีพแทนการทำงานที่เสี่ยงอันตราย

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ผ่านมา ๑ สัปดาห์แล้วค่ะท่านประธาน กับเหตุการณ์โรงงานผลิตพลุระเบิด ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตามที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๒๓ ราย บาดเจ็บสาหัสอีก ๗ ราย อาคารพังราบเป็นหน้ากลอง ดิฉันและเพื่อนสมาชิก ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบเหตุด้วยนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด หากเรานับย้อนกลับไปภายใน ๑๕ ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุโรงงานโกดังเก็บพลุระเบิดมากกว่า ๒๐ ครั้งมาแล้วค่ะท่านประธาน เฉลี่ยแล้ว นี่คือเกิดขึ้นทุกปีค่ะ ปีหนึ่งเกิดขึ้น ๑-๒ ครั้ง เราคงจะจำได้นะคะ ช่วงกลางปีที่แล้วมีโรงงาน ทำพลุดอกไม้ไฟระเบิดที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๘ ราย แล้วก็ยังส่งผลให้บ้านเรือนกว่า ๓๐ หลังคาเรือน ได้รับความเสียหาย ตามมาติด ๆ เดือนเดียวกันนั้นเอง กลางตลาดมูโนะ จังหวัดนราธิวาส เสียชีวิต ๑๑ ราย บาดเจ็บเกือบ ๔๐๐ ราย แล้วก็บ้านเรือนเสียหายกว่า ๗๐๐ หลังคาเรือน ตอนนี้ที่ตลาดมูโนะก็ยังอยู่ ระหว่างการฟื้นฟูเยียวยาอยู่นะคะ คือนี่ไม่นับรวมอุบัติเหตุโรงงานพลุระเบิดที่เกิดขึ้นแล้ว ทั่วประเทศตลอดทศวรรษที่ผ่านมา คือดิฉันละอายที่จะพูดว่าอุบัติเหตุ เพราะว่ามันเกิดขึ้น บ่อยมากจนเป็นอุบัติการณ์ไปแล้วค่ะท่านประธาน มีผู้เสียชีวิตเกือบครึ่งร้อยแล้วก็บาดเจ็บ อีกนับไม่ถ้วน วิถีชีวิตของชาวบ้านจะต้องเปลี่ยนไป นี่ยังไม่คิดมูลค่าความเสียหายทาง เศรษฐกิจอีกไม่รู้เท่าไร หากจะถามว่าแล้วทำไมชาวบ้านเลือกที่จะทำงานที่เสี่ยงแบบนี้ คำตอบก็คือพวกเขาไม่มีทางเลือกค่ะ เพราะในพื้นที่ไม่มีงานทำ จึงต้องยอมทำงานที่เสี่ยง อันตราย ซึ่งดีกว่าที่จะอดตายค่ะ เราทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ต่อมาเรามาดูสาเหตุ ของปัญหากันบ้างนะคะ แม้ว่าโรงงานพลุส่วนใหญ่จะมีใบอนุญาตเกี่ยวกับดอกไม้เพลิง ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน โรงงานส่วนใหญ่ได้ขออนุญาตทางท้องถิ่นจัดตั้งกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วก็ มีประกาศของหลายกระทรวงที่ครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์เรื่องอาคารสถานที่ แล้วก็มีวิธีการ กำกับดูแลการผลิตดอกไม้เพลิงแล้วนะคะ แต่ประกาศเหล่านั้นก็ยังไม่มีความรัดกุมเพียงพอ ทั้งในเรื่องของทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงปริมาณดอกไม้เพลิงที่เก็บสะสมไว้ นอกจากนี้สถานที่ผลิตพลุยังไม่ถูกนับเป็นโรงงานตามกฎหมายกระทรวงอุตสาหกรรมอีกด้วย แต่มีสถานะเป็นเพียงสถานที่สำหรับประกอบการทำดอกไม้ไฟเท่านั้นค่ะ กรมโรงงาน อุตสาหกรรมจึงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ด้วยเหตุนี้ประชาชนจะนอนหลับได้อย่างไร ถ้าเกิดเขาไม่ทราบเลยว่าโกดังพลุแถวบ้านเขามีวัตถุอันตรายเก็บไว้เป็นปริมาณเท่าไร แล้วก็มีกระบวนการจัดเก็บที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ดังนั้นค่ะท่านประธาน เราจำเป็นต้องมี กฎหมายว่าด้วยการรายงานการปล่อยแล้วก็การเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล และมีส่วนร่วมในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมค่ะ พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติการรายงาน การปล่อยแล้วก็การเคลื่อนย้ายสารมลพิษสิ่งแวดล้อม หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ร่าง พ.ร.บ. PRTR เข้าสภาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ใจความหลัก ๆ ของร่าง พ.ร.บ. นี้ ก็คือสถานประกอบการนะคะ สถานประกอบการในที่นี้หมายความรวมถึงโรงงาน อุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน แล้วก็กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ต้องรายงานข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้าย สารมลพิษที่อาจทำให้เกิดอันตราย หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ สัตว์ พืช ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ผลิต นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นการมีไว้เพื่อขาย เพื่อขนส่ง เพื่อใช้ หรือเพื่อประการอื่นใดก็ตามค่ะ อย่างไรก็ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่ได้ร่างขึ้นมาเพื่อโรงงานผลิตแล้วก็โกดังเก็บพลุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงโรงงานที่เก็บสารมลพิษทั้งหมด เช่น เราคงได้ทราบข่าวกรณีหมิงตี้ เคมีคอลที่จังหวัดสมุทรปราการที่เคยระเบิดรุนแรง แล้วก็ปล่อยสารพิษอันตรายเต็มพื้นที่ จะดีกว่าไหมถ้าเกิดเราสามารถทราบปริมาณสารมลพิษที่โรงงานนั้น ๆ ได้เก็บอยู่ค่ะ ดิฉัน ก็หวังว่าทางสภาจะเห็นความสำคัญของร่างกฎหมายนี้ แล้วก็บรรจุเข้าวาระเพื่อพิจารณา โดยเร็ว ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากเรื่องของกฎหมายควบคุมดูแลแล้ว รัฐก็ควรสร้างงาน สร้างอาชีพ แล้วก็พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ ด้วยค่ะ ท้ายนี้คือสิ่งที่ทิ้งไว้หลังจากเกิดเหตุคือร่องรอยของความสูญเสีย ทั้งสูญเสีย สมาชิกในครอบครัว สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียโอกาสต่าง ๆ มากมาย กรณีโรงงานพลุระเบิด ที่สุพรรณบุรี หน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางแล้วก็ในท้องถิ่นรวมถึงมูลนิธิต่าง ๆ ได้ยื่นมือ เข้ามาให้ความช่วยเหลือแล้วนะคะ แต่อย่างไรก็ตามการเยียวยาสภาพสิ่งปลูกสร้าง ยังไม่เท่าไร แต่การเยียวยาสภาพจิตใจนั้นต้องอาศัยระยะเวลา อาจต้องมีนักจิตวิทยาเข้ามา ช่วยดูแลด้วย ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนจาก อุบัติการณ์เป็นอุบัติเหตุที่ป้องกันได้ เพราะเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมันยากที่จะ เอากลับคืนมาค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน