ณัฐวุฒิ แจงปัญหาเวลาประชุมจำกัด ขอเพิ่มวันเร่งพิจารณาญัตติค้าง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือเกี่ยวกับปัญหาการจัดสรรเวลาประชุมที่จำกัด พร้อมเรียกร้องให้มีการเพิ่มวันประชุมเพื่อเร่งพิจารณากฎหมายและญัตติที่ค้างอยู่กว่า 60 เรื่อง โดยทวงคำมั่นในอดีตเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการร่วมกำหนดวาระการประชุมระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล และเตือนว่าหากไม่มีความชัดเจนจะต้องลงมติในทุกญัตติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องค่าไฟแพง กองทุนรักษ์ป่าต้นน้ำ และญัตติด่วนอื่นๆ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะที่เป็นวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ในสัปดาห์นี้มีการนัดวันประชุมเป็น ๓ วัน แล้วก็ถือว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีครับ แต่อย่างไรก็ตามในการประชุม ๓ วันนี้ มีการพูดถึงหรืออ้างถึงว่า เป็นการชดเชยจากสิ่งที่เรามีการหยุดการประชุมมาเมื่อปลายปี ๒๕๖๖ ก็คือช่วงก่อนปีใหม่ ซึ่งเท่ากับว่าถ้าใช้เกณฑ์แบบนั้นในการชดเชย วันศุกร์นี้จะเป็นการชดเชยครั้งที่ ๑ ก็อาจจะ ต้องมีการชดเชยในครั้งที่ ๒ ต่อไป อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ผมคิดว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า เราจะมีการประชุมเพื่อชดเชยครับท่านประธาน แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะมาพิจารณาดูว่า วาระที่ค้างการพิจารณาอยู่นั้นมีจำนวนเท่าไร ผมนับเร็ว ๆ นะครับ นับวาระต่าง ๆ ที่อยู่ ในวาระการประชุม ปรากฏว่าวันนี้มีเรื่องค้างอยู่ทั้งหมด ๖๓ เรื่องด้วยกัน แบ่งเป็นญัตติ ๔๐ เรื่อง และแบ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ ไม่ว่าจะมาจากในส่วนของ สส. เข้าชื่อกันเสนอ หรือภาคประชาชนทั้งหมด ๒๓ เรื่องด้วยกัน คำถามที่ผมจำเป็นต้องถามครับ ท่านประธาน ไม่อยู่สัปดาห์ที่แล้ว ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่าการประชุมสภาเราตะมุตะมิมากนะครับ ๔ โมงครึ่ง ปิดแล้วครับท่านประธาน ผมประชุมกรรมาธิการกลับมาก็มาเอากระเป๋าในห้องประชุม ไม่เจอใครเลยไฟมืดหมดแล้ว วันถัดมาวันพฤหัสบดีนี่ ๕ โมงกว่า ๆ นะครับ มันตะมุตะมิ จริง ๆ ครับ แล้วพี่น้องประชาชนก็ถามว่าวาระเหลือตั้งเยอะทำไมประชุมแบบนั้น แต่ว่าผม ก็ต้องเรียนให้ความเป็นธรรม เพราะว่าผมติดตามวิทยุ ติดตามทีวีสภา ท่านประธานเอง ไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง อันนี้ผมเข้าใจ ทำให้มีผู้ทำหน้าที่ประธานเหลือแค่ ๒ คน แต่ประเด็นที่ผมจะต้องนำเสนอก็คือว่า ผมคิดว่าเราต้องย้อนกลับไปว่า ถึงวันที่จำเป็น ต้องทบทวนนะครับ ว่าตกลงเราจะมีการเพิ่มวันประชุมในกรณีที่ญัตติที่เหลือเป็น จำนวนมาก หรือกฎหมายที่เหลือเป็นจำนวนมากกันอย่างไร ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกเรา พร้อมนะครับ ถ้าจะมีการนัดล่วงหน้า ตรุษจีนจะเอาไหม วันมาฆบูชาจะเอาไหม ซึ่งแน่นอน เราก็คงไม่เอา หรือก่อนวันมาฆบูชาสัปดาห์สุดท้ายวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ที่เป็นวันศุกร์ จะเพิ่มหรือไม่ประการใด แต่ผมคิดว่าประเด็นจำเป็นต้องมีการเพิ่มครับ ในขณะเดียวกัน ก็จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดวันที่ชัดเจนครับท่านประธาน อย่างเช่นในสมัยที่ ๒๕ นี้ เรามีการกำหนดว่าทุกวันพุธจะเป็นวันประชุมกฎหมาย แบบนี้ก็ชัดครับ แล้วแบบนี้ถ้าผม นับกันเร็ว ๆ วันนี้เราเหลือสัปดาห์ที่จะใช้ในการประชุมในสมัยที่ ๒ นี้อีกแค่ประมาณ ๙ สัปดาห์เองครับ ๙ สัปดาห์นี้ต้องแบ่งเป็นงบประมาณ ๑ สัปดาห์ ต้องตัดอภิปรายทั่วไป หรือไม่ไว้วางใจ ซึ่งผมคิดว่าดู สว. ก่อน อาจจะไม่ไว้วางใจเลยก็ได้ อีกสัปดาห์หนึ่ง ต้องตัด ประเด็นเรื่องการประชุมร่วม ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นร่างของ พรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกลที่เตรียมจะเสนออีกสัปดาห์หนึ่งนะครับ เราเหลือแค่ ๖ สัปดาห์เองนะครับท่านประธาน แล้ว ๖ สัปดาห์นี้ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ว่าวันนี้ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมรสเท่าเทียมนี้เดินหน้า ไปครึ่งหนึ่งแล้ว มันต้องปรับเข้ามาครับ พิจารณากัน ๖๐ กว่ามาตรา ที่รัฐบาลขออุ้ม ผมถอน คำว่า อุ้ม นะครับ ขอนำไปศึกษาก่อนรับหลักการ เช่น พ.ร.บ. ร่างสภาชนเผ่าพื้นเมือง ท่านรับไปแล้ว ๓๘ วัน ท่านบอก ๖๐ วัน ผมบอกขอ ๕๓ วัน ท่านรับปากผม นั่นก็อาจจะ ต้องกลับเข้ามาในสภาอีก แบบนี้ทำให้เราเหลือวันน้อยไปอีกครับ

ต้องนำเรียนท่านประธานว่าท่านประธานเคยรับปากเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วว่า จะตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลมีท่านประธาน เป็นประธาน ที่เรียกว่าวิปร่วมกัน ผมคิดว่าเราส่งรายชื่อให้ท่านแล้วครับ รอท่านลงนาม แล้วถ้าเป็นไปได้ท่านได้ลงนามการประชุมที่เรียกว่ากรรมการร่วมกันในสัปดาห์นี้ได้ นัดประชุมเลยครับจะได้มาดูกันว่าการกำหนดวันประชุมจะเป็นแบบใดประการใด จะแยกวัน หรือไม่ แบบใด ประการใด แล้วผมคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้จะสง่างามครับ แล้วเดินหน้า การประชุมไป ไม่เช่นนั้นผมต้องนำเรียนท่านประธานแบบนี้เลยครับว่าญัตติทั้งหมดที่มีอยู่นี้ เขียนตอนท้ายหมดเลยนะครับว่าขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าไม่มีการนัดหมาย ไม่มีการพูดคุยกันล่วงหน้า พรรคก้าวไกลพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องยืนยันว่าแบบนี้ก็ต้องลงมติกัน ทุกญัตติครับ ค่าไฟแพงก็ต้องลงมติ เรื่องกรณีที่จะเข้ามากรณีญัตติด่วนก็ต้องลงมติ เรื่องอื่น ๆ ที่ค้างการพิจารณากองทุนรักษ์ป่าต้นน้ำก็ต้องลงมติครับ เอาแบบนั้นก็ได้ ลงมติทุกวันกันไปเลย แต่ว่าถ้าท่านประธานนัดหมายกันอย่างชัดเจน มีการตั้งกรรมการร่วม รีบนัดประชุมก็มาดูกัน ว่าเราจะกำหนดวาระการประชุมเป็นแบบใดประการใด ผมคิดว่าแบบนี้จะตอบโจทย์ที่สุด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่เราคุยกันมาตั้งแต่ต้นในสมัยประชุมของสภาชุดที่ ๒๖ ครับ ต้องนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แต่คิดว่าเราไม่สามารถเสียเวลาไปได้มากกว่านี้ อีกแล้วครับ ต้องขอให้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยหรือดำเนินการต่อในประเด็นนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ