สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ หารือเรื่องร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยชี้ว่าข้อบังคับดังกล่าวจะช่วยให้สภาแห่งนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและตอบโจทย์การทำงานร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ หวังว่าข้อบังคับดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการประชุมและการทำงานร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ยอมรับตรง ๆ ว่าตอนแรกผมเองก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะต้องร่วมอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับข้อบังคับเท่าไร เพราะคิดว่าการยกระดับสภาแห่งนี้ให้มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ทำหน้าที่ให้ผ่านกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นถือเป็นการทำให้สภาแห่งนี้มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การทำงานร่วมกันของพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่ออย่างนั้น จริง ๆ ว่าเราจะได้คำตอบที่ดีหรือได้ความร่วมไม้ร่วมมือ ความคิดเห็นที่จะช่วยกันเสนอให้ สภาแห่งนี้ดำเนินไปในทิศทางที่ทั้ง สส. ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำงานร่วมกันได้ เพราะผม ได้ยินเสมอว่าอยากให้ สส. ทุกคนร่วมมือกันให้การประชุมสภามีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้น ผมได้ยินตลอดเวลาที่มีการเสนออะไรออกไปว่าจะต้อง ปรับนั่นปรับนี่

คำถามแรกที่ผมอยากจะถามกลับไป ซึ่งมาจากสิ่งที่ท่านอภิปรายกัน จากฝั่งรัฐบาล คือท่านคิดจริง ๆ หรือครับว่าตอนนี้เราอยู่ในข้อบังคับการประชุมสภาแบบที่ดี สมบูรณ์เพียบพร้อม ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรอีกเพื่อสร้างการพัฒนาให้มันก้าวหน้าขึ้น ท่านคิดอย่างนั้นจริง ๆ หรือครับ ตอนนี้ผมแปลกใจมากเหมือนตอนนี้พวกเราเป็นฝ่ายค้าน แต่มีฝ่ายค้านของฝ่ายค้านคอยสกัดเราโดยที่ยังไม่ได้มีข้อเสนออะไรเพิ่มเติมผ่านการอภิปราย ของท่าน ทั้งที่ตอนเช้าเราก็คุยกันว่าอยากให้สภาทำงานร่วมกันของ สส. ทั้ง ๒ ฟาก ทุกท่านครับ กฎหมายแต่ละฉบับที่เราจะผ่านจากสภาชุดนี้ไป โอเคมันอาจจะมาจากแต่ละพรรค แต่สุดท้าย เมื่อกฎหมายแต่ละฉบับผ่านออกไปล้วนเป็นผลงานของสภาชุดที่เท่าไร ๆ ก็คืองานของพวก เราทั้งหมด กฎหมายฉบับที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ก็ควรจะเป็นงานของการยกระดับสภาเพื่อให้ สภาในอนาคตทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ฉับไว มีความเป็นดิจิทัล เชื่อมต่อ กับโลก โปร่งใส เชื่อมั่นจากประชาชนได้มากขึ้น ดังนั้นผมก็อยากจะหยิบยืมคำพูดของ เพื่อน ๆ ฟากรัฐบาลที่บอกว่าอยากให้เราทำงานร่วมกัน ขอเชิญท่านมาร่วมกันทำให้สภาแห่งนี้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อพวกเราในอนาคตมากขึ้น เพราะผมฟังแต่ละท่าน ก็เหมือนอยากจะคว่ำอย่างเดียว โดยที่ผมก็สงสัยว่าท่านเองก็มีสิทธิเสนอ ข้อเสนอของการ แก้ข้อบังคับประชุมสภาเพื่อให้สภาแห่งนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านก็เสนอ ประกบมาสิครับ หรือถ้ายังเสนอไม่ทัน ยังไม่มีร่างเป็นของตัวเอง ไปทำงานกันในกรรมาธิการ ไหมครับจะได้คุยกันให้ตกลงว่าท่านอยากให้เป็นแบบใด เราอยากให้เป็นแบบใด เรื่องนี้ผมว่า เราคุยกันได้ เพราะที่ผ่านมาทำงานทั้งในห้องใหญ่ ห้องเล็ก ผมว่าเราก็คุยกันได้ ถ้าเรามุ่งหวัง จะยึดประโยชน์ของสภาและประชาชนเป็นตัวตั้ง เรื่องนี้ผมอยากสื่อสารไปยังเพื่อนสมาชิก จริง ๆ เราคุยกันด้วยดี ทำงานด้วยกันมาด้วยดี และอยากจะให้สภาเดินหน้าเพื่อทำงานให้ ประชาชนด้วยดี ครั้งนี้เราต้องแสวงหาความร่วมมือร่วมกันดังที่ท่านพูดเสมอ นี่เป็นจุดพิสูจน์ ว่าการยกมือรับรองให้กับร่างที่ไม่ได้มีผลทางการเมืองอะไรเลยครับ ข้อบังคับการทำงานของ เราทั้งนั้น มาร่วมมือกันครับ แล้วก็ช่วยกันหรือเสนอร่างประกบอะไรก็ตามแต่แล้วไป แปรญัตติหรืออะไรก็ได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้เรามีข้อบังคับที่ทำให้สภามีประสิทธิภาพมากขึ้น ดีต่อพวกเรามากขึ้น ให้กฎหมายประชาชนได้ผ่านบ้าง เวลาที่สมัยผมยังเด็ก ๆ แล้วดู เขาบอกกันว่าสภาเป็นสภาตรายาง เวลาผมมาอยู่ที่นี่ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น เราก็รู้ว่า ถ้าเราเป็นสภาตรายางของ ครม. อย่างเดียว สุดท้ายสิ่งที่มาจากประชาชนมันก็เหมือนกับ เป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นเราอย่าทำให้สภาของเราเป็นอย่างนั้นเลยครับ ดังนั้นวันนี้ผมเอง คงไม่ได้มีข้อเสนออะไรเป็นพิเศษ นอกจากขอให้ทบทวนสิ่งที่เราพูดโดยไม่ได้ออกไมค์ คุยกัน ตามที่ต่าง ๆ ว่าเราอยากแสวงหาความร่วมมือทำงานร่วมกันในสภาแห่งนี้ มันไม่ใช่เรื่องของ รัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน ผมเชื่อว่าทุกท่านก็เคยพูดคำนี้กัน ยึดคำนั้นกันเถอะครับ มาทำให้สภาแห่งนี้เป็นที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเราเองแล้วเพื่อประชาชน ร่วมกันรับหลักการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ทำสภาแห่งนี้ให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ไป ด้วยกัน ขอบคุณครับ