เทียบจุฑา อภิปรายร่างข้อบังคับฯ กังวลกำหนดประธาน กมธ. 3 คณะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖

เทียบจุฑา ขาวขำ อภิปรายคัดค้านการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่กำหนดให้ประธานกรรมาธิการ 3 คณะต้องมาจากพรรคฝ่ายค้าน โดยชี้ว่าหลักการของคณะกรรมาธิการคือการตรวจสอบและกลั่นกรองปัญหาอย่างรอบด้าน ไม่ควรจำกัดสิทธิเฉพาะบางคณะ และเสนอว่าทุกคณะมีความสำคัญเท่าเทียมกันในการบริหารราชการแผ่นดิน

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานค่ะดิฉันขอร่วมอภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของเพื่อนสมาชิกที่ได้นำเสนอ ท่านประธานค่ะดิฉันมีหลายประเด็นมีความกังวล แล้วก็ไม่แน่ใจกับเจตนารมณ์ของผู้ที่จะเสนอเกี่ยวกับการกำหนดข้อบังคับ โดยเฉพาะเรื่อง กำหนดตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ๓ คณะ ว่าจะต้องมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เท่านั้นนะคะท่านประธาน คือในร่างข้อบังคับ ข้อ ๑๔ ที่มีการเพิ่มเติมในข้อ ๙๓/๑ ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ว่าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ให้ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปราม ทุจริตและประพฤติมิชอบ และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการ บริหารงบประมาณ แล้วก็พูดถึงประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคการเมืองที่สมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เท่านั้นค่ะท่านประธาน นั่นหมายความว่าในร่างข้อบังคับนี้ ท่านเสนอให้มีการกำหนด เป็นเฉพาะว่าประธานกรรมาธิการทั้ง ๓ คณะนี้ จะต้องมาจากพรรคฝ่ายค้านเท่านั้นหรือคะ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพคะก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาตกล่าวถึงหลักการของ การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรของเราว่า คณะกรรมาธิการมีหน้าที่ทำงาน เสนอความเดือดร้อน แก้ปัญหาวินิจฉัยหรือศึกษาปัญหา กลั่นกรองการกระทำต่าง ๆ ให้เป็น ประโยชน์แล้วก็ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ในคณะกรรมาธิการนั้นไม่มีเฉพาะท่าน สส. เป็นกรรมาธิการ มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านเข้ามาร่วมพิจารณาให้ข้อมูล ให้ถูกต้องและให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ซึ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีส่วน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐและพี่น้องประชาชนที่ได้รับทราบปัญหาข้อเท็จจริงในเชิงลึกได้ ดังนั้นคณะกรรมาธิการยังช่วยให้ทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการ แก้ปัญหาการบริหารงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และคณะกรรมาธิการทำให้สามารถติดตามบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นี่คือหลักการและเหตุผลที่สภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร เป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างดีก็ว่าได้ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม ที่ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ รวมทั้งกรรมาธิการยังเป็นกลไกที่สำคัญในระบอบรัฐสภา จะทำ ให้การทำงานของสภาของเรานี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะ ดังนั้นดิฉันได้กล่าวถึง หลักการและเหตุผลแนวการทำงานของคณะกรรมาธิการมาแล้ว เมื่อดิฉันพิจารณาจาก ร่างข้อบังคับ ในข้อ ๑๔ ที่มีการเพิ่มข้อความในข้อ ๙๓/๑ โดยกำหนดให้คณะกรรมาธิการ ๓ คณะ ให้มีประธานคณะกรรมาธิการต้องมาจากฝ่ายค้าน ดิฉันว่าไม่เห็นมีความจำเป็นเลย ที่จะต้องมาแก้ไข ทำไมจะต้องมากำหนดสิทธิและเสรีภาพตรงนี้นะคะ ดังนั้นท่านผู้ที่ยกร่าง มีเหตุผลอย่างไรคะ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบในการบริหารราชการแผ่นดินของ คณะรัฐมนตรีหรือคะ ที่จะต้องกำหนดให้มี ๓ คณะนี้เท่านั้น ต้องเป็นฝ่ายค้าน ดิฉันจึงขอ อนุญาตกล่าวถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓ คณะ ที่ผู้เสนอได้แก้ไขข้อบังคับ เช่น ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ก็คืออาจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล ท่านเป็นอาจารย์ด้านกฎหมาย ท่านมีความเชี่ยวชาญชำนาญมากค่ะ มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมทุกประการ หรือประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ก็คือท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านก็มีความรู้ความสามารถในการทำงาน เหมาะสมค่ะ แม้กระทั่งประธานคณะกรรมาธิการศึกษาจัดทำติดตามการบริหารงบประมาณ คือท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นี่ก็เป็น สส. พรรคก้าวไกล ดิฉันก็ชื่นชอบนะคะ น้อง ๆ ท่าน สส. ทำงานดีค่ะ ซึ่งดิฉันคิดว่าการกำหนดตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓ คณะนี้ ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ ดิฉันจึงขออนุญาตย้อนถามไปว่า เหตุใดท่านจึงระบุเฉพาะเจาะจงเพียง ๓ คณะกรรมาธิการเท่านั้นค่ะท่านประธาน แล้วอีก ๓๒ คณะท่านไม่ให้ความสำคัญหรือคะ ไม่ได้ทำงานในการควบคุมโดยการตรวจสอบบริหารราชการแผ่นดินหรือคะ ๓๒ คณะ ก็ทำงานเหมือนกันค่ะ เช่นเดียวกันค่ะ ถ้าท่านตอบว่า ๓ คณะนี้เป็นคณะที่มีความสำคัญ และมีกลไกในการตรวจสอบรัฐบาลแล้ว และเพื่อน ๆ สมาชิกใน ๓๒ คณะเขาไม่ได้ทำงาน หรือคะ ไม่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินหรือคะท่าน ดังนั้นดิฉันว่าทุกคณะ ๓๕ คณะ มีความสำคัญเหมือนกันหมดค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ในโลกปัจจุบันนี้มีการปกครอง แบบระบอบเสรีประชาธิปไตย เราต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เราต้องให้เกียรติในการ ทำงานของกันและกัน ไม่ควรจะดูถูกดูแคลนหรือด้อยค่าบุคคลอื่นหรือคณะบุคคลอื่น ดังนั้น จากเหตุผลดิฉันกล่าวมานี้ ดิฉันไม่สามารถจะรับหลักการร่างข้อบังคับการประชุมฉบับนี้ ได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ