เท่าพิภพ เสนอส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชนอย่างแท้จริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง โดยเน้นการปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตยตั้งแต่ระดับต้นผ่านความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า และการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเมืองในมหาวิทยาลัย พร้อมเสนอแนวคิดประชาธิปไตยแบบดิจิทัลและการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มบทบาทของเยาวชนในระบบการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางปะกอก พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตอภิปรายรายงาน ของสถาบันพระปกเกล้าประจำปี ๒๐๒๒ ข้อเท็จจริงอาจจะคล้ายคลึงกับท่านผู้อภิปราย ก่อนหน้า ท่านมานพ คีรีภูวดล แต่ผมก็อยากจะลงรายละเอียดแล้วก็มีรายละเอียดเพิ่มเติม จริง ๆ แล้วก็ขอให้สถาบันพระปกเกล้าอาจจะต้องช่วยเหลือ เพราะว่าเป็นประเด็นที่ยอมรับ ในส่วนตัวสนใจเป็นพิเศษและกำลังขับเคลื่อนอยู่ อันนี้ก็น่าจะตรงภารกิจในการ Support การทำงานของผมนะครับ

เรื่องแรก เป็นประเด็นเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยในเด็กและเยาวชน ซึ่งกระผมเองก็ได้โอกาสจากตัวท่านรองประธานสภา ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา โดยท่านเอง ได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสภาโปร่งใสและก้าวหน้าใช่ไหมครับ ถ้าชื่อผิดขออภัย ซึ่งในนั่นเองมีคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ซึ่งผมเอง ก็ได้นั่งทำในจุดนี้ด้วยนะครับ ก็ได้รู้ว่าในประเทศไทยการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเด็ก และเยาวชนค่อนข้างถูกจำกัด อย่างสภาเด็กและเยาวชนกลับดูแลโดย พม. ซึ่ง พม. เอง ก็เห็นเด็กและเยาวชนนี้เป็นคล้าย ๆ กับ อส. เป็นอาสาของ พม. ในระดับโรงเรียนนะครับ ในระดับท้องถิ่น ก็คือเอาไปทำ Event เอาไปออกงานเท่านั้นเอง ไม่มีอำนาจทางการเมือง ใด ๆ ของสภาเด็กเลย แม้กระทั่งจะถามกระทู้รัฐมนตรีหรือเสนอกฎหมายใด ๆ คือเป็น ดอกไม้ประดับตามงานต่าง ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้เองผมคิดว่าตัวผมเองแล้วก็ทาง พรรคก้าวไกล รวมถึงน้อง ๆ ได้ทำงานกับทางสภาเด็กหลาย ๆ ท่านก็พยายามแก้ไขกฎหมาย กันอยู่ แต่ถ้าได้สถาบันพระปกเกล้ามาช่วยก็น่าจะกว้างและเร็วขึ้น แล้วก็ง่ายต่อการติดต่อ หน่วยงาน ประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ

ในประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเยาวชนผมว่าอันนี้ต้องขออนุญาตให้สถาบัน พระปกเกล้าช่วยทำงานกับมหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษา มากขึ้นด้วยนะครับ เพราะผมเชื่อว่า การทำอย่างนี้ การสร้างคนตั้งแต่รุ่นนั้นขึ้นมาเป็นนักการเมืองหรือนักปกครองต่าง ๆ มันจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าในการที่อบรมกับผู้ช่วย สส. หรือแม้กระทั่ง สส. เอง ด้วยความเป็นจริง ที่ทุกคนทราบสุภาษิต คำพังเพยไทยว่า ไม้แก่ดัดยาก ไม้อ่อนดัดง่าย ผมว่าอันนี้ก็เป็นส่วน สำคัญ ยกตัวอย่างอย่างประเทศอังกฤษไม่ต้องไปไหนไกล เพื่อนสมาชิกของผมที่จบจาก ประเทศอังกฤษมาก็หลายท่าน ผมไม่มีโอกาสหรอกครับ ผมเป็นคนด้อยโอกาสคนหนึ่ง ก็เรียนจบปริญญาตรีธรรมดา ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ไปเรียนมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดมา เขาก็ เคยเล่าให้ผมฟังครับ ที่อังกฤษมันมีสมาคมของพรรคการเมืองอยู่ตามมหาวิทยาลัย ไม่มีความ เกลียดชังหรือเกลียดกลัวการเมืองเหมือนในประเทศไทยครับ สถาบันพระปกเกล้าช่วยไป ปรับทัศนคติด้วย มีการ Debate อย่างเปิดเผย เชิญนักการเมือง เชิญบุคคล ดารานักแสดง ผู้ทรงอิทธิพลมากมาย อย่างคุณพริษฐ์เอง เขาเรียกว่าเป็นประธาน Oxford Union เขาก็ได้เชิญหลายคนมา แล้วก็เป็นประโยชน์กับ นักศึกษาอย่างยิ่งที่ได้เรียนรู้ประชาธิปไตย ผมว่าถ้าเมืองไทยมีอย่างนี้ได้ความคิดของเด็ก และเยาวชนตั้งแต่เด็กก็จะได้มีองค์ความรู้ที่เขาไปคิดต่อยอด เราคงไม่อยากเห็นว่าสถาบัน พระปกเกล้าไปทำแล้วก็ยัดค่านิยมใด ๆ ซึ่งถ้าคิดจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ก็ทำไม่ได้หรอกครับ เพราะเด็กสมัยนี้คงไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ไม่มีใครไปควบคุมเขาได้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องประเด็นของงานวิจัย ที่คือ ผมเป็นแฟนคลับ Website ของ Wiki.kpi และสถาบันพระปกเกล้า ผมก็เอาข้อมูลมาเยอะนะครับ ทั้ง Wikipedia ใหญ่ ทั้ง Wikipedia เล็ก ทั้ง Google ทั้ง Chat GPT ผมก็มีปัญญาหาความรู้แค่นี้ล่ะครับ เพราะจับฉลากไปเรียนกับพวกท่านไม่ได้เลยสักทีเลย ไม่เคยเรียนสักหลักสูตรเลย ผมอยาก ฝากนะครับ ที่หายไปที่ผมเรียนรู้แล้วผมพยายาม Research ด้วยตัวเองอยู่คือเรื่อง Digital Democracy ในประเทศไทยความเป็นไปได้ อันนี้เน้นย้ำนะครับว่าเป็น Near Future แล้วผม ว่าวันหนึ่งไม่เกิน ๒๐ ปี ถ้าสถาบันพระปกเกล้าแล้วก็พวกเราทำงานหนักเพียงพอ อาชีพอย่าง ผู้แทนราษฎรเราไม่ควรจะมีอยู่แล้วครับ ประชาชนควรจะเป็นคนที่ใช้อำนาจประชาธิปไตย โดยตรงผ่านมือถือเขาได้แล้ว ถ้าเรามี Blockchain แล้ว มีอะไรแล้ว ประชาธิปไตยแบบ ตัวแทนแบบนี้ Obsolete หรือภาษาไทยก็แปลว่า ล้าหลัง ไม่มีความหมายอีกต่อไป ผมว่า อันนี้คือเป็น Future ถ้าเราเชื่อในประชาธิปไตยจริงว่าเป็นอำนาจของประชาชน วันนั้น ต้องมาถึงให้ได้ วันนี้เราตกงานครับท่านประธาน วันที่ที่นี่ไม่มีความหมาย ร้าง นั่นแหละคือ เป้าหมายของเรา ท่านประธานครับ อย่างไรผมก็ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งในการที่ได้มาอภิปราย ในวันนี้นะครับ แล้วก็อย่างไรฝากทั้ง ๒ ข้อเสนอ เรื่องของเด็กและเยาวชน แล้วก็เรื่อง ประชาธิปไตยทางตรงด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เป็นเรื่องที่เขาทำมานะครับ อย่างผม ไปกับท่านประธานที่สิงคโปร์ใช่ไหมครับ ลี กวนยู (LEE Kuan Yew) เขาบอกว่าอะไรครับ เกาะเล็ก ๆ ไม่มีอะไรเลย ตอนแยกมาจากมาเลเซียร้องไห้นะ ไม่คิดว่าจะพาประเทศสิงคโปร์ มาขนาดนี้ได้ ๕๐ ปีผ่านไปเขาไปไหนแล้ว แล้วสิ่งที่สำคัญที่ ลี กวนยู (LEE Kuan Yew) ทำ มีเพียงอย่างเดียวเลยครับ พัฒนาทรัพยากรบุคคล เพราะเป็นหนึ่งเดียวที่เขามีอยู่ ที่เขามี ทรัพยากรบุคคล แล้วการ Invest ที่คุ้มที่สุดคือคนที่อายุน้อยใช่ไหมครับ เพราะเราลงเม็ดเงิน ไป เขายังอยู่อีกนาน อย่างไรฝากสถาบันพระปกเกล้าทำงานกับมหาวิทยาลัยและสภาเยาวชน และพยายามแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้เยาวชน กับมหาวิทยาลัยและสภาเยาวชน และ พยายามแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้เยาวชน เพราะผมเชื่อว่าอันนี้จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ เยาวชนได้เข้าสู่อำนาจและมีปากมีเสียงของเขาเอง ขอบคุณครับ