ธิษะณา ตั้งข้อสังเกตมาตรฐานวัดทุจริตไทย ชี้ขัดดัชนีสากล-ขาดนิติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของดัชนีชี้วัดการทุจริตในประเทศเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล พร้อมวิพากษ์เกณฑ์การประเมินที่ผิวเผินและขาดหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล รวมถึงตั้งคำถามต่อความชัดเจนและทิศทางของโครงการ STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตที่ดูจะขาดความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับการป้องกันการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณท่านประธาน สำหรับคำชี้แจงนะคะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ วันนี้ดิฉันมาอภิปราย เรื่องรับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ขอ Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรียนท่านประธานนะคะ วันนี้ดิฉันจะขออภิปรายถึงรายงานประจำปีงบประมาณของ ป.ป.ช. โดยเน้นไปที่การจัดทำ ดัชนีความโปร่งใสของรัฐไทยค่ะ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้พัฒนาเครื่องมือการประเมินเชิงบวก เพื่อเป็นมาตรการป้องกันทุจริตและเป็นกลไกในการสร้างความตระหนักให้หน่วยงานภาครัฐ มีการดำเนินการอย่างโปร่งใสและมีคุณธรรม โดยใช้ชื่อว่าการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือว่า ITA ซึ่งจากรายงาน ITA ล่าสุดในปี ๒๕๖๕ มีคะแนนให้ ๘๐ คะแนน เต็ม ๑๐๐ คะแนน แต่ทว่าหากเปรียบเทียบ กับคะแนนของการจัดทำดัชนีคอร์รัปชันที่จัดทำโดยระบบของสากลหรือระบบของ ต่างประเทศ กลับพบจุดบกพร่องหลายประการดังต่อไปนี้

จุดบกพร่องที่ ๑ คะแนนที่สวนทางกันระหว่างการจัดทำของรัฐไทย หรือ ป.ป.ช. กับสากล โดยคะแนนที่ออกมาดังที่ปรากฏบน Slide คะแนน ITA ของไทย ได้ ๘๗.๕๗ เต็ม ๑๐๐ คะแนน หมายถึงผลการประเมิน ITA ในภาพรวมระดับประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่เกิดความตระหนักและมีความพยายามที่จะ พัฒนามากขึ้นในผู้รับบริการมากขึ้น ตลอดจนความพยายามที่ให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของ หน่วยงานได้รับการเผยแพร่ใน Website ของหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถ เข้าติดตามหรือตรวจสอบได้ อ้างอิงจากรายงาน ITA ปี ๒๕๖๕ ในขณะที่คะแนนของ CPI ซึ่งวัดระดับดัชนีทุจริตคอร์รัปชันหรือความโปร่งใสไทย ได้คะแนนเพียง ๓๖ คะแนน เต็ม ๑๐๐ คะแนน เพียงเท่านั้นนะคะท่านประธาน ซึ่งหมายถึงการรับรู้คอร์รัปชันที่ต่ำมาก นั่นหมายถึงมีอัตราการคอร์รัปชันที่สูงหรือไม่ค่ะ และมีการจัดทำอันดับคือประเทศไทย ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น ๓๖ คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ ๑๐๑ ของโลก ดีขึ้นจากปี ๒๕๖๕ ที่ได้ ๓๕ คะแนน แต่เมื่อเทียบจากระดับโลกแล้ว ไทยอยู่อันดับที่ ๑๐๑ ของโลก เมื่อเปรียบเทียบ กับประเทศกลุ่มสมาชิก ASEAN หรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยอยู่ในอันดับ ๔ ขณะที่ประเทศได้คะแนนสูงสุด คือประเทศสิงคโปร์ได้ ๘๓ คะแนน และจัดอยู่อันดับ ๔ ของโลก อันดับ ๒ และอันดับ ๓ คือประเทศมาเลเซีย และประเทศเวียดนาม โดยได้คะแนน ๔๗ คะแนน และ ๔๒ คะแนนตามลำดับค่ะ สิ่งนี้บ่งบอกว่าการทุจริตคอร์รัปชันของไทยเรา ดีขึ้นหรือยังคะ ดิฉันว่าไม่ค่ะ ซึ่งหากตั้งคำถามว่าเหตุใดการชี้วัดระหว่างคะแนนของไทย กับสากลถึงได้สวนทางกัน ดิฉันจึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาดูเกณฑ์ในการวัด ซึ่งเราจะดูถึง หัวข้อในเรื่องบกพร่องเกี่ยวกับปัจจัยข้อคำถาม มาตราวัดที่ถูกนำมาพิจารณาเพื่อรวบรวม การวัดคะแนนของทั้ง ๒ หน่วยงานค่ะ เมื่อพิจารณาคะแนนที่สวนทางกัน จากรายงานที่ทำ โดยหน่วยงานรัฐไทยและสากล หากพิจารณาตามปัจจัยข้อคำถามมาตรฐาน มาตราวัด ที่ถูกนำมาพิจารณาจะพบช่องโหว่ หรือข้อบกพร่องในตัวปัจจัยคำถามอย่างมากดังต่อไปนี้ ปัจจัยที่ CPI เอามาวิเคราะห์ หรือของสากลนะคะ นำมารายงานองค์กรระหว่างประเทศ ที่มีความน่าเชื่อถือ อันประกอบไปด้วยหลายองค์กรที่โชว์ใน Slide ที่ประกอบนะคะ เมื่อพิจารณาดูคำถามตัวชี้วัด หรือมาตรฐานการวัดจะประกอบไปด้วย ๑. การวัดด้วย ความหลากหลายของประชาธิปไตย ๒. การถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ๓. การทุจริตของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่าย ตุลาการ ๔. กระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และระบบเศรษฐกิจแบบ ตลาดเสรี หรือที่เรียกว่า Liberal Democracy นั่นเอง ๕. การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับ ความเสี่ยงที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศจะต้องเผชิญ อาทิความโปร่งใสในการจัดสรร และใช้จ่ายงบประมาณ การแต่งตั้งข้าราชการจากรัฐบาลโดยตรง การมีหน่วยงานอิสระ ในการตรวจสอบการจัดการงบประมาณและด้านยุติธรรมค่ะ

ต่อไปการประเมินคอร์รัปชันในระบบการเมืองที่มีนักธุรกิจมักพบได้โดยตรง และบ่อยครั้ง อาทิการเรียกรับเงินหรือจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาต ในเรื่องนี้ เรามักจะเห็นข่าวการรับส่วย และติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่ความลับอะไร หรือหลักวัดนิติรัฐและนิติธรรม หรือเรียก Rule of Law โดยมีเกณฑ์การวัด ๘ เกณฑ์ อาทิเช่น ๑. ขีดจำกัดของอำนาจรัฐบาล หรือ Constraints on Government Powers ๒. ปราศจากคอร์รัปชัน ๓. เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ หรือว่า Open Government นั่นเอง ๔. สิทธิขั้นพื้นฐาน หรือเรียกว่า Fundamental Rights กระบวนการยุติธรรม Civil Justice และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา หรือ Criminal Justice ค่ะ ในขณะที่ปัจจัยคำถาม หรือ Survey ของรัฐไทย ที่ ป.ป.ช. ทำ หรือตัวชี้วัดของ ITA ไทย ประกอบไปด้วยข้อมูลแค่ ๓ ส่วนเท่านั้น ๑. แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือแบบของ Internal Integrity and Transparency Assessment ITA และ ๒. แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก หรือที่เรียกว่า External Integrity and Transparency Assessment ๓. แบบวัด การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ Open Data Integrity and Transparency Assessment แบบวัดหรือมาตรฐานการวัดเหล่านี้ประกอบไปด้วยการทำแบบสอบถามในเรื่องเกี่ยวกับ ทำงานของหน่วยรัฐ อาทิเช่น ตัวชี้วัดการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบทำงานว่าปฏิบัติ ตามมาตรฐานหรือไม่ ตัวชี้วัดการใช้จ่ายงบประมาณว่ามีความโปร่งใสในกระบวนการจัดทำ งบประมาณ ลักษณะการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปได้อย่างคุ้มค่า เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ไม่เอื้อประโยชน์แก่ตนเอง และพวกพ้องหรือไม่ ๓. การชี้วัดการใช้อำนาจรัฐ โดยสอบถาม ถึงการมอบหมายการประเมินผลการปฏิบัติการ การคัดเลือกบุคลากรเพื่อให้สิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ ซึ่งต้องเป็นไปตามความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ และตัวชี้วัดในการใช้ทรัพย์สินของ ข้าราชการ สอบถามเรื่องความรู้ความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและทรัพย์สินของรัฐ ตัวชี้วัด ในการแก้ไขปัญหาทุจริต ตัวชี้วัดคุณภาพการดำเนินการ ตัวชี้วัดในประสิทธิภาพการสื่อสาร และตัวชี้วัดการปรับปรุงระบบการทำงาน Slide หน้าเดิมนะคะ คำถามในแบบสอบถามกับ คำถามของไทยที่มีความผิวเผิน จับต้องได้ไม่ได้มีการทำการวิเคราะห์เชิงลึก เชิงนามธรรม ในหัวข้อต่าง ๆ อาทิความเห็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยและการเปิดเสรี หรือที่ เรียกว่า Democratization and Liberalization หรือไม่ได้มีการวัดการตรวจสอบถ่วงดุล ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ไม่มีดัชนีชี้วัดหลักนิติรัฐ นิติธรรม หรือ Rule of Law หรือไม่มีหลักชี้วัดสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ของประชาชนที่ได้รับการเคารพหรือไม่ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดของ ITA รวมไปถึงความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม ทางอาญา แล้วก็มาตรฐานของ World Justice Protect ด้วยค่ะ แต่กลับเป็นเพียงการหยิบ เอาปัจจัยมาพิจารณาแบบผิวเผิน ไม่มีสาระสำคัญ ไม่ได้สะท้อนคุณค่า ความโปร่งใสของ หน่วยงานอย่างแท้จริง เมื่อนำมาตรฐานมาวัด เช่น คำถามที่เกี่ยวกับ Routine ของภาครัฐ หรือมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เน้นท่องจำ แต่ปฏิบัติไม่ได้จริงค่ะ

อีกตัวอย่างก็คือโครงการ STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต ในส่วนนี้ดิฉัน ไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการมีจิตพอเพียงกับการต่อต้านทุจริต กลับกันเรากลับเห็นว่า ข่าวผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง