สัมฤทธิ์ ชี้คดีทุจริตค้าง ป.ป.ช. กว่าหมื่นเรื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ หารือปัญหาเรื่องร้องเรียนทุจริตที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช. กว่า 12,000 เรื่อง โดยเฉพาะในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตำรวจ ซึ่งส่งผลต่อความไม่เต็มใจของคนรุ่นใหม่ในการเข้าสู่การเป็นผู้บริหารท้องถิ่น และตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริหารท้องถิ่นบางรายไม่กังวลต่อการตรวจสอบ เนื่องจากอายุมากและคดีค้างจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เร่งพิจารณาคดีที่ค้างอยู่และชี้แจงนโยบายเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้เกิดความคืบหน้าและความยุติธรรม

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กระผมต้องขอบคุณนะครับ ที่ได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ผมต้องขอขอบคุณ ท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้เดินทางมาชี้แจงข้อมูลด้วยตัวท่านเอง ในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับผมจะขออภิปรายในประเด็นเรื่องกล่าวหาคงค้างสะสม ในสำนักงาน ป.ป.ช. ที่มีมากถึงกว่า ๑๒,๐๐๐ เรื่อง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ จากตารางแสดงสถิติเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริตของ ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘-๒๕๖๕ จะพบว่ามีเรื่องกล่าวหาสะสมคงค้างสูงถึง ๑๒,๗๙๒ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องตรวจสอบเบื้องต้น ๙,๒๘๓ เรื่อง และเรื่องไต่สวนข้อเท็จจริงอีก ๓,๕๐๙ เรื่อง ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๖๕ มีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่ ป.ป.ช. มากถึง ๙,๗๖๒ เรื่อง เป็นเรื่อง ที่ทาง ป.ป.ช. รับไว้พิจารณาเอง ๔,๒๓๔ เรื่อง จากการดำเนินการตามขั้นตอน ตามกระบวนการต่าง ๆ ด้วยความเร่งด่วนของ ป.ป.ช. เองนะครับ แต่ก็ยังพบว่ามีเรื่อง กล่าวหาคงค้างเพิ่มเติมในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้นอีก ๔๘๐ เรื่อง ทำให้เรื่อง คงค้างสะสมสูงถึง ๑๒,๗๙๒ เรื่อง ตามที่ผมได้กล่าวไปครับ ท่านประธานครับในเรื่อง ร้องเรียนปี ๒๕๖๕ เป็นคำกล่าวหาในหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สูงถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องกล่าวหาในหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัดส่วน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเทียบ ๒ หน่วยงานนี้ครับ สูงถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนเรื่องร้องเรียนที่เข้าสู่ ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ผมไม่ได้กล่าวว่า ๒ หน่วยงานนี้มีการทุจริตมากกว่าหน่วยงานอื่นนะครับ เพียงแต่ว่า ๒ หน่วยงานนี้มีบทบาท หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชน ต้องสัมผัสกับประชาชนครับ แน่นอนครับ การทำงานมีทั้งคนชอบ คนชัง การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายก็มีทั้งคนรัก คนเกลียดครับ ใครชอบ ใครชังก็แอบชื่นชมกันในใจครับ ใครเกลียด ใครชังก็ร้องเรียน ถูกบ้าง ผิดบ้าง กลั่นแกล้งบ้าง ก็ร้องเรียนกันไปก็ถือเป็นความโชคไม่ดีของ ๒ หน่วยงาน ที่มีบทบาทหน้าที่เช่นนี้ ท่านประธานครับ ผมเคยเป็นนายกเทศมนตรีมา ๔ สมัย ๑๖ ปี และรักษาราชการในช่วงการทำรัฐประหารครั้งนี้ผ่านมาอีก ๒ ปี รวม ๑๘ ปี ผมมีคนรู้จัก ที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหลายร้อยคนครับ ผมอยากนำเรียนว่ามีหลายสิบคนครับ ที่ถูกร้องเรียนเรื่องโรงเรียนอยู่ที่สำนักงาน ป.ป.ช. แล้วก็มีหลายสิบคนครับ ที่เขาเป็น ผู้บริหารท้องถิ่นรุ่นใหม่ที่เขามีความซื่อสัตย์สุจริต แต่ก็ถูกร้องเรียน วันนี้เขาไม่ประสงค์ที่จะ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เขาไม่เสนอตัวที่จะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นอีก เพราะว่า เรื่องร้องเรียนที่มาสู่ ป.ป.ช. ไม่มีความคืบหน้าครับ ๒ ปี ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมให้กับ พวกเขา ๔ ปีก็ยังเงียบครับ ๖ ปีก็ยังไม่มีการสืบสวน ไต่สวน บางคน ๘ ปีเพิ่งเริ่มครับ บางคน ๑๐ ปีถูกชี้มูลความผิด ทำให้เขาไม่ต้องการที่จะเข้ามายุ่งในการที่จะพัฒนา บ้านเกิดเมืองนอนของเขานะครับ ผมนำเรียนว่าหลายท้องถิ่นที่คนอยากจะเข้ามา เป็นผู้บริหารท้องถิ่น เขาไม่กล้าครับ ทำให้หลายท้องถิ่นมีคนเสนอตัวเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม แล้วก็มีหลายท้องถิ่นที่ผู้เสนอตนเป็นผู้บริหาร ท้องถิ่นมีแต่คนวัยชราครับ คนแก่ครับ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าคนแก่ หรือคนวัยชรา จะทำงานเป็นผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้ เพราะว่าผู้บริหารท้องถิ่นไม่ต้องยก ไม่ต้องหาม ไม่ต้องแบก สามารถทำได้ครับ แต่คนมีทั้งดีและไม่ดี คนแก่ก็มีทั้งดีและไม่ดีครับ ท้องถิ่นไหนได้ผู้สูงวัยที่เป็นแบบร่มโพธิ์ร่มไทรก็เป็นที่รัก ที่ชื่นชมของพี่น้องประชาชน คนรุ่นใหม่ ท้องถิ่นไหนโชคร้ายได้ผู้บริหารท้องถิ่นคนแก่แบบแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะ อยู่นาน ก็มีอายุมากแต่ไม่มีประโยชน์ครับ อันนี้ความหมายตามพจนานุกรมนะครับ

ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนเรื่องหนึ่งครับ ในการเลือกตั้งองค์การ บริหารส่วนจังหวัดที่ผ่านมาผมได้รับเชิญไปร่วมงานแสดงความยินดีกับผู้บริหารท่านหนึ่ง ซึ่งอายุท่านมากกว่า ๗๐ ปี ผมไปแผล็บเดียวครับท่านประธาน ในวงสนทนาแผล็บเดียว ผมต้องขอตัวออกมา เพราะว่าได้รับฟังนโยบายของท่านผู้บริหารท่านนั้น หลังจากท่านได้ ดื่มไวน์ไป ๒-๔ แก้วครับ ท่านบอกว่าท่านมีโครงการนั้นโครงการนี้ ผมฟังดูผมก็มี ประสบการณ์เป็นนายกเทศมนตรีมา ๑๘ ปีครับ ผมฟังดูโครงการนั้นโครงการนี้ที่ท่านพูด มันสื่อมันส่อไปทางทุจริตทั้งหมด ผมก็เผลอไปตั้งคำถามที่ไม่เหมาะสมเท่าไร ถามว่า ถ้าทำโครงการนั้นโครงการนี้แล้ว จะไม่ถูกร้องเรียนไป ป.ป.ช. หรือครับ คำตอบกลับมา ตกใจครับ เขาบอกผมว่าเขาไม่เคยกลัว ป.ป.ช. เลยครับ เขาไม่กังวลเลยครับ เพราะอะไร รู้ไหมครับ เขาบอกเขาอายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว ป.ป.ช. มีเรื่องตกค้างเป็นหมื่นครับ กว่าจะ พิจารณาแต่ละเรื่องครับ ๘ ปี ๑๐ ปีหยิบมาพิจารณา กว่าพิจารณาเขาก็ ๘๐ กว่าแล้วครับ ถ้าโชคร้ายถูกชี้มูลความผิดเขาก็ยื่นอุทธรณ์ต่อ ถ้าอีกสัก ๑๐ ปี ๙๐ กว่าปี เกือบ ๑๐๐ ปี เขาตายก่อนครับ วันนี้เขาไม่กลัวครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่อยากจะฝากท่านประธาน ท่านคณะกรรมการครับ ขอเวลานิดเดียวครับ ขอสอบถามทางสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า มีนโยบายที่จะเร่งรัดในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องกล่าวหา ตกค้างสะสมจำนวนกว่า ๑๒,๐๐๐ เรื่องนี้หรือไม่ อย่างไรนะครับ มีการกำหนดเวลาไหมว่าจะใช้เวลาอีกกี่เดือน กี่ปี เพื่อทำให้เรื่องนี้เรียบร้อยครับ ขอบพระคุณมากครับ