พัฒนา สัพโส ตั้งข้อกังวลต่อคำแนะนำของ สตง. กรณีการแบ่งซื้อแบ่งจ้างงานถนนและไฟฟ้าส่องสว่างที่ขัดระเบียบ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงและทบทวนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ รวมถึงหยิบยกปัญหาความล่าช้าในการเบิกจ่ายเงินจากข้อกำหนดทดสอบกำลังอัดคอนกรีต 28 วัน โดยเสนอให้ สตง. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้การตรวจรับและเบิกจ่ายสอดคล้องกับสัญญาและบริบทการทำงานจริง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอบคุณ ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับที่มารายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน ซึ่งผมก็ได้ดูในรายงานก็ชื่นชมการทำงานของ สตง. ในภาพรวม แต่มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากทาง สตง. ถ้าตอบวันนี้ได้ก็จะยิ่งเป็นการดี หรือว่าถ้าตอบไม่ได้ก็อยากให้ไปทบทวน แล้วก็เป็นแนวทางในการที่จะปฏิบัติกับส่วนราชการ ที่จัดซื้อจัดจ้างต่อไป
ประเด็นแรก มีการประชุมสันนิบาตเทศบาลที่จังหวัดสกลนคร แล้วมีเจ้าหน้าที่ ของ สตง. เองได้ไปแนะนำทางผู้บริหาร ข้าราชการ ในที่ประชุมบอกว่าในการจัดซื้อจัดจ้าง งานถนนพร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง สตง. ได้แนะนำบอกว่าสามารถแบ่งซื้อแบ่งจ้างได้ ตรงนี้ ผมตกใจนะครับท่านประธาน พระราชบัญญัติระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างนี่ ผมนี่พูดอยู่ตลอด ในสภาแห่งนี้ว่าการแบ่งซื้อแบ่งจ้างนี่มันเป็นเรื่องที่มันไม่ถูกต้อง แต่ยิ่งได้ยินคำแนะนำจาก ตัวแทนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินน่าจะเป็นภาค ๖ อุดรธานี ผมฝากทาง สตง. ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ข้อมูลที่ผู้บริหารท้องถิ่นนี่แจ้งเข้ามานี่อาจจะผิดพลาด ผมยังไม่เชื่อ ว่าจะเป็นคำพูดที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่บอกว่าสามารถแบ่งซื้อ แบ่งจ้างได้ รหัส ๑ งบประมาณตามคำขอที่ออกโดยสภาผู้แทน พระราชบัญญัติมันเป็น กฎหมายนะครับ ไม่ใช่ว่าใครนึกอยากจะแบ่งซื้อแบ่งจ้างได้ ผมเชื่อว่ากรมบัญชีกลางเรื่องนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมบัญชีกลางเขา สตง. เป็นคนตรวจสอบ ผมเข้าใจได้ว่าทั้ง ๒ หน่วยงานนี่มันคาบเกี่ยวกันระหว่างกรมบัญชีกลางกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็คือรักษาผลประโยชน์ของชาติในการตรวจการใช้เงินของภาครัฐ แต่ว่าระเบียบการจัดซื้อ จัดจ้างนี่ผมว่าเป็นหน้าที่กรมบัญชีกลางที่จะชี้แล้วก็ข้อเสนอแนะหน่วยงานภาครัฐว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ผมว่าไม่น่าจะใช่คำแนะนำของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรื่องนี้ ประเด็นนี้สำคัญ ผมอยากจะให้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนี่ช่วยตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด และยิ่งรายงานมายังสภาได้ยิ่งเป็นการดี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องเดิมซึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าผม จำไม่ผิดท่านรองผู้ว่าสุทธิพงษ์เคยเข้ามาประชุมกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งผมร่วมอยู่ในที่ประชุมด้วย คือปัญหาในการตรวจรับงานที่ สตง. ท้วงติงกับหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะท้องถิ่น คือผลทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ตามระเบียบนี่ในรูปแบบและรายการก่อสร้างเขาจะเขียนกำลังอัดคอนกรีตไว้จะเป็น Strength คือกำลังอัดนี่ ๒๔๐ ๓๐๐ ก็ว่าไป ที่ ๒๘ วัน สตง. ฟังให้ดีเรื่องนี้ พอที่ ๒๘ วันนี่ ก็มีคำถามขึ้นมากมายว่ายกตัวอย่างถ้าเป็นงานเล็ก ๆ สมมุติว่าท้องถิ่นมีงาน ๗๐,๐๐๐ บาท ใช้ระยะเวลาแค่ ๒ วันแค่นั้นเขาดำเนินการแล้วเสร็จ แต่ว่าบางหน่วยงานกองช่าง คณะกรรมการตรวจการจ้างนี่ก็ไปยึดที่ ๒๘ วัน ความหมายคือจริง ๆ แล้ว ๒๘ วันนี่ ท่านประธาน มันคือสมมุติว่าในสัญญาระบุว่ากำลังอัดที่ ๒๔๐ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ถ้าสมมุติว่าเขาเทไปได้ ๗ วัน ๑๔ วัน แล้วกำลังอัดมันขึ้นถึงตามที่ระบุในแบบของสัญญา นี่มันก็สามารถเบิกจ่ายได้ นี่คือในที่ประชุมวันนั้นท่านรองสุทธิพงษ์ ขอเอ่ยอ้างนะครับ เราคุย กันแล้วก็มีทางออกร่วมกัน วันนั้นน่าจะมีทั้งกรมบัญชีกลางละครับ แล้วก็รองอธิบดี กรมทางหลวงชนบท อธิบดีกรมส่งเสริม วันนั้นมาอยู่ในที่ประชุม แล้วผมนี่เป็นคนเสนอ ในที่ประชุมว่าให้มีหน่วยงานหนึ่งทำเป็นหนังสือเวียนไปส่วนราชการทั่วประเทศให้เป็น แนวทางในการเบิกจ่าย แต่สิ่งที่ผมกำลังกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การเบิกจ่ายมันเบิกไม่ได้เพราะ คณะกรรมการตรวจการจ้างบอกว่าต้องครบ ๒๘ วันถึงจะเบิกได้ ทีนี้เกิดปัญหาสิครับ จริง ๆ แล้วมันควรจะถูกต้องตามรูปแบบในสัญญาก็คือ สมมุติว่าเขาเทกำลังอัดที่ ๒๔๐ แต่เขาใช้ขนาดปูนที่สูงเพื่อที่จะต้องการเบิกจ่ายให้ได้เร็วเขาก็สมควรเบิกได้ ตรงนี้ผมอยากให้ สตง. เป็นเจ้าภาพในการประสานส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมบัญชีกลาง ทั้งกรม ทางหลวง ทางหลวงชนบท กรมส่งเสริม ในการที่จะกำหนดรูปแบบและการเบิกจ่าย ไม่ใช่ สตง. เข้าไปบางครั้งก็ให้ผ่าน บางครั้งก็ไม่ให้ผ่านบอกว่าต้องครบ ๒๘ วัน ตรงนี้เกิดปัญหา เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ๒ ประเด็นนี้ ผมอยากฝาก สตง. แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในรายงานผมขอ ชื่นชมทาง สตง. นะครับ เป็นหน่วยงานที่ดูแลงบประมาณแผ่นดิน ตรงนี้ขอชื่นชมจริง ๆ แต่ ๒ ประเด็นที่เป็นทั้งข้อสังเกต เป็นทั้งข้อแนะนำ เป็นทั้งคำถามอยากให้ท่านนะครับ ถ้าตอบได้วันนี้ตอบ ตอบไม่ได้วันนี้ไปประชุมหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็มีแนวทางส่งไปยัง ส่วนราชการที่จัดซื้อจัดจ้างทั่วประเทศนะครับ ผมกราบขอบพระคุณมากครับ