ประสิทธิ์ ชี้ใช้จ่ายเงินกู้โควิดไม่โปร่งใส เรียกร้องแก้ปัญหาทันที

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตการใช้จ่ายเงินกู้กว่าหนึ่งล้านล้านบาทจากสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะความล่าช้าในการจัดซื้อวัคซีนและการไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสในการบริหารทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม ชี้ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจขาดความโปร่งใส ข้อบกพร่องในการตรวจรับและเบิกจ่าย รวมถึงการกำกับดูแลที่ดินและแรงงานที่เกิดจากข้อจำกัดของเจ้าหน้าที่และประชาชน จึงเสนอให้เปิดเผยข้อมูลโครงการอย่างชัดเจน ระบุมูลค่าความเสียหาย ทบทวนขั้นตอนการตรวจสอบ และเปิดช่องทางรับเบาะแสแบบไม่เปิดเผยตัวตน พร้อมตั้งคำถามถึงปัญหาขัดแย้งการกำหนดแปลงที่ดินระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ว่าควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธาน หมูกระทะ ประธานสภาที่เคารพนะครับ วันนี้ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ก็ขอขอบคุณ สตง. นะครับ ที่ได้ทำงาน อย่างหนัก ตรวจสอบรายงานกว่า ๘,๐๐๐ รายงาน แล้วก็ป้องกันความเสียหายได้ถึง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ต้องขอชมเชยในการทำงานหนักแล้วก็งานตรวจสอบทางการบัญชี อย่างเข้มข้นนะครับ ขอ Slide ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

หน้าต่อไปนะครับ ผมก็ทราบ มาว่ารายงานอันนี้มีประมาณ ๓๐๐ กว่าหน้า แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมคือเรื่องของ พ.ร.ก. เงินกู้โควิดนะครับ ซึ่งเราก็ได้ทราบอยู่แล้วว่าปัญหาของโควิดคราวที่แล้วนี่ มีเยอะมาก ๆ เลยนะครับ บางช่วงบางตอนนี่ประเทศไทยเราถึงติดอันดับ Top Ten นะครับ จำนวนผู้ติดโควิดมากที่สุด ผู้ป่วยมากที่สุดนะครับ แล้วปัญหาของเราคืออะไร การจัดซื้อ วัคซีนโควิดที่ล่าช้านะครับ การให้เงินอุดหนุนกับบางบริษัทซึ่งทำให้เราไม่เข้าร่วมโครงการ โคแวกซ์นะครับ โคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลกนะครับ มี ๑๘๐ กว่าประเทศที่เข้าร่วม แต่ประเทศไทยไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น อันนี้คือปัญหาของประเทศไทยในช่วงนั้นแล้วทำให้คน เสียชีวิตจำนวนมาก อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจึงต้องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้นะครับ แล้วท่านก็ได้บอกแล้วว่าวัตถุประสงค์ของ โครงการนี้คือการแก้ปัญหาการระบาด การช่วยเยียวยา การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม แล้วท่านก็จะมีการชดเชยภาคประชาชน เกษตรกร แล้วก็ผู้ประกอบการ ซึ่งวงเงินตรงนี้ ทั้งหมดคือ ๑ ล้านล้านบาทนะครับเงินกู้ตรงนี้ ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลทีเดียวนะครับ ถ้าเอา แบงก์พันมาต่อกันนะครับจะเรียงได้ ๔ รอบโลกเลยนะครับ เห็นว่าเป็นเงินมหาศาลมาก ๆ ในที่นี้นะครับ สตง. ก็ได้ตรวจสอบ ๓ โครงการดังต่อไปนี้นะครับ ก็คือมีการแพทย์ และสาธารณสุข เรื่องที่ ๒ การช่วยเหลือเยียวยาและชดเชย เรื่องที่ ๓ คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม

Slide ต่อไป ปรากฏว่าสิ่งที่ท่านตรวจเจอคืออะไรบ้าง ด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการใช้จ่ายเงินกู้ปรากฏว่าไม่ผ่านนะครับ พบว่าล่าช้า ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นไป ตามที่กำหนด ด้านการจัดหาก็เช่นกัน การทำ TOR ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เอกสาร จัดซื้อจัดจ้างก็ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และการตรวจรับก็ยังไม่เป็นไปตามกฎหมายอีกนะครับ ด้านการเบิกจ่ายก็เช่นกันไม่เป็นไปตามกฎหมายเช่นกันนะครับ

Slide ต่อไปนะครับ เรื่องตรวจสอบเรื่องที่ ๒ ก็คือการช่วยเหลือเยียวยา งบประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เยอะมากเลยนะครับ ท่านตรวจไป ๓ โครงการ จากทั้งหมด ๕ โครงการ ก็ไม่ผ่านอีกนะครับ พบว่ามีบางส่วนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ผู้มีสิทธิจริง ๆ ก็ไม่ได้รับสิทธิ ไม่ได้รับเงินชดเชย แล้วก็ตรงกันข้ามคือผู้ไม่มีสิทธิกลับได้รับ เงินชดเชยนะครับ ทำให้การเยียวยาไม่ครอบคลุม เกิดความไม่เป็นธรรมในการให้เงินเยียวยา รัฐก็เสียโอกาสด้วยนะครับ เงินที่ใช้ไปนี่แทนที่จะเอาไปใช้อย่างอื่นก็เสียโอกาสตรงนี้ ส่วนบางโครงการที่บอกว่าถูกก็ไม่รู้ว่าจะมีบางส่วนที่ถูกต้องมากน้อยแค่ไหนนะครับ ผมจึงใส่ Question mark ไว้เมื่อสักครู่นะครับ

อันที่ ๓ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ตรงนี้ก็คือว่าปัญหาเหมือนกัน ไม่มีอะไรผ่านเลย ก็คือไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ล่าช้านะครับ ด้านการจัดหา สัญญาข้อตกลงก็ไม่เป็นไปตามกฎหมาย การกำหนดราคากลางไม่เป็นไปตามกฎหมาย การตรวจรับก็ไม่เป็นไปตามกฎหมายนะครับ ไม่มีอะไรถูกต้องเลย ด้านการบริหารพัสดุชำรุด บกพร่อง ไม่มีผู้รับผิดชอบ ไม่จัดทำบัญชีวัสดุ ครุภัณฑ์นะครับ ด้านการเบิกจ่ายก็ไม่เป็นไป ตามกฎหมาย แล้วเงินคงเหลือก็ยังไม่ส่งคืนคลังอีก

ปัญหาต่อไปนะครับ ก็คือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การจ้างงาน การใช้ที่ดิน ของประชากรก็ขาดการกำกับควบคุม การเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง ไม่จัดทำหนังสือยินยอมใช้ที่ดิน ปัญหาเต็มไปหมด

Slide ต่อไปได้เลยนะครับ ท่านวิเคราะห์มาว่าสาเหตุคือเจ้าหน้าที่ และประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจ

ขอ Slide ต่อไปนะครับ ขาดการควบคุมดูแล การจัดสรรเงินล่าช้า หน่วยงาน ไม่เตรียมพร้อม ดำเนินการไม่ครบถ้วน ขาดฐานข้อมูลที่จะใช้ในการตัดสินใจอย่างมี ประสิทธิภาพ โครงการ ๑ ล้านล้านบาท ท่านเขียนรายงานมา ๖ หน้า หน้า ๑๓๘-๑๔๓ แค่ ๖ หน้าเท่านั้น ซึ่งอันนี้ผมก็เข้าใจในการทำงานของท่านว่าท่านทำงานหนัก แต่รายงาน ที่ท่านออกมามันน้อยมากเลยครับ มันไม่ค่อยจะวิเคราะห์อะไรได้มากเท่าไรนะครับ

หน้าต่อไปนะครับ และอย่างปัญหาที่ผมเห็นก็คือว่าท่านจะเขียนว่า หน่วยงานแห่งหนึ่งนะครับ หน่วยงานแห่งหนึ่งมีปัญหาโน่น นี่ นั่นซึ่งทำให้สภาไม่สามารถ ที่จะไปตรวจสอบต่อได้ อย่างเช่น สำนักปลัดกระทรวงแห่งหนึ่ง หน่วยงานแห่งหนึ่งนะครับ ตรงนี้ผมก็เลยจะมีข้อเสนอแนะให้ท่านว่าอยากจะให้ท่านระบุหน่วยงานที่มีปัญหา มีปัญหา ทางด้านนี้นะครับ เราจะได้ตามไปตรวจสอบต่อได้ โทรศัพท์ไปพูดคุย สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อที่ ๒ ก็คือว่าจำนวนโครงการที่มีปัญหา ท่านบอกแต่มีปัญหา มีปัญหา แต่ท่านไม่บอกว่าตรงไหนไม่มีปัญหาบ้าง ทำให้เราไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าหน่วยงานนี้ มีประสิทธิภาพแค่ไหน สมมุติท่านบอกมีปัญหา ๑๐ อย่าง เขาอาจจะทำดี ๑๐๐ อย่างก็ได้ แต่เราก็จะไปมองว่าเขาทำไม่ดี อันนี้อยากให้ระบุมาด้วยนะครับว่าโครงการที่ไม่มีปัญหา มีเยอะแค่ไหนเปรียบเทียบกัน เราจะได้เห็นภาพรวมโดยชัดเจน

ข้อที่ ๓ ก็คือว่าท่านตรวจพบเรื่องต่าง ๆ อย่างเช่น การทำ TOR ไม่มี ประสิทธิภาพอย่างนี้ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย การไม่คืนเงินท่านมีการดำเนินคดีหรือว่า มีการฟ้องร้องอะไรบ้างหรือเปล่า มีการยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบหรือเปล่าอะไรอย่างนี้ ท่านไม่ได้บอกมานะครับ เราอยากจะให้ท่านบอกข้อมูลตรงนี้แล้วก็ติดตามความคืบหน้า ของคดีด้วยนะครับ แล้วก็ในรายงานนี้ท่านมีแต่เสนอแนะ ๆ แล้วก็เสนอแนะ โดยที่ไม่ได้บอกว่าถ้าเขาไม่ทำตามจะ เกิดอะไรขึ้น แล้วก็อยากให้ติดตามผลด้วยว่าหน่วยงานไหน ขอสักนิดหนึ่งนะครับ ใกล้จบแล้ว แล้วก็หน่วยงานไหนที่ทำตามแล้ว หรือยังไม่ปฏิบัติตาม แล้วท่านมีบทลงโทษอย่างไร

ข้อ ๕ คืออยากให้ระบุจำนวนเงินความเสียหายในแต่ละประเด็นด้วย อย่างท่านบอกมาว่าจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง ก็อยากทราบว่าโครงการนี้เป็นมูลค่าเท่าไร ถ้าโครงการมันแค่ล้านเดียวอย่างนี้อาจจะไม่สำคัญมาก แต่ถ้าเกิดมันเป็นหมื่นล้าน แสนล้าน อย่างนี้มันต่างกันเยอะเลย ทำให้เราเข้าใจรายงานอันนี้ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

ข้อ ๖ ก็คือการตรวจสอบของท่านนี่ หลายหน่วยงานบอกว่าเข้มข้นมาก จนทำอะไรไม่ได้ สร้างความยุ่งยาก ท่านมีความคิดที่จะแก้ไขระเบียบบ้างหรือเปล่า แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่เขาบ่นมาเขาเคยเสนอแก้ไขหรือเปล่า อยากให้ท่านได้ตอบ ตรงนี้ด้วยนะครับ และปัญหาก็คือว่าถึงแม้ท่านจะทำงานเข้มข้น แต่ก็ยังมีการละเลย ละเลยอะไร เท่าที่เราดูมันยังมีปัญหาเรื่องการ Lock Spec การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับ มีปัญหาตลอดเวลาทุกหน่วยงานเลย ก็แสดงว่ามันยังมีการละเลย ถ้าไม่ละเลยหน่วยงาน เหล่านั้นจะไม่กล้าทำแบบนั้น จะต้องทำงานให้ตรงตาม Spec ผมก็เลยแนะนำว่าอาจจะเปิด ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสดีไหม เปิดสายด่วนให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหรือว่าแจ้งเบาะแส แบบว่าไม่เปิดเผยตัวตน เราจะได้มีข้อมูลมากขึ้น ท่านจะได้ตรวจสอบได้เยอะขึ้น แล้วก็ตรงเป้า ตรงประเด็น ก็ช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ ไม่กล้า Lock Spec ไม่กล้าฮั้วประมูล

เรื่องสุดท้ายก็จะเป็นคำถามว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทาง กทม. ตีว่าเป็น แปลงเกษตร แต่ท่านบอกว่าเป็นที่ดินรกร้างมีปัญหากันเยอะแค่ไหน แล้วก็มีการแก้ไข อย่างไร อยากได้ความชัดเจนตรงนี้ด้วย พอดีมาเห็นพอดีก็ขอบคุณมาก ๆ เลยสำหรับเวลา ของท่านที่มาตรงนี้ ขอบคุณมากครับ