วิสาระดี วิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติ ชี้ผูกมัดรัฐบาล-ทำพัฒนาล้มเหลว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ วิพากษ์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เป็นกรอบผูกมัด ทำให้การพัฒนาประเทศไม่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และนำไปสู่ความล้มเหลวในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความไม่เท่าเทียม และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งได้ดำเนินนโยบายเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเน้นการแก้ปัญหามลพิษ ฟื้นฟูคุณภาพสินค้าเกษตร และผลักดันความเสมอภาคในสังคมอย่างแท้จริง

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้จะมาอภิปรายในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๕ ในเบื้องต้นค่ะต้องบอกเลยว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐธรรมนูญที่เขียนให้มี ยุทธศาสตร์ชาติเป็นระยะเวลา ๒๐ ปี เพราะเรารู้ดีค่ะว่าการกำหนดแผนการยุทธศาสตร์ชาติ ระยะยาวขนาดนี้มันทำให้เราไม่สามารถคาดการณ์สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาวิกฤติไวรัส COVID-19 ใครจะรู้ว่ามันจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้น สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนก็ตาม จริง ๆ แล้วเหตุการณ์เหล่านี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ คาดเดาไม่ได้ค่ะ และมันเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้กับประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ในวันนี้ใครจะรู้คะว่าในอีกปีสองปีข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์โลก จะเป็นอย่างไร และสถานการณ์ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เรามองกันไม่ออกเลยค่ะ แต่ถ้ามี ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีมาเขียนเป็นลงลายลักษณ์อักษรยาวขนาดนี้แล้วนี่ ต้องบอกว่า ไม่ว่ารัฐบาลใดที่จะเข้ามาบริหารต่อหน้านี้มาแล้วนี่กลับกลายเป็นต้องถูกผูกมัด ถูกโซ่ ล่ามตรวนไว้ ไม่สามารถเดินหน้าแก้ไขปัญหาประเทศได้ ไม่สามารถแสดงศักยภาพ อย่างแท้จริงออกมาได้ค่ะ บางอย่างต้องบอกว่ากรอบของท่านนี่บางอย่างก็ดีนะคะ แต่บางอย่างต้องยอมรับค่ะว่ามันเป็นปัญหา เพราะต้องบอกว่าการวางวิสัยทัศน์เป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าถ้าใส่กรอบยุทธศาสตร์แล้ว และเอามาจารึกเหมือนวางลงในแผ่นศิลาแล้ว มันเป็นปัญหา และมันฉุดรั้งการพัฒนาของประเทศค่ะ

และพอมาดูในหนังสือยุทธศาสตร์ชาติที่ดำเนินมาถึงในวันนี้แล้วต้องบอกว่า ยุทธศาสตร์ชาติมันล้มเหลวนะคะ และไม่ตอบโจทย์เกี่ยวกับการพัฒนาของประเทศเลย จากที่ได้เห็นนี่มันมียุทธศาสตร์ชาติแบ่งเป็นการประเมินผลการพัฒนาในภาพรวมแล้ว เป็น ๖ มิติค่ะ ดิฉันจะขอยกขึ้นมาแค่ ๓ มิติเท่านั้น

มิติแรกเกี่ยวกับเรื่องความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทยค่ะ โดยการจัด อันดับเครือข่ายภายใต้องค์การสหประชาชาติ ประเทศไทยมีคะแนนลดลงในปี ๒๕๖๔ จะดูได้ว่าเราประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๕๔ เป็น ๖๑ ของโลก แต่พอมาในปี ๒๕๖๑ แล้วนี่ คะแนนความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยลดลงค่ะ ดิฉันก็ไม่แปลกใจเลยนะคะ ลองมองรอบ ๆ สิคะ ถามว่าพี่น้องประชาชนคนไทยปัจจุบันนี้อยู่ดีกินดีกันไหม ไหนจะปัญหา เศรษฐกิจ ไหนจะปัญหาปากท้อง ฝุ่น PM2.5 แถมซ้ำร้ายที่ผ่านมายังมีภาวะเรียกว่าวิกฤติ COVID-19 อีก ดูยอดสะสมแล้ว ๔ ล้านกว่าคน ขอ Slide ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ทำการเปิด Presentation)

เรียกว่ายอดผู้ป่วย COVID-19 สะสมของไทย ๔ ล้านกว่าคน เกือบ ๕ ล้านคน ต้องบอกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย

มาดูมิติที่ ๒ กันค่ะ เรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ ต้องบอกว่าการจัดอันดับของสถาบันการจัดการนานาชาติ IMD ความสามารถของการแข่งขันของคนไทยมันมีอันดับจาก ๓๓ ลดลงจาก ๒๘ เป็น ๓๓ จาก ๖๓ ประเทศ มันมีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอีกนะคะ อยู่ที่ ๖๘.๖๗ จากค่าเฉลี่ย ๗๐.๐๓ ต้องถามว่าขีดความสามารถของคนไทย ของประเทศไทยมันลดลงในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น สมรรถนะทางด้านเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ หรือว่าประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน ลดอันดับคือลดลงมาหมดเลย มันเป็นผลพวงจากที่รัฐบาล บริหารประเทศได้ล้มเหลวค่ะ

มิติที่ ๔ ค่ะ มาพูดถึงเรื่องความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคมไทย แน่นอนเลยว่าดัชนีความก้าวหน้าของสังคมไทย SPI ไทยเราอยู่ที่อันดับ ๗๑ ในขณะเดียวกัน ที่สิงคโปร์เพื่อนบ้านเรา หรือว่ากลุ่มประเทศที่อยู่ในกลุ่ม ASEAN เดียวกันอยู่ในลำดับที่ ๒๘ ของโลก มันห่างกันมากเลยนะคะ แต่ต้องยอมรับค่ะว่าประเทศไทยของเรามีการตื่นตัว เรื่องความเสมอภาคก็จริง แต่ว่าประชาชนเองตื่นตัวไม่พอนะคะ ภาครัฐเองก็ต้องตื่นตัว แล้วก็ต้องทำให้เห็นด้วยว่าอีกไม่ช้านี้ และประเทศไทยเรานี้ ก็จะมีความเท่าเทียมเสมอภาคกันในสักวันหนึ่งค่ะ นี่คือเป็นเพียงตัวอย่างความล้มเหลว จากการประเมินผลพัฒนาภาพรวมทั้งหมดจาก ๖ มิติ เลือกมา ๓ มิติ เรามาดูต่อไปกันค่ะว่า ความล้มเหลวในประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ ๓ ยุทธศาสตร์ที่ดิฉันเลือกมามีอะไรบ้างที่ล้มเหลว

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เรื่องความมั่นคง จาก ๑๐ แผนแม่บทนะคะ ต้องบอกว่า บรรลุเป้าหมายแค่ ๕ ต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ๑ ต่ำกว่าค่าเป้าหมายระดับเสี่ยง ๔ แล้วพอลอง เข้าไปดูลึก ๆ ประเด็นที่บรรลุเป้าหมายไปแล้วมันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของกองทัพ แต่ประเด็นที่ต่ำกว่าค่าเป้าหมาย คืออยู่ในระดับเสี่ยง คือความมั่นคงของประเทศ มันตลกไหมคะท่านประธาน ความมั่นคงของกองทัพดีขึ้น แต่ว่าความมั่นคงของประเทศ มันอยู่ในระดับเสี่ยง ประชาชนคนไทยเรียกว่าไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไหนจะเรื่องยาเสพติด ไหนจะเรื่องการค้ามนุษย์ก็ยังคงอยู่ อย่างไรตรงนี้ก็ต้องขอฝาก พิจารณาไว้ด้วยนะคะ

มาดูกันที่ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องด้านการเกษตร บรรลุเป้าหมายไป ๕ ต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ๒ ต่ำกว่าค่าเป้าหมายระดับเสี่ยง ๒ และต่ำกว่าค่าเป้าหมายระดับวิกฤติ อีก ๑ อันนี้น่าเป็นห่วงมาก ๆ เลยนะคะท่านประธาน เพราะว่าระดับเสี่ยงนั่นคือเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของเกษตรไทย แน่นอนเราอาจจะมีคุณภาพ ความปลอดภัย คุณค่าโภชนาการ ตอนปี ๒๕๖๔ เราขึ้นจากอันดับ ๕๔ เป็น ๕๑ แต่พอมาปี ๒๕๖๕ ต้องบอกว่ามันร่วงมาอยู่ที่ ลำดับ ๖๔ เลยค่ะ และที่น่าตกใจกว่านั้นด้านคุณภาพและความปลอดภัยมันคือเรียกว่า ของอาหาร ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเป็นระดับที่อยู่ในคะแนนน้อยที่สุด จากของไทยอยู่ที่ ๒๐.๒ จากค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ ๖๓.๗ คิดดูสิคะว่าประเทศไทย เป็นพื้นที่เกษตรกร และพึ่งพาการส่งออกทางด้านเกษตรเป็นหลัก แล้วถ้าสินค้าคุณภาพ การเกษตรของเราไม่สามารถได้รับความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติ เราจะเสริมสร้างเศรษฐกิจ ได้อย่างไร ทุกวันนี้ดิฉันเองในฐานะประชาชนคนไทยก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วค่ะ ว่าทุกวันนี้ เราได้บริโภคสินค้าอย่างมีคุณภาพจริง ๆ หรือเปล่า

ยุทธศาสตร์สุดท้ายค่ะ ขออีกนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน ยุทธศาสตร์ที่ ๖ พื้นที่และเมืองน่าอยู่อย่างอัจฉริยะ วันนี้มาดูในแผนแม่บทย่อยเรื่องประเด็นของสิ่งแวดล้อม และมลพิษ ต้องบอกว่าในแบบแผนไม่มีการจัดการเกี่ยวกับเรื่อง PM2.5 เลย แม้ว่ามันจะเป็น เรื่องที่อันตรายและส่งผลกระทบแก่พี่น้องประชาชนก็จริง มาดูจังหวัดดิฉัน ยกตัวอย่าง ต้องบอกว่าที่ผ่านมาภายในต้นปีมียอดผู้ป่วยทางเดินหายใจ เฉพาะของจังหวัดเชียงราย ๓,๐๐๐ กว่าคน แค่ช่วงเวลา ๑ สัปดาห์เท่านั้นเอง แล้วถ้ามานับดูตัวเลขของทั้งประเทศ มันคงจะเป็นตัวเลขที่เรียกว่าสูงมาก ๆ เลย สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ต้องบอกว่า ความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ชาติเราเห็นมาหมดภายในระยะเวลา ๕ ปีเท่านั้น ยังล้มเหลว ทางด้านความมั่นคง การดำรงชีวิต และสภาพแวดล้อมของประชาชน ถ้าให้อยู่ต่อ อีก ๒๐ ปี โดยที่เราไม่ทำอะไรเลย จะปล่อยให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินต่อไปแบบนี้ไม่ได้ค่ะ มันจะไม่เหลืออะไรแล้ว สรุปนะคะท่านประธาน ขออนุญาตฝากนะคะว่าเร็ว ๆ นี้จะมีรัฐบาล ชุดใหม่ที่มาจากประชาชน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็ยังคงอยู่ ดิฉันขอฝากนะคะ ว่าขอให้มันไปเป็นตามกลไกระบอบประชาธิปไตยค่ะ ท่านปล่อยให้รัฐบาลชุดใหม่ได้เข้ามา ทำหน้าที่ และตั้งใจทำงานในแบบของเขา เพื่อที่จะตอบสนองพี่น้องประชาชนค่ะ ขอท่าน อย่าทำเป็นจระเข้ขวางคลองไม่ให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนสามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่นะคะ ขอฝากด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ