ปทิดา ตันติรัตนานนท์ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายด้านหน้าที่ อำนาจ และการบริหารงานบุคคลของตำรวจให้เหมาะสม รวมถึงการจัดสรรตำแหน่ง แต่งตั้งโยกย้ายตามระบบคุณธรรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการดำเนินการของศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข โดยกล่าวถึงปัญหาการประสานงานและอำนาจที่ขาดหายไป และปัญหาการดำเนินการเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือผู้เสียหายที่ใช้เวลานานและทำให้เกิดภาระทางด้านเอกสาร ค่าใช้จ่าย และจิตใจแก่ผู้เสียหาย
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ที่ท่านได้มาชี้แจง ข้อมูลถึงในเรื่องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ท่านประธานคะ แผนการปฏิรูปประเทศ ๑๓ ด้าน เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบดำเนินการในการสร้างรากฐานของประเทศในช่วง ๕ ปีแรกของ ยุทธศาสตร์ ให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมถึงการปรับเปลี่ยน ยกเลิก กระบวนการ กลไก หรือกฎระเบียบต่าง ๆ แต่ก็น่าเป็นห่วงนะคะท่านประธาน เพราะ ๑๓ ด้าน ดิฉันมองว่ามันอาจจะดำเนินการไปได้น้อยแล้วก็ได้ช้า และในบางด้านก็อาจจะยัง ไม่เข้าประเด็นนะคะ วันนี้ขออนุญาตหยิบยกขึ้นมาแค่ประเด็นเดียวที่มีความน่าเป็นห่วงก็คือ ในข้อที่ ๔ ด้านกระบวนการยุติธรรมค่ะท่านประธาน ความคืบหน้าในการพัฒนาประเทศ ในกระบวนการยุติธรรมยังน่าเป็นห่วงและไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ นะคะท่านประธาน จากรายงานเล่มนี้พบว่าถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ รายงานครั้งที่ ๑๘ ข้อ ๓ นะคะ เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรขององค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราได้จัดให้มีทนายความประจำสถานีตำรวจได้เพียง ๒๐๓ สถานี คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๗ ค่ะท่านประธาน จากจำนวนสถานีตำรวจทั้งหมดในระยะเวลา ๕ ปี ของการปฏิรูป ซึ่งดิฉันถือว่ามันน้อยมากค่ะท่านประธาน ถ้าคิด ๑๓.๗ เรามีแผนพัฒนา ยุทธศาสตร์ของชาติ ๒๐ ปี อาจจะยังไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะมีทนายอาสาไว้ประจำ สถานีตำรวจ ซึ่งไม่เพียงพอแล้วก็ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่เดือดร้อน และต้องการคำแนะนำทางข้อกฎหมายต่าง ๆ ทุกวันนี้พี่น้องดิฉันเชื่อว่าทั้งประเทศเรานะคะ โดนคดีความแล้วก็ไม่มีทนาย แล้วก็ได้ทนายที่อาจจะไม่ได้ตรงประเด็นทำให้พี่น้องประชาชน เสียหาย แล้วก็เดือดร้อนในเรื่องของการต้องเสียค่าทนายนะคะ อาจจะแพ้คดีเป็นปัญหาของ พวกเราอย่างมากมาย ทั้งนี้ในรายงานยังไม่ได้ระบุถึงความพึงพอใจทั้งของประชาชน และประสิทธิภาพการทำงานของทนายความในการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย อันนี้ก็ยัง น่าเป็นห่วงนะคะท่านประธาน
ส่วนของศูนย์ยุติธรรมสร้างสุขที่ให้บริการประชาชนเรื่องความยุติธรรม ต่าง ๆ เป็นศูนย์ที่มีภาระงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ๆ และไม่เป็นที่รู้จัก รวมถึงไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการประสานงานและอำนาจในด้านที่เกี่ยวข้อง ขอยกตัวอย่างค่ะท่านประธาน เช่น การแนะนำให้ขอรับเงินช่วยเหลือกองทุนยุติธรรม และ/หรือเงินช่วยเหลือผู้เสียหาย หรือจำเลยในคดีอาญายังดำเนินการได้อย่างล่าช้า ต้องรอ การพิสูจน์สิทธิ เอกสารยืนยันต่าง ๆ ใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะได้รับการอนุมัติ ต้องมี การร้องอุทธรณ์คำสั่งอยู่หลายครั้ง เกิดภาระทั้งทางด้านเอกสาร ค่าใช้จ่าย และจิตใจ แก่ผู้เสียหายมากเกินควร
ส่วนในรายงานข้อที่ ๔ คือการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายด้านหน้าที่ อำนาจ ภารกิจของตำรวจ และการบริหารงาน บุคคลของตำรวจให้เหมาะสม รวมถึงการจัดสรรตำแหน่ง แต่งตั้งโยกย้ายตามระบบคุณธรรม แม้จะมีพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ แล้วก็ตาม ในการรับรู้ของประชาชน ภารกิจ อำนาจหน้าที่ของตำรวจยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าที่ควรค่ะ ท่านประธาน การบริหารงานบุคคลของตำรวจยังต้องการความโปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำรวจชั้นประทวนและนายตำรวจสัญญาบัตรชั้นต้นที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ต้องการกำลังใจ ต้องการการสนับสนุนเชิงงบประมาณในภารกิจการเป็นตำรวจ เพื่อจะ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ท่านประธานคะ ท่านคงได้ยินความยากลำบากของตำรวจ ชั้นผู้น้อยที่ต้องเติมน้ำมันรถหลวงด้วยตัวเอง ซื้อปืนเอง ซื้อหมึกเครื่องถ่ายเอกสาร หรือแม้กระทั่งกระดาษพิมพ์บันทึกประจำวันเอง เพื่ออำนวยความยุติธรรมพิทักษ์สันติราษฎร์ ในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนและของตัวเองนะคะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะ ปล่อยปละละเลยไปได้ แม้จะมีกฎหมาย พ.ร.บ. ตำรวจกำกับดูแลก็ตาม แต่รายละเอียด ปลีกย่อยที่จะทำให้ตำรวจมีกำลังใจในการทำงานต้องไม่ถูกเพิกเฉยค่ะท่านประธาน เพราะ ตำรวจยังต้องเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอฝากท่านประธานนะคะว่า ในส่วนของการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ผ่านมา ๕ ปีแล้วถือว่า ยังมีความน่าเป็นห่วงนะคะ อาจจะยังไม่ได้บรรลุแม้กระทั่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมา ดิฉัน ถือว่าน้อยมากนะคะ ต้องกราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ