ชุติมา คชพันธ์ หารือเกี่ยวกับการบริหารทุนหมุนเวียน 116 ทุน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมเหตุสมผลในการประเมินผลกองทุนภาครัฐ ทั้งการจัดอันดับที่ไม่สะท้อนประสิทธิภาพจริงและการจัดสรรเงินให้กับหน่วยงานที่กลายเป็นหนี้เสีย พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส ปรับปรุงเกณฑ์ประเมินให้ทันสมัย และยุติการอุดหนุนที่ไม่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน ภาคใต้ จากจังหวัดพัทลุง ดิฉันขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับทุนหมุนเวียนผ่านท่านประธาน ดังนี้ ก่อนอื่นเลยดิฉันขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ดิฉันทราบดีว่าการที่ต้องดูแล แล้วก็ต้องประเมินถึง ๑๑๖ ทุนเป็นงานที่หนักมากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็มี ความคิดเห็นบางอย่างที่อยากจะเสนอไปเพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอ Slide เลยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
สำหรับภาพรวม โดยรวมดิฉัน ถือว่ามีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีบางกองทุนที่อาจจะมีบางอย่างที่ดิฉันเห็นแย้ง ยกตัวอย่าง Slide ถัดไปเลยค่ะ จากที่ดูวิธีการประเมินบางสิ่งบางอย่าง ดิฉันยังไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ยกตัวอย่าง อย่างตอนนี้ดิฉันเห็นกองทุนมีทั้งหมด ๑๑๖ กองทุน พบว่าขาดทุน ๕๔ กองทุน ดิฉันก็สงสัยว่าทำไมถึงขาดทุนเกือบครึ่งหนึ่งเลย เกิดอะไรขึ้น ก็เลยไปดูรายละเอียดนะคะ ในหัวก็คิดว่าแล้วแนวทางพัฒนากองทุนล่ะคืออะไร มีหรือไม่ ดิฉันก็เลยย้อนกลับไปดู วิธีการคิด พอไปดูวิธีการคิดดิฉันก็ประเมิน โดยส่วนตัวมองว่า เอ๊ะ หรือว่าการประเมิน ยังไม่ทันสมัย หรือว่าเรามองคนละแบบกัน ในมุมมองของดิฉัน ดิฉันมองว่ากองทุน ทั้ง ๑๑๖ กองทุนที่มี มันแยก ๒ ประเภทหลัก ๆ เลย คือกองทุนที่มีเพื่อสงเคราะห์ หรือสนับสนุน อย่างนี้เราควรต้องดู เกณฑ์ที่ต้องใช้ดูที่ความคุ้มค่า แล้วก็ดูในเชิงของ การพัฒนาว่ามันได้ผลหรือไม่ อย่างเช่น กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยี และนวัตกรรม อีกประเภทหนึ่งคือกองทุนที่ให้กู้ยืม OK อันนี้ดูแบบที่มีอยู่แล้วได้ ที่ท่าน ทำอยู่แล้วคือดูที่กำไร ขาดทุน เช่นกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้น กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ดีมาก ๆ เลย แต่ท่านประเมินว่าควรปรับปรุง อันนี้ดิฉันเห็นแย้งเพราะว่าเป็นกองทุน ถ้าเรามองในแง่ ความคุ้มค่าเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ ส่งเสริมนักศึกษาจบใหม่ หรือผู้ประกอบการ Startup หรือผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีที่อยากจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ กองทุน TED Fund ดิฉันรู้จักกองทุนนี้ดีเลย เป็นกองทุนที่มีประโยชน์มาก ๆ แต่ผลออกมาคือปรับปรุง เพราะอะไรคะ เพราะท่านไปดูในเรื่องของกำไร ขาดทุน เพราะอันนี้เป็นกองทุนที่ให้เปล่า ให้ทุนกับนักศึกษา ให้ทุนกับผู้ประกอบการ เพื่อไปสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ มันเป็นให้เปล่า ไม่มีทางที่จะได้กำไรอยู่แล้ว ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นเราต้องมองในแง่ ความคุ้มค่า สำหรับดิฉันถ้าประเมินอันนี้ดิฉันให้ผ่านนะคะ แต่ในขณะเดียวกันพอเราไปดู กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ท่านกลับบอกว่าปรับปรุง แต่ถ้าดิฉันประเมินดิฉันจะบอกว่า ไม่ผ่าน ดิฉันยังคิดเลยว่าเจ้าหน้าที่ใจดีจังเลย ไม่ควรจะผ่าน เดี๋ยวดิฉันจะบอกว่าทำไม ถึงไม่ผ่านนะคะ ท่านดูหนี้สูญจำนวนมาก สะท้อนถึงอะไรคะ สะท้อนถึงการบริหารกองทุนที่ ไม่มีประสิทธิภาพ คะแนนแต่ละด้านไม่สอดคล้องกันเลย มันสอดคล้องกับการดำเนินงาน จริงหรือไม่ ก็ไม่นะคะ ไปดูกองทุนมีแนวทางจัดการปรับปรุงอย่างไร ตรงนี้ก็ไม่ชัด ท่านดูนะคะ ที่ดิฉันดูในแง่ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่านให้คะแนนเยอะมาก แต่ดิฉัน ให้ตกนะคะเรื่องนี้ ท่านจะเห็นได้เลยว่าในแง่ของการปฏิบัติการ เช่นเดียวกันดิฉันก็ให้ตกเหมือนกัน คือไม่ผ่าน เลยละค่ะกองทุนนี้ แต่ท่านบอกว่าปรับปรุง ดิฉันเลยมองว่าบางอย่างเป็นเพราะว่าเกณฑ์ มันไม่ทันสมัย หรือว่าผิดหลักการอย่างไรอยู่หรือไม่ ต่อไปดิฉันจะขอย้ำอีกนิดหนึ่งว่าทำไม ดิฉันถึงไม่ให้ผ่าน ยกตัวอย่างกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร งบปี ๒๕๖๔ ถ้าท่านดูจะเห็นว่า เงินให้กู้ยืมทั้งหมด ๓,๑๙๖ ล้านบาท เป็นหนี้เสียประมาณ ๓๗๗ กว่าล้านบาท การบริหาร จัดการทุนนี้มีประสิทธิภาพหรือไม่ มันไม่ใช่ควรแค่ปรับปรุงแล้วละค่ะ คือมันไม่ผ่านแล้ว มันค้างเยอะขนาดนี้ แล้วบางโครงการค้างเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีเลยไม่ผ่านค่ะ
ต่อมาอันนี้ ดิฉันอยากจะขอใช้เวลากับตรงนี้นิดหนึ่ง เพราะคาใจมากเลย เมื่อเช้ามีการอภิปรายกองทุนนี้ แต่ว่าไม่ได้พูดถึงในแง่นี้ ดิฉันขอพูดถึงหน่อยนะคะ คือมี การปล่อยเงินให้กับบางหน่วยงาน เป็นโครงการนำร่องเพื่อสร้างต้นแบบภาคธุรกิจ ที่จังหวัด สุพรรณบุรี ให้กับบริษัทเอกชน ๒ ราย ดิฉันค้นพบว่าเอกชน ๒ รายนี้เป็นบริษัทในเครือของ ทุนใหญ่ ถ้าเอ่ยชื่อไปทุกคนร้องอ๋อแน่นอน ดิฉันเลยคาดเอาไว้ ปิดเอาไว้ไม่เห็น คำถามคือ เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรทำไมถึงไปให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ทุนใหญ่ด้วย ซึ่งมันไม่ตอบโจทย์เลย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคือเกษตรกร และที่สำคัญเก็บไม่ได้ ด้วยนะคะ ต้องปรับโครงสร้างหนี้ ๑๓ ล้านบาท นี่ละค่ะดิฉันเลยบอกว่าไม่ผ่าน ดิฉันเลย ให้ตกถ้าเป็นกองทุนนี้ อันนี้อยากจะฝาก ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทางบ้านหรือสื่อมวลชน ถ้าดูอยู่ ท่านช่วยกันดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นหนี้เสียตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ และเป็น บริษัทเอกชน ถ้าบอกว่าไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดหนี้เสียขึ้นมา อย่างนั้นดิฉันถามว่าตอนที่ อนุมัติ คนอนุมัติอนุมัติไปได้อย่างไรถึงปล่อยโครงการนี้ไป เพราะถ้าเป็นดิฉัน ดิฉันไม่อนุมัติ ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ มันไม่น่าจะได้คืนอยู่แล้ว เราควรจะใช้กลไกอื่นนะคะ
ต่อมาการดำเนินงาน อีกอันหนึ่งที่ดิฉันกังวลก็คือในแง่ของการดำเนินงาน บางกองทุนที่เราไม่ได้ส่งเงินเข้าคลัง ดิฉันเป็นห่วงว่าถ้าการดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เสียโอกาสในการนำงบกลับไปพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นขอเสนอว่าถ้ากองทุนไหน ที่มีกำไรมากเพียงพอแล้ว ประมาณ ๓ เท่าของรายจ่าย หยุดการอุดหนุนเลยค่ะ เพราะเขา อยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว
โดยสรุปดิฉันมองว่าสำหรับภาพรวมการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน มีหลาย ๆ กองทุนที่ไม่สามารถทำตามแผนการที่วางไว้ได้ ส่วนหนึ่งเลยเราจะต้องพิจารณา กันใหม่ รวมถึงสภาผู้แทนราษฎรก็เช่นเดียวกัน ในอนาคตเวลาที่เราประเมินงบประมาณ ของกระทรวงไหน หน่วยงานใดก็ตาม เราคงต้องมองเรื่องความคุ้มค่าด้วย เราจะมองแค่ ตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้ เพราะบางครั้งตัวเลขสูงแต่ไม่คุ้มค่าก็มี เพราะฉะนั้นเรื่องความคุ้มค่า สำคัญมากที่เราต้องเอามาคิด ต้องมีการกำกับดูแล ติดตามอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา เราปล่อยเงินแต่ก็ไม่ได้ติดตามต่อเนื่องมันก็เลยขาดทุนกันอย่างที่เห็น แล้วบทบาทภารกิจ ต้องสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภาวะเศรษฐกิจ แล้วก็สังคม นี่คือทั้งหมดทั้งมวลที่ดิฉันฝากไว้ ก็ขอบคุณมาก ๆ ขอฝากเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน แล้วก็รับข้อเสนอแนะไปปรับปรุงเพื่อจะได้ดีขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณค่ะ