สารี แจงความคืบหน้าคุ้มครองผู้บริโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

สารี อ๋องสมหวัง รายงานผลการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ของสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเสนอแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิต เช่น การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและรถรับส่งนักเรียนร่วมกับท้องถิ่น รวมถึงการแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขฉุกเฉินด้วยการควบคุมค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเรียกร้องให้มีมาตรฐานสัญญาที่เป็นธรรมในอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่กับการผลักดันมาตรการป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์และการโอนเงินผิดกฎหมาย โดยเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานระดับจังหวัดร่วมกับองค์กรต่าง ๆ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายท้องถิ่น ให้สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระจายบทบาทจากศูนย์กลางไปสู่ภูมิภาค

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านนะคะ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิกทั้ง ๑๔ ท่านที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะกับสภาองค์กร ของผู้บริโภค ดิฉันขอใช้ PowerPoint แล้วก็จะตอบคำถามไปด้วยทุกคำถามนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

อย่างที่ทุกท่านทราบนะคะว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ขององค์กรผู้บริโภค และเดิมเราต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนกระทั่งถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วก็มีพระราชบัญญัติจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค สภาเป็นองค์กรน้องใหม่ ปีนี้เป็นปีที่ ๒ ที่มีโอกาสมารายงานในรัฐสภา ปีที่แล้วเรามีโอกาส ทำงานประมาณ ๓ เดือน ปีนี้ปี ๒๕๖๕ ทำงานครบ ๑ ปี แล้วสภาเองเราได้กำหนดยุทธศาสตร์ของสภาไว้ใน ๕ ด้านที่สำคัญ ซึ่งดิฉันคิดว่าท่านสมาชิก ก็คงจะได้เห็นแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแรกเลย ก็คือการทำหน้าที่ในฐานะที่จะเป็นผู้แทน ผู้บริโภค โดยผ่านการสนับสนุน การดำเนินงาน และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งมี กำหนดไว้ทั้งหมด ๘ ด้าน แล้วก็การทำงานเชิงรุกในการพัฒนาข้อเสนอนโยบาย และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค การสร้างเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคในการทำงาน ซึ่งขณะนี้ ก็อาจจะยังมีข้อจำกัดอยู่ที่ท่านสมาชิกได้เรียน แล้วก็การสื่อสารเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคค่ะ

จะเห็นว่าคราวที่แล้วใน ๓ เดือน ที่ดิฉันได้มีโอกาสมาสภาก็ได้ให้คำแนะนำ เราได้กลับไปทำทุกรายการที่ที่ประชุมได้ให้คำแนะนำ ดิฉันไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ

ขอไปถึงผลงานนะคะ จะเห็นว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้แนะนำว่าข้อเสนอ ของสภาเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แล้วก็ดิฉันคิดว่าขณะนี้เรามีข้อจำกัดในเรื่องของการที่ จะผลักดันข้อเสนอนโยบายไม่น้อย และปีนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเอง โดยคณะกรรมการนโยบายของสภาองค์กรของผู้บริโภคได้มีแนวทางที่จะทำงาน กับทุกพรรคการเมือง เราคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีหน้าที่ในการที่จะยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งแน่นอนเราทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนผู้บริโภคในการกำหนด นโยบาย เราก็อยากเห็นคุณภาพชีวิตของประชาชนเช่นเดียวกัน

ซึ่งอย่างที่แต่ละท่านได้เรียนว่าข้อเสนอที่เราเสนอ แล้วก็เป้าหมาย หมุดหมายที่เราอยากเห็นใน ๘ ด้าน เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างเช่นกรณี ดิฉันขอตอบคำถามเรื่องกรณีรถรับส่งนักเรียนว่าขณะนี้เราได้มี อาจจะเรียกว่ารูปธรรม หรือต้นแบบของโรงเรียนที่ทำงานเรื่องรถรับส่งนักเรียน แต่ว่าเมื่อต้นแบบเหล่านี้ไม่ได้ถูก นำไปใช้ สภาเองอาจจะไม่ใช่หน่วยงานที่จะไปกระจายการปฏิบัติงาน เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง อาศัยความร่วมมือของหน่วยงานอื่น ๆ ในการที่จะทำให้เกิดต้นแบบของรถรับส่งนักเรียน แล้วเราคิดว่ารถรับส่งนักเรียนต้องมีหน่วยงานท้องถิ่นที่จะเข้ามาสนับสนุนให้เกิดการทำงาน เรื่องรถรับส่งนักเรียน

ส่วนประเด็นที่ ๒ ถ้ามองเรื่องบริการขนส่งมวลชน ก็จะเห็นว่าข้อเสนอ ของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่อยากเห็น เดินออกไป ๕๐๐ เมตร เจอป้ายรถเมล์ หรือมี บริการราคาที่สามารถทำให้ทุกคนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดเข้าถึงบริการขนส่ง มวลชน ทุกคนขึ้นได้ทุกวัน ไม่เกินร้อยละ ๑๐ อันนี้ก็ต้องถือว่าหลายพรรคการเมืองได้มี แนวทางในการที่จะผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นบริการสาธารณะที่อยากเห็นเรื่องตั๋วใบเดียว และขณะนี้จริง ๆ ก็จะมีพระราชบัญญัติตั๋วใบเดียว ตั๋วร่วมบริการ เรื่องเดินรถต่าง ๆ ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคก็คิดว่าเราจะทำงานกับทุกพรรคการเมืองในการผลักดันให้เกิดตั๋ว ร่วมโดยสารที่ครอบคลุมทุกบริการทั้งคนในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด

ขออนุญาตว่าในส่วนของบริการสาธารณสุข เราจะเห็นว่าถึงแม้เราจะมี หลักประกันด้านบริการสาธารณสุข แต่ว่าบริการด้านฉุกเฉินก็ยังถือเป็นปัญหาที่สำคัญ ของผู้บริโภค เนื่องจากอย่างเราไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรืออยู่ในต่างจังหวัดโรงพยาบาล ของรัฐไม่ได้มีอยู่ทุกที่ บางครั้งในกรุงเทพฯ เราพึ่งโรงพยาบาลเอกชนถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเมื่อเราไปใช้บริการฉุกเฉิน ซึ่งเรามีนโยบายว่าฉุกเฉินไปได้ทุกที่ แต่ว่าเมื่อเราทำ ฉุกเฉินแล้ว โรงพยาบาลกับเราก็ตีความกรณีฉุกเฉินที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นหลายครั้งเมื่อผู้บริโภคไปใช้บริการก็ถูกเรียกเก็บเงิน ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคเอง ก็ได้ทำข้อเสนอไปอย่างน้อย ๔ หน่วยงาน ว่ากรมการค้าภายในต้องกำกับค่ารักษาพยาบาล ในกรณีฉุกเฉินที่เมื่อประชาชนไปใช้งาน ถึงแม้ว่าเราไม่ฉุกเฉินไม่ใช่เก็บค่ารักษาพยาบาล ที่เรียกว่า Fee for Service หรือเก็บตามการรักษาของเรา แต่ควรจะเก็บตามอัตรา ที่เรียกเก็บของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่เรียกว่า Fee Schedule ซึ่งเป็น การเก็บค่ารักษาพยาบาลที่มีขอบเขตที่จำกัด แล้วก็ข้าราชการเองเมื่อใช้หลัง ๗๒ ชั่วโมง ไม่มีเจ้าภาพก็ต้องอยู่ต่อที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องจ่ายเงินแบบ Fee for Service หรือว่าบัตรทอง ประกันสังคม ถ้าหาเตียงให้คนไข้ไม่ได้ก็ต้องจ่ายแบบ Fee for Service แทนที่เราจะใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เราก็ต้องจ่ายเงินโดยที่ไม่มี ขีดจำกัดในการควบคุม ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นประเด็นที่สำคัญ แล้วก็จากการทำงาน ของสภาองค์กรของผู้บริโภคขณะนี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเองได้เตรียมที่จะขยาย อย่างน้อยดิฉันเชื่อว่าจะมีการขยายเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินที่รวมถึงสีส้ม ที่จะทำให้ผู้บริโภค ได้รับการดูแลมากขึ้น

แล้วก็จากที่ท่านฐากรถามเรื่องความสำเร็จของสภา ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็คงเป็น คำตอบส่วนหนึ่งนะคะ แล้วก็เรื่องการกำกับกรณีอาหารกัญชา ก็เป็นรูปธรรมที่สำคัญที่เราได้ ทำให้เห็นว่ากัญชาไม่ใช่มีอยู่ในทุกที่ ไม่ใช่มีอยู่ในอาหารทุกประเภท เพราะฉะนั้นจะทำให้ เกิดการกำกับอย่างไร แต่ดิฉันคิดว่าเส้นแบ่งระหว่างกัญชาเสรีกับกัญชาทางการแพทย์ขณะนี้ มีข้อจำกัดมากทีเดียว และสภาองค์กรของผู้บริโภคคงได้ร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง ในการทำงานเรื่องนี้นะคะ

ส่วนที่คุณรัฐถามว่าทำไมด้านอสังหาริมทรัพย์เราถึงสามารถแก้ปัญหาได้ น้อยกว่าในด้านอื่น ๆ ดิฉันขออนุญาตเรียนว่าด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่สภาองค์กร ของผู้บริโภคใช้การฟ้องคดี เพราะฉะนั้นที่ไม่สำเร็จก็คือคดีเหล่านั้นยังอยู่ในการดำเนินการ อย่างเช่น ดิฉันขอเอ่ยชื่อบริษัท เนื่องจากว่าสภาเองเราก็ได้รับอนุญาตให้เอ่ยชื่อบริษัท ก็จะมี การเรียก สมมุติว่าเราซื้อบ้านแล้วเราไปกู้ธนาคาร ธนาคารไม่ผ่าน บริษัทก็ริบทั้งเงิน Down เงินจอง หรือขอให้สภายอมรับเงินที่ต่ำมาก อย่างที่หลายท่านบอกนะคะว่าเราเจรจา ไกล่เกลี่ยแบบไหนที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครอง ซึ่งดิฉันขออนุญาตยืนยันว่า โดยหลักการแล้วถ้าเป็นความพอใจของผู้บริโภคเราก็จะยอมยุติคดี หรือบางคดี เราก็อยากเห็นเป็นคดีตัวอย่างที่จะเดินหน้า อย่างเช่นกรณีการยึดเงิน Down เงินจอง ของผู้บริโภคจำนวนมากในกรณีที่ซื้อไม่ผ่าน ซึ่งขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเองจริง ๆ เราได้ทำข้อเสนอไปแล้วนะคะว่าต้องจัดการที่ต้นทางคือต้องทำให้เกิด เรียกว่าสัญญา มาตรฐานหรือสัญญาที่ยึดโยงกับข้อสัญญาที่เป็นธรรม แต่ว่าก็อาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนที่ดิฉัน พูดนะคะ เพราะหลายเรื่องก็ต้องอาศัยระยะเวลา

ส่วนที่ถามว่าเราสำเร็จ ๙๑ เปอร์เซ็นต์จริงไหม ดิฉันก็ขอยืนยันว่าสิ่งที่ เราดำเนินการเป็นไปตามนั้น เรื่องข้อร้องเรียน จำนวนข้อร้องเรียน แต่ดิฉันขอน้อมรับ ความผิดพลาดเรื่องจำนวนที่อาจจะไม่ตรงกัน ซึ่งอันนี้จริง ๆ ก็ได้รับทราบ แล้วก็ได้จัดการ ไปแล้ว เนื่องจากว่าเรามีหน่วยงานประจำจังหวัดประมาณ ๑๕ หน่วยงาน เพราะฉะนั้น หลายหน่วยงานอาจจะรับเรื่องร้องเรียนจากการไปจัดเวทีรับเรื่องร้องเรียน แล้วอาจจะไม่ได้ ใส่เข้าไปในระบบ Online มาบันทึกทีหลัง เพราะฉะนั้นทำให้จำนวนเรื่องร้องเรียนไม่ตรงกัน ซึ่งอันนี้เราก็ได้จัดการไปแล้ว คิดว่าปีหน้าไม่น่าจะเกิดปัญหานี้ขึ้น หรือว่าขณะนี้เท่าที่ เราตรวจสอบอย่างน้อยในรอบ ๓ เดือนที่ผ่านมาเรื่องนี้ก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว ก็ขออนุญาต เรียนด้วย แล้วก็ต้องขอบคุณนะคะ จริง ๆ สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ไม่น้อย

ส่วนประเด็นคำถาม อันนี้ก็จะเห็นว่าเรื่องร้องเรียนที่เราได้ให้การช่วยเหลือ เป็นตัวเลข ๙๑ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ดำเนินการได้จริง แล้วก็มีมูลค่าการเยียวยาความเสียหาย ถึง ๒๘๖ ล้านบาท แต่แน่นอนดิฉันก็เชื่อว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคมีมูลค่า มากกว่านี้มากมายมหาศาล อย่างเช่นเรื่องการฉ้อโกง Online ล่าสุดตัวเลขปี ๒๕๖๕ เราเสียเงินไปกับโจร Online ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในตัวเลขที่มากที่สุดก็เป็นเรื่องของ การลงทุน Online แล้วก็ซื้อของไม่ได้ของ ซื้อของไม่ตรงปก หรือแม้กระทั่งเรื่องความรัก ต่าง ๆ ที่เข้ามาแล้วทำให้เป็นมูลค่ามากมายกว่าที่สภาองค์กรของผู้บริโภคทำงาน และขณะนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ทำความร่วมมือไปอย่างน้อยกับ ๑๐ หน่วยงาน ทั้งกระทรวง DE ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ปคบ. DSI เรียกว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการฉ้อโกง Online ทำอย่างไรที่ จะทำให้ อย่างเช่นระงับบัญชีทันที ซึ่งหลายท่านก็คงทราบ ถึงแม้ว่าเราจะพูดกันว่าขอให้ ระงับบัญชีทันที ขณะนี้เรื่องกรณีร้องเรียนล่าสุดก็ยังไม่มีการระงับบัญชีทันที

ประเด็นที่ ๒ ก็คือให้จำกัดวงเงิน เหมือนที่ท่าน สส. ทั้งหลายเวลาจะโอนเงิน ก็จะถูกจำกัดวงเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ขณะนี้การจำกัดวงเงินเมื่อเราโอนเงินไปต่างประเทศ ไม่มีการจำกัดวงเงิน เพราะฉะนั้นก็ทำให้โอกาสที่มิจฉาชีพจะทำไปซื้อ Cryptocurrency ก็ดี หรือเกิดความเสียหายมากขึ้นต่อผู้บริโภคเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย เพราะฉะนั้นเราก็ได้เสนอ ไปแล้วทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทยที่จะให้จำกัดวงเงินในการโอนเงิน ต่างประเทศนะคะ

ประเด็นที่ ๓ ดิฉันคิดว่าขณะนี้เรามีข้อมูลที่เป็นถังกลางว่าใครบ้าง เป็นบัญชีม้า ขณะที่เราโอนเงินทุกคนก็จะได้รับการเตือนนะคะว่าระวังมิจฉาชีพ หรือโอน ถูกคนไหม ดิฉันคิดว่าอันนี้ที่ธนาคารทำเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยขอให้ ธนาคารดำเนินการเป็นเรื่องที่ดีมาก อย่างน้อยมันก็กระตุกต่อมการโอนเงินของเรา เพราะฉะนั้นก็หวังว่าถ้าเป็นบัญชีม้าก็ขอให้ขึ้นเลยว่าบัญชีม้า คุณแน่ใจนะว่าคุณจะโอน นี่คือ บัญชีม้านะคะ เพราะว่าเขามี Database เรื่องบัญชีม้า เพราะฉะนั้นดิฉันก็หวังว่าสิ่งที่ จะเกิดขึ้น อย่างน้อยขณะนี้เราจัดการบัญชีม้าได้มาก แต่ว่าเรายังไม่สามารถเอาเงินมาคืน ให้กับผู้บริโภคได้นะคะ

ส่วนเรื่องของการที่ตั้งคำถามว่ามียอดผู้เข้าถึงข้อมูล ๔ ล้านครั้ง อันนี้เป็น เรื่องของการส่งเสริมการรวมตัว และอย่างที่ท่านประธานได้รายงาน เราพยายามที่จะทำให้ เกิดสมาชิกอย่างน้อย ๑ จังหวัด ๑ องค์กร จริง ๆ จังหวัดนนทบุรีเรามีอยู่ ๔ องค์กร อย่างไร ดิฉันคิดว่าทำความร่วมมือได้ ๔ องค์กรในจังหวัดนนทบุรีก็มีความเข้มแข็ง เพียงแต่เรามี หลักเกณฑ์ว่าการที่คุณจะขึ้นเป็นหน่วยประจำจังหวัดอย่างน้อยต้องมี ๕ องค์กร แล้วก็ ต้องมีระบบการบริหารจัดการ เหมือนอย่างที่หลายท่านถามว่าเรามีหลักเกณฑ์อย่างไร ในการยุบหน่วย หรือเรามีหลักเกณฑ์อย่างไรในการตั้งหน่วย คือการที่คุณจะตั้งหน่วย อย่างน้อยคุณต้องมีความร่วมมือที่จะสามารถทำงานได้ในระดับจังหวัด เพราะฉะนั้นเรียกว่า ต้องมีเพื่อนอย่างน้อยไม่ว่าจะ ๕ อำเภอ หรือ ๕ องค์กร ที่จะร่วมกันผลักดันงานในระดับ จังหวัด อันนี้ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายได้กำหนดไว้

แล้วเรื่องการสนับสนุนหน่วยงานประจำจังหวัดก็ดี หน่วยงานเขตพื้นที่ก็ดี ดิฉันคิดว่าเป็นภารกิจที่สำคัญของสภาองค์กรของผู้บริโภคมาก เพราะว่าไม่ใช่พอเรามี สภาองค์กรของผู้บริโภคแล้วเพื่อนเราตายหมด ทุกอย่างมาคอขวดที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงไม่อยากเห็นบรรยากาศแบบนั้น และขณะนี้ เรามีความพยายามมากที่จะทำให้เรามีสมาชิกทุกจังหวัด โดยที่เขาจะได้รับการสนับสนุน ทั้งงบในเชิงของการบริหารงาน งบในการดำเนินการ แต่ว่าก็ต้องเป็นไปตามแผนและยุทธศาสตร์ของสภาองค์กรของผู้บริโภค ส่วนสมาชิก ท่านก็จะเห็นว่าเรามีการสนับสนุนสมาชิกเพื่อให้เริ่มทำงาน ดิฉันคิดว่าเป็นงบประมาณ ที่น้อยมาก ตั้งแต่ ๓๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในการสนับสนุนการทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานร้องเรียนปัญหาของคุณ ในพื้นที่ของคุณเอง หรือการผลักดันประเด็น ที่เป็นประเด็นเฉพาะที่สภาองค์กรของผู้บริโภคกำหนดในแต่ละปีนะคะ

ขออนุญาตไป Slide ถัดไปอีกนิดหนึ่งนะคะ อันนี้จะเห็นว่า