เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เสนอการสนับสนุนให้สภาองค์กรของผู้บริโภคแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของผู้บริโภค โดยอธิบายการทำงานและภารกิจของสภา และเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงการขยายเครือข่ายและเพิ่มงบประมาณสำหรับการประชาสัมพันธ์
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคก้าวไกล จากประชาชนชาวเชียงใหม่ เขต ๑ ก่อนอื่นจะขอชื่นชมนะคะ เพราะว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนอยู่ยากขึ้น การเอารัดเอาเปรียบเพิ่มมากขึ้น ซับซ้อน และขยายวงกว้าง ก็มีสภาองค์กรของผู้บริโภคที่ยืนหยัดและอยู่เคียงข้างผู้บริโภค และประชาชนชาวไทยทุกคนในการที่จะแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนอย่างเบ็ดเสร็จ จึงขอชื่นชม การทำงานและเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไปนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันขออธิบายการทำงาน และภารกิจหลักของสภาองค์กรของผู้บริโภคสักนิดหนึ่ง เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ดิฉัน จะอภิปรายต่อไป สภาองค์กรของผู้บริโภคมีการทำงานอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน ระดับที่ ๑ คือคุ้มครองผู้บริโภคระดับประเทศ ระดับที่ ๒ คืองานเตือนภัย ระดับที่ ๓ คืองานคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ซึ่งทั้ง ๓ ระดับนี้จะดูแลทั้ง ๘ ด้านดังนี้ ๑. ด้านการเงิน และการธนาคาร ๒. ด้านการขนส่งและยานพาหนะ ๓. ด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย ๔. ด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ๕. ด้านบริการสุขภาพ ๖. ด้านสินค้าและบริการ ทั่วไป ๗. ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม ๘. ด้านบริการสาธารณะ ผลงานต่าง ๆ ของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่เป็นที่ประจักษ์ที่หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นชินคุ้นหูก็คือ การผลักดันไม่ให้รัฐบาลลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี CPTPP (ความตกลงแบบครอบคลุม และความก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก) การผลักดันเรื่องบำนาญ ประชาชน ๓,๐๐๐ บาท ให้กับพี่น้องชาวไทย แล้วก็การคัดค้านการควบรวม True DTAC ทำให้เกิดการผูกขาดในตลาดการสื่อสารและโทรคมนาคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ว่าสิ่งที่ดิฉันจะอธิบายและแจกแจงให้ทุกท่านได้เห็นก็คือเรื่องโครงสร้างของสภาองค์กร ของผู้บริโภค ตาม พ.ร.บ. การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งตามชื่อ พ.ร.บ. ก็คือการจัดตั้ง ซึ่งเน้นการจัดตั้ง ไม่ได้เน้นการมีส่วนร่วมหรือการสร้างความเข้มแข็ง โดยดั้งเดิมอยู่แล้วก็คือสภาองค์กรของผู้บริโภคได้เกิดจากการรวมตัวกันของผู้บริโภค เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค แต่ในมาตรา ๖ องค์กรของผู้บริโภคที่ประสงค์ จะเข้าร่วมต้องแจ้งขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียนประจำจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขและมีความยากลำบาก ในการจัดตั้ง จำนวนหน่วยงานประจำจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ มีจำนวน ๑๕ หน่วยงาน เทียบกับปัญหาและข้อร้องเรียนของผู้บริโภคทั้งประเทศ ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ด้วยความเดือดร้อนและเรื่องของการถูกเอารัดเอาเปรียบ ของประชาชนผู้บริโภคทั้งหลายเกิดขึ้นทั่วประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ดิฉันจึงมี ข้อคิดเห็นและเห็นควรเป็นอย่างยิ่งว่าในการเร่งตั้งองค์กรผู้บริโภคระดับจังหวัด หรือหน่วยงานประจำจังหวัด นอกจากนี้ควรตั้งไปสู่อำเภอ ตำบลต่อไปด้วย โดยการจัดตั้ง พร้อมขยายแนวคิด หรืออาสาสมัคร ความตระหนักต่าง ๆ การรู้เท่าทันกลโกง และความไม่เป็นธรรมที่จะเกิดขึ้นในระดับเครือข่าย ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือเป็นการสื่อสาร ในระดับ Offline ก็คือการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อสร้างความรู้ ความตระหนักสิ่งต่าง ๆ เมื่อต้อง ทำงานในระดับเครือข่ายลงลึกไปในระดับอำเภอ ตำบลแล้ว งบประมาณต่าง ๆ ในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ จากงบประมาณที่แสดงบนหน้าจอ ในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์กว่า ๓๕.๑๙ ล้านบาท ส่วนใหญ่แล้วโครงการต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ ส่วนใหญ่จะเป็นระดับ Online ทั้งหมด ดูแลในเรื่องของ Website การสื่อสารนโยบาย ผ่าน Influencer การเสวนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ว่าควรมีการประเมินความคุ้มค่า มีตัวชี้วัด ซึ่งดูจากยอด Follow ใน LINE Official แล้วก็ใน Facebook Fanpage ซึ่งมีผู้ติดตาม ยังจำนวนน้อยอยู่พอสมควร ซึ่งในสิ่งนี้ควรมีการสร้างเครือข่ายในระดับพื้นที่หรืออาสาสมัคร ในการให้ความรู้ สร้างความตระหนักในการเตือนภัย คุ้มครองก่อนเกิดเหตุที่ไม่เป็นธรรม ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน จึงขอฝากข้อเสนอแนะและข้อกังวลต่าง ๆ เหล่านี้ไปกับ ท่านประธานผ่านไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภคค่ะ ขอบคุณค่ะ