ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ พร้อมเรียกร้องให้เร่งนัดหมายตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อพูดคุยโดยเร็ว โดยชี้ให้เห็นว่าการล่าช้าอาจทำให้ครึ่งทางของสมัยประชุมผ่านไปโดยไม่มีคณะกรรมาธิการเกิดขึ้น พร้อมเสนอให้พิจารณาข้อสับสนเกี่ยวกับกรอบเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง และเรียกร้องให้ประธานสภายืนยันความต้องการของผู้ริเริ่่มร่างกฎหมาย รวมถึงผลักดันร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมให้เดินหน้าโดยไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นใหม่ และเสนอตั้งกรรมาธิการเพื่อเจรจาขับเคลื่อนกฎหมายที่ค้างอยู่ พร้อมย้ำความพร้อมของพรรคก้าวไกลในการร่วมประชุมและผลักดันงานให้เกิดความสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากประเด็นที่หารือ เนื่องจากเพื่อให้ครบถ้วนทุกกระบวนความ ผมสนับสนุนประเด็นของท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย และต้องขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาให้แนวทางเรื่องของการพูดคุยกันครับ แต่ผมคิดว่ามีอยู่ ๓-๔ ประเด็นที่จำเป็นต้องเพิ่มเติมเพื่อให้ครบวงจรแล้วก็ทวงสัญญาแทนพี่น้องประชาชน
ประการที่ ๑ ในที่ประชุมสภาแห่งนี้เราเคยท้วงติงกันถึงเรื่องของการตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ ตามข้อบังคับ และท่านประธานได้กรุณามอบหมายให้ ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นผู้นัดหมายในการพูดคุยกัน ซึ่งนับจากวันที่ ท่านประธานได้มอบหมายผมเข้าใจว่าวันนี้พ้นระยะเวลาเกินกว่า ๑๐ วัน ยังไม่ได้มีการนัดหมาย ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าพูดคุยกันถึงเรื่องคณะกรรมาธิการสามัญคณะต่าง ๆ ว่าตกลง สภาเราจะเดินหน้ากันอย่างไร เอาเข้าจริง ๆ ถ้านับสัปดาห์หน้าอีกสัปดาห์ถัดไป เรามาถึง ครึ่งทางของสมัยประชุมแล้ว คณะกรรมาธิการสามัญยังไม่เกิดขึ้นเลย ทั้งที่มีข้อบังคับชัดเจน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน อยากจะฝากว่าหากมีการนัดหมายกัน ก็ขอให้รวมถึงการประชุมเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะด้วยครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าเราตีความเป็นอื่นไปไม่ได้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง ในกรณีที่บอกว่าคณะรัฐมนตรีสามารถยืนยันกลับมาได้ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสองนั้น บอกว่าถ้าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ ตั้งขึ้นใหม่เท่านั้นนะครับ ไม่ได้มีความหมายบอกว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการหรือรัฐมนตรีที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น อาจจะเป็นการยาก ก็คงขึ้นอยู่กับว่าเราจะเดินหน้าในการตั้ง ครม. ใหม่ได้เร็วหรือไม่ แล้วเรานับวัน ครม. ใหม่นั้นวันใด ผมก็ยังเชื่อมั่นว่าถ้ากระบวนการเดินหน้าปกติอาจจะ เกิดขึ้นทันก็ได้ แต่พวกผมไม่รอและคาดหมายว่าอาจจะยังไม่สามารถที่จะดำเนินได้ทัน ไม่เป็นไรครับ เป็นดำริท่านประธาน พรรคก้าวไกลยินดีที่จะเข้าร่วมการประชุมที่จะเกิดขึ้น แต่มีอีก ๒ ประเด็นที่อยากจะนำเรียนท่านประธาน และผมคิดว่าเพื่อทำให้การทำหน้าที่ ของพวกเราเดินหน้าต่อได้อย่างสมบูรณ์ครับ
ประการที่ ๓ เนื่องจากว่าในตัวกฎหมายที่เสนอ มีทั้งกฎหมายที่มาจาก รัฐบาล มีทั้งกฎหมายที่มาจาก สส. เข้าชื่อกันเสนอ แล้วก็มีกฎหมายที่พี่น้องประชาชน เข้าชื่อกันเสนอ ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านประธานเดินทางไปอินโดนีเซีย เพื่อนสภา ชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เพื่อนพี่น้องชาติพันธุ์เดินทางกันมาเต็มเลยที่สภาแห่งนี้ มาพบท่านประธาน ท่านก็ได้มอบหมายให้พบท่านรองประธานสภา คนที่หนึ่ง เขาก็ถาม เรื่องร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าเมืองแห่งประเทศไทย ก็บังเอิญว่าไปบรรจุอยู่แล้ว เราก็ถามว่าบรรจุแบบนี้แล้วตกลงไปเลยไหม ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่สภา ต้องขอบพระคุณ เป็นอย่างยิ่งเลย เพราะผมก็ไม่มีความรู้ เขาบอกว่าตาม พ.ร.บ. เข้าชื่อ ปี ๒๕๖๒ ไม่จำเป็นต้องเข้าชื่อใหม่ครับ ในกรณีแบบนี้ แต่เวลายังสับสนนะครับ เดี๋ยวผมจะถาม ท่านประธานว่าตกลงเวลาเป็นเท่าไร เขาบอกว่าให้กรณีของผู้ริเริ่มยกร่างเดิมทำแบบเดียวกับ กรณีร้องขอต่อ ครม. เลย คือมาร้องที่สภาแล้วขอให้สภาบรรจุสิ่งที่เคยค้างอยู่แล้ว เช่น พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมืองนี่เข้าสู่การพิจารณาได้เลย ไม่ต้องไปรับฟังความคิดเห็นใหม่ ไม่ต้องเข้าชื่อใหม่ ไม่ต้องเอาเอกสารมาตรวจใหม่ อยู่ที่สภาบรรจุอย่างเดียว แต่สิ่งที่ผมสับสน นิดเดียวก็คือว่าทางเจ้าหน้าที่คณะแรกที่ผมเจอนี่บอกว่าต้องภายใน ๖๐ วัน นับจากวันที่ ครม. เข้ามาสู่ ๖๐ วันแล้ว และนับจากอันนั้นไป ๖๐ วัน บวกกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง แต่ทางเจ้าหน้าที่บางท่านก็บอกว่า ๑๒๐ วัน ปัญหาก็คืออย่างที่ผมเรียนว่า ตกลงเป็นเวลากี่วันกันแน่ และผมอยากจะนำเรียนท่านประธานว่าผมเชื่อมั่นว่าในท้ายที่สุด จะต้องมีหนังสือจากท่านประธานไปถึงประชาชนที่ริเริ่ม ในทุก ๆ ฉบับเลยที่ค้างการพิจารณา เพื่อให้เขามายืนยันหรือให้เขามาร้องต่อสภา เพราะว่าถ้าไม่มีหนังสือไปนี่สภาไม่รู้นะครับ พี่น้องสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยที่มาสัปดาห์ที่แล้วก็ไม่รู้ พวกผมก็ไม่รู้ ดีว่าทางเจ้าหน้าที่สภาได้ให้คำแนะนำ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนเป็นประการที่ ๓ ท่านประธานครับ
ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้าย ต้องขอบพระคุณทางตัวแทนพรรคเพื่อไทย ท่านยืนยันชัดเจน สมรสเท่าเทียมท่านเอาแน่ ประเด็นก็คือว่าพรรคก้าวไกลรอไม่ได้ครับ สัปดาห์ที่แล้วพรรคก้าวไกลยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ บวก บวกก็คือบวกอีก ๖๘ มาตรา ที่เรียกว่าสมรสเท่าเทียม ทีนี้กฎหมายฉบับนี้เคยบรรจุมาแล้ว เคยพิจารณาไปถึงวาระที่สองแล้ว ถ้า ครม. ไม่ยืนยัน ถ้าไม่สามารถเอากลับมาพิจารณาได้ แต่เคยรับฟังความคิดเห็นมาหมดแล้ว พี่น้องประชาชน ไปอ่านทั้งหมด ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน ผมก็ท้าทายว่าสภาชุดที่ ๒๖ จะมีร่างกฎหมายอื่น ที่คนไปอ่านเกิน ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน พี่น้องประชาชนไปแสดงความเห็น ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ผมก็ท้าทายว่าชุดที่ ๒๖ เราเอาให้ทะลุ ๕๐,๐๐๐ คน ที่ไปแสดงความคิดเห็นในร่างกฎหมาย แต่ประเด็นก็คือว่าพรรคก้าวไกลยื่นไปแล้ว ฉะนั้นถ้าทางธุรการท่านตรวจได้เร็วท่านไม่ต้อง รับฟังความคิดเห็นใหม่ ผมขอเลยครับว่าบรรจุวาระได้ไหม เอาประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์สมรสเท่าเทียมกลับมาพิจารณาแบบนี้ก็จะเร็วครับ และไม่เสียของ ไม่เสียเวลา สภาแห่งนี้ ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณา ผมมี ๔ ประเด็น แต่ ๒ ประเด็นหลัง อยากจะนำเรียนท่านประธานนำไปสู่ทางปฏิบัติว่าท่านจะมีดำริอย่างไร โดยเฉพาะประเด็น เรื่องของกฎหมายประชาชนที่เข้าชื่อและค้าง และกฎหมายเดิม เนื้อหาแบบเดิมเป๊ะ ของพรรคการเมืองที่ยืนยันกลับเข้ามา ซึ่งไม่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นใหม่ อย่างไรก็ตาม ทางพรรคก้าวไกลยินดีและอยากจะเข้าร่วมกระบวนการพูดคุย เราอยากตั้งคณะกรรมาธิการ นี่ใจสั่นทุกวันเลย อยากทำงานครับท่านประธาน ขอบคุณครับ