ชูศักดิ์ ศิรินิล วิพากษ์รายงาน กสม. ที่ไม่กล่าวถึงปัญหาสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เปิดช่องให้ศาลใช้ดุลยพินิจไม่ให้ประกันตัวโดยไม่เป็นธรรม รวมถึงหารือปัญหาความขัดแย้งของกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ส่งผลให้ผู้ต้องหาถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการพิพากษา และการเก็บประวัติบุคคลที่อัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลยกฟ้อง จึงเสนอให้มีการทบทวนสิทธิในการประกันตัวและกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ สำหรับการอภิปรายของกระผมวันนี้ ก็คงขออนุญาตที่จะวิพากษ์วิจารณ์รายงานประเมิน สถานการณ์เรื่องสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือที่เราเรียกว่า กสม. ที่นำเสนอต่อสภาในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านได้อภิปราย ไปในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของ กสม. ตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเข้าใจดีครับว่าอำนาจหน้าที่ เท่าที่เขียนไว้โดยผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจว่าจะเจาะจงอำนาจหน้าที่ของท่านไว้ในเรื่องของ การตรวจสอบ เสนอความเห็น ให้คำแนะนำ ทำข้อเสนอต่อรัฐบาล ต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่าก็คงจะไม่ให้อำนาจหน้าที่ถึงขั้นในเชิงที่จะมีอำนาจบริหาร มีอำนาจสั่งการอะไร อันนี้ก็ต้องกล่าวโดยตรงด้วยความเป็นธรรมว่ามันก็เป็นเรื่องของผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่าเจตนา จะให้อำนาจหน้าที่ของท่านมากน้อยเพียงไร ผมเข้าใจว่าเขาคงจะคิดว่าไม่อยากให้ กสม. มีอำนาจมากกว่ารัฐบาล ไม่อยากให้ กสม. มีอำนาจไปบังคับบัญชาให้ทำโน่นทำนี่เหมือนกับ องค์กรอิสระบางอย่าง ตัวอย่างเช่น วันดีคืนดีผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็บอกว่าให้อำนาจ กกต. ที่จะออกใบส้ม ก็ไปเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญว่าต่อไปนี้ กกต. ออกใบส้มได้ ทั้ง ๆ ที่อำนาจเหล่านี้ในอดีตที่ผ่านมานี่เขาให้ ศาลยุติธรรมเป็นผู้วินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นใบเหลือง ใบแดง ใบดำ ใบอะไรทั้งหลาย วันดีคืนดี นึกสนุกขึ้นมาก็เอา กกต. ไปออกใบส้ม แล้วที่ผ่านมาเลือกตั้งครั้งหนึ่งก็ออกใบส้มไปครั้งหนึ่ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วท้ายที่สุดก็เกิดเรื่องเกิดราวฟ้องคดีกันจนท้ายที่สุดศาลบอกว่า กกต. ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมก็ค่อนข้างจะสนับสนุนว่าถ้าจะ ปรับปรุงอำนาจหน้าที่โดยจะแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแก้ไขกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญก็ยินดีสนับสนุนว่า ให้ กสม. มีอำนาจมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นอกจาก การเสนอแนะการทำคำชี้แจงทั้งหลาย ที่ผมสนใจอยากอภิปรายในวันนี้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กราบเรียนผ่านไปยัง กสม. ผมอยากจะพูดถึงเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ในรายงานของท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องของเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ก็คือเรื่องของการประกันตัวผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ และเป็นเรื่องที่โต้เถียงหลักการกันมาช้านานพอสมควรแล้ว รายงานของท่านเรื่องสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม ท่านพูดถึงเรื่อง พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม ปี ๒๕๕๘ เรื่องเงินทองที่จะ เอาไปประกันผู้ต้องหาและจำเลย ท่านพูดถึงเรื่องเรือนจำแออัด ต้องนอนกัน ๒ คนอย่างนี้ เป็นต้นนะครับ แล้วก็ผมไปพบว่าท้ายที่สุดเรือนจำแออัด ผู้ต้องหาจำเลยที่ถูกคุมขังอยู่ เปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดคือผู้ต้องหาและจำเลยในคดียาเสพติด เมื่อวานเราก็พูดยาเสพติดกัน ไปแล้วเป็นปัญหาสังคม ท่านพูดถึงเรื่องความล่าช้าในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งก็เป็นที่รับรู้ กันว่าความล่าช้านั้นคือความอยุติธรรม ท่านพูดถึงเรื่องการบังคับบุคคลให้สูญหาย และพูดถึง เรื่องอื่น ๆ อยู่บางเรื่อง แต่ว่าเสียดายครับ เรื่องสิทธิประกันตัวของผู้ต้องหาและจำเลยไม่ได้มี การพูดถึงเลย พูดถึงบ้างโดยเฉพาะคาบเกี่ยวเรื่องกองทุนยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเอาเงิน ไปประกันตัวผู้ต้องหาจำเลยเท่านั้น ที่ผมอยากจะเน้นเรื่องนี้เพราะว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ ถกเถียงกันมานาน ทั้งในแวดวงวิชาการและในทางปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับว่าเรื่องสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น รัฐธรรมนูญทุกฉบับให้การรับรองไว้ เช่นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๒๙ บอกว่าในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาและจำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า บุคคลใดกระทำผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเหมือนผู้กระทำผิดมิได้ การควบคุมผู้ต้องหา หรือจำเลยกระทำได้เท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เขาหลบหนี การควบคุมผู้ต้องหาจำเลย ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลบหนี การขอประกันตัวต้องได้รับการพิจารณาโดยพลัน การไม่ให้ ประกันตัวต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ท่านประธานครับ ปัญหาใหญ่ของ ประเทศไทยในเรื่องสิทธิในการประกันตัว มีอยู่ว่าเรามีกฎหมายฉบับหนึ่ง เขาเรียกประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายฉบับนี้นี่บัญญัติขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๗ เปลี่ยนแปลงการปกครองมาไม่นานนะครับ ๒๔๗๗ แล้วก็ทราบว่าศึกษาว่ากฎหมายฉบับนี้ แท้ที่จริงก็ไปลอกเลียนแบบต่างประเทศเขามา เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากสิทธิสภาพ นอกอาณาเขต กฎหมายประเทศไหนเขาพอจะมีก็เอามาใส่ไว้ใน วิ. อาญา การใส่เรื่อง การประกันตัวไว้ใน วิ. อาญา ความสำคัญก็คือว่าได้มีการให้ดุลยพินิจของผู้พิพากษาหรือศาล ในการไม่ให้ประกันตัวไว้หลายกรณี ตัวอย่างที่ผมอยากจะยก เช่น ถ้าจะไปก่อเหตุร้าย อย่างอื่น ถ้าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ถ้าคิดว่าจะไปกระทำความผิดซ้ำท้ายที่สุดศาลก็อาจจะใช้ ดุลยพินิจไม่ให้ประกันตัว ท่านประธานครับ แต่ว่าถ้าเราไปดูรัฐธรรมนูญทุกฉบับนี่ เหตุผล ในการประกันตัว ไม่ให้ประกันตัว เขียนไว้อย่างเดียวครับ เพื่อป้องกันมิให้เขาหลบหนี เพราะฉะนั้นนักวิชาการหรือใครต่อใครจึงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการที่ศาลใช้ดุลยพินิจ อย่างกว้างขวางในขณะนี้คำถามคือว่าเกินเลยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่ออีกนิดเดียวจะใช้เวลาไม่มาก ผลจากการที่ ป. วิ. อาญาได้เขียนไว้เช่นนี้ ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่เขียนมาว่าวัตถุประสงค์สำคัญคือป้องกันไม่ให้หนี มันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ก็แปลว่า ๑. การให้ประกันหรือไม่ให้ประกันเป็นดุลยพินิจ ของศาลอย่างกว้างขวาง และถูกวิจารณ์ว่าใช้ดุลยพินิจเกินเลยรัฐธรรมนูญ ๒. บทบัญญัติว่า สันนิษฐานว่าบุคคลทุกคนบริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด ในระหว่างนั้นจะปฏิบัติกับเขาดังผู้กระทำความผิดไม่ได้ บทบัญญัตินี้ไร้ผล
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตแป๊บเดียว ก็คือว่าผลจาก การที่กฎหมายมันลักลั่นกันเช่นนี้ทำให้เกิดวิธีปฏิบัติ เกิดแนวปฏิบัติที่มันผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายอยู่หลายเรื่อง ผู้ต้องหาในคดีอาญาในขณะนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ยังไม่ถูกศาล พิพากษาว่าเป็นผู้กระทำผิดแต่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ถูกคุมขังเหมือน ๆ กับผู้ต้องหา จำเลยที่ถูกศาลพิพากษาว่ากระทำผิดแล้ว ผู้ต้องหาที่เป็นผู้บริสุทธิ์ในอดีตเคยถูก เขาเรียกอะไรครับท่านประธาน เขาเรียกพิมพ์นิ้วมือ พวกผม ๔-๕ คนนี้เคยถูกพิมพ์นิ้วมือ มาแล้วครับ ข้อหาอะไรครับ มาตรา ๑๑๖ ไปแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทยในขณะที่เขามี คสช. มีประกาศคณะกรรมการฉุกเฉินอะไรก็ว่ากันไป ท้ายที่สุดก็ดำเนินคดีอาญา ต้องไปพิมพ์ นิ้วมือ ท้ายที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้อง ขณะนี้ประวัติของพวกกระผมกับคนหลายคนยังติดอยู่ใน แฟ้มอาชญากรรม เป็นวิธีข้อปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไรไม่ทราบ ในเรื่องที่ ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้เราเลือกตั้งกัน ผมมีหน้าที่ต้องไปตรวจสอบบุคคลที่มาสมัครรับเลือกตั้งว่า ต้องหาคดีอะไรไหม ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน กดไปกดมา ดูไปดูมา บุคคลนี้ต้องหาคดีนั้น บุคคลนี้ต้องหาคดีนั้น บุคคลนี้ต้องหาคดีนั้น อัยการสั่งไม่ฟ้องก็ไม่เอาออก ศาลสูงสุด พิพากษายกฟ้องแล้วก็ยังมีประวัติอยู่ในนั้น นี่คือแนวทางที่กฎหมายลักลั่นกัน วิธีปฏิบัติ แตกต่างกัน ท่านประธานครับ ผมจึงคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องมาทบทวนในแง่ของ สิทธิกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหา และจำเลย ก็ขอประทานโทษท่านประธานที่เกินเวลาไปเล็กน้อย ขอบพระคุณครับ