ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เสนอแนะว่าปัญหาน้ำยาเสพติดในประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังเสนอแนะข้อสังเกต 3 ประการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการยึดทรัพย์ยาเสพติดและผลการรายงานของ ป.ป.ส. ในปี 2564
เรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหายาเสพติดในช่วง ๒-๓ ปีมีการแพร่ระบาด อย่างรุนแรง เพราะมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการซื้อง่าย ขายคล่อง ราคาถูก และสามารถ ส่งตรงถึงบ้านคุณค่ะ ดังนั้นปัญหายาเสพติดที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดไปมันได้สะท้อน ออกมา ขอ Slide แผ่นแรกค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
สะท้อนให้เห็นว่า ปริมาณการเกิดขึ้นของยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการขยายตัว เพิ่มสูงขึ้น และมันก็สอดรับกับปริมาณทั้งยาบ้าและยาไอซ์ที่มีสูงจนประเทศไทย ติดอันดับ ๑ ใน ASEAN แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือปัญหาเรื่องของการลักลอบนำเข้ายาเสพติดซึ่งยังคง เป็นปัญหาที่ไม่ใช่เพียงหน่วยงาน ป.ป.ส. เท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ และการบูรณาการจากหลายหน่วยงานถึงจะแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนของประเทศไทยได้ จากข้อมูลการรายงานผลของ ป.ป.ส. ในปี ๒๕๖๔ เราพบว่าจำนวนคดียาเสพติดที่เกิดขึ้น ประมาณ ๓๓๗,๑๘๖ คดี มีมูลค่าของการอายัดทรัพย์สินตั้งแต่เกิดขึ้นของ ป.ป.ส. ในการอายัดทรัพย์สินได้อยู่ประมาณ ๗.๓ พันล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับคดีที่มีการดำเนินคดี เราจะพบว่าอัตราส่วนของการอายัดทรัพย์สินนั้นอาจจะน้อยเกินไปกว่าเป้าหมายที่ ป.ป.ส. จัดตั้งค่ะ นอกจากนี้ในรายงานของ ป.ป.ส. ฉบับปี ๒๕๖๔ รายงานผล ดิฉันยังมีข้อสังเกต ที่น่าสนใจก็คือความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เนื่องจากมี การรายงานผลในส่วนที่ ๕ การกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หน้า ๔๗ ดิฉันพบว่า มีการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือประพฤติมิชอบ หรือได้กระทำความผิดทางอาญา โดยได้รับการร้องเรียนว่า เป็นการกระทำความผิดทั้งสิ้น ๑๑ ราย แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบในเอกสารกลับพบว่า ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินความผิดทางวินัย และไม่มีการชี้แจงในลักษณะของความผิด หรือโทษในทางวินัยที่ได้รับ เราต้องไม่ลืมว่าหน่วยงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานในการสืบสวน ดังนั้นการลงโทษผู้กระทำผิดทั้งทางวินัย ทางอาญาต้องมีความชัดเจน เพื่อให้ ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานที่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชน ประเด็นที่ ๓ เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าปัจจุบันเราใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ปี ๒๕๖๔ ที่ได้มีการประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ผลของการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับดังกล่าวอาจมีอุปสรรคอยู่หลายประการที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะปัญหายาเสพติด อย่างที่กล่าวตอนต้นว่า ป.ป.ส. ไม่ใช่หน่วยงานเดียว จำเป็นต้องใช้การบูรณาการ จากหน่วยงานในทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดจำเป็นที่ผู้บริหารหรือนายกรัฐมนตรี จะต้องจริงใจติดตามและใส่ใจในปัญหาอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาการดำเนินงานของ ป.ป.ส. ถึงแม้จะมีกฎหมายผ่านมาแล้วปีกว่า แต่เรายังไม่ค่อยเห็นการดำเนินการที่รวดเร็ว เพราะอะไรคะ เพราะมีแต่คำสั่งการ มีแต่ตั้งคณะกรรมการ และมีแต่วาระแห่งชาติ แต่ไม่เคยมีตัวชี้วัดที่เป็นเป้าประสงค์ที่ชัดเจน จากรายงานทั้งหมดดิฉันจึงอยากขอเสนอแนะ เป็นข้อสังเกตให้กับหน่วยงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ๓ ประการดังนี้ค่ะ
ประการแรก อยากให้มีการกำหนดตัวชี้วัดจำนวนทรัพย์สินที่มีการตรวจยึด และอายัดที่ศาลสั่งริบ ควบคู่ไปกับตัวชี้วัดด้านปริมาณยาเสพติด ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะปกติ เวลาที่ตำรวจจับยาเสพติดก็จะเอาของกลางมาแสดงโชว์ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากรู้ในวันนี้ ก็คือจับแล้วในหมู่บ้านนั้น ในสถานีตำรวจแห่งนั้น มีการอายัดทรัพย์สินได้เท่าไร เพราะว่า การอายัดทรัพย์ของผู้ค้าคือต้นตอและเป็นการหยุดชะงัก และทำลายวงจรของยาเสพติดค่ะ
ประการที่ ๒ ดิฉันอยากให้มีการพัฒนาระบบการสร้างแรงจูงใจในการสร้าง ขวัญกำลังใจของประชาชนในการให้เบาะแส ที่ผ่านมาเข้าไปสำรวจดูสายด่วน ป.ป.ส. ๑๓๘๖ มีปริมาณการโทรเข้ามาแจ้งยาเสพติดประมาณ ๑๖,๐๐๐ สาย ตัวเลขกลม ๆ แต่เรามี หมู่บ้านอยู่ ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๗๕,๐๐๐ หมู่บ้าน หมายความว่าถ้ายาเสพติดเป็นปัญหา ที่ลงไปในทุกชุมชนอย่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนรับทราบ การรายงานผลเข้ามา ยังมีน้อยอยู่ นั่นคืออะไรคะ ประชาชนไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการแจ้งเบาะแส ดังนั้น จึงอยากให้มีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยการนำเอา Blockchain เข้ามาใช้ เพื่อใช้ในการแจ้งเบาะแสให้กับภาคประชาชน และยังเป็นการคุ้มครองภาคประชาชนให้มี ความปลอดภัยสูงขึ้นด้วยค่ะ
ประการที่ ๓ เป้าหมายในการยึดทรัพย์ยาเสพติดของ ป.ป.ส. ตามประมวล กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่นี้ ตั้งเป้าไว้ว่าปี ๒๕๖๖ จะยึดได้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เชื่อไหม UN ประเมินว่าทรัพย์สินและมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเทศไทย ณ ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า ๒ ล้านล้านบาทไทย ดังนั้น เป้าที่ ป.ป.ส. ตั้ง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทอาจเป็นเป้าหมายที่ต่ำกว่าความเป็นจริงในการยึด และอายัดทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติด สุดท้ายค่ะท่านประธาน ขอ Slide แผ่นสุดท้ายเลยค่ะ ไม่ว่าเราจะมีมาตรการในการแก้ไขยาเสพติดใน ๖ มาตรการที่ครอบคลุมอย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีมาตรการเหล่านี้ แต่เราไม่มีนายกรัฐมนตรีที่ดี ไม่มีรัฐบาลที่คอยจี้และคอยติดตาม ผลงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและจริงใจ และอย่างเอาเป็นเอาตายค่ะ ต้องพูด อย่างนี้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดให้อนาคตของลูกหลานไทยคงเป็นไปได้ยาก ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน