วิทยา ตั้งคำถามอุปสรรค ป.ป.ส. พร้อมเสนอขึ้นทะเบียนผู้เสพทั่วประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

วิทยา แก้วภราดัย ตั้งคำถามถึงอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ภายหลังรายงานผลการปราบปรามยาเสพติด พร้อมเรียกร้องให้มีแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ยั่งยืน และร่วมมือกันทุกภาคส่วน โดยเน้นบทบาทของ ป.ป.ส. ในการติดตามแหล่งผลิตยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเสนอให้ขึ้นทะเบียนผู้เสพเพื่อเข้าสู่ระบบบำบัดผ่านสาธารณสุขโดยไม่ต้องจับกุม และผลักดันให้ชุมชนมีส่วนร่วม พร้อมตั้งข้อสังเกตเหตุจับยาเสพติดจำนวนมากในวันเลือกตั้ง นครศรีธรรมราช เรียกร้องให้เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลคดีอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันข้อครหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้พวกเรามีโอกาสในสภานะครับ มีโอกาสมาฟังรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งจริง ๆ พ.ร.บ. ว่าด้วยการปราบปรามยาเสพติดให้โทษมันเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ มาถึงวันนี้ ๕๐ ปีแล้ว จะโทษว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. มีผลงานน้อยก็ไม่ใช่ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ฉาย Spotlight ให้ดูแล้วว่าเราปราบปรามยาเสพติด จับคดียาเสพติดมาก มากติดอันดับโลกเลย เพราะฉะนั้น การทำงานของ ป.ป.ส. จะว่าไปด้อยเรื่องการปราบปรามจับกุมก็คงไม่ได้ ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้เรือนจำเราทั่วประเทศเกินครึ่งเป็นผู้ต้องหา เป็นผู้ต้องขังเกี่ยวกับ ยาเสพติด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของคดีอาญาที่ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งหมด การปราบปรามเราได้ผลครับ แต่ขณะเดียวกันตั้งแต่เราอภิปรายเรื่องนี้มา ผมเชื่อว่า ท่านรองเลขาธิการก็ทราบพอ ๆ กับ สส. ว่าทุกวันนี้จำนวนผู้ติดยาเสพติดระบาดไปมาก ทั่วประเทศ ยาเสพติดกลายเป็นสิ่งที่ระบาดไปทั่วทุกหมู่บ้านในชนบท กลายเป็นเรื่องใหญ่ เด็กหนุ่ม เด็กสาวในหมู่บ้านชนบทเกินครึ่งหนึ่งที่ตกเป็นภัยของยาเสพติด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมคิดว่าพวกเราอยากรู้ก็คือมันเกิดปัญหาอุปสรรคอะไรในการทำงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ระดับปฏิบัติการ ผมก็อยากรู้แต่ละคำตอบว่าเราจะช่วยกันแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นปัญหา เรื้อรังของชาติ ไม่ใช่เป็นปัญหาของใครคนใดคนหนึ่งครับ ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ใครจะมาเป็นรัฐบาล ทุกคนต้องเผชิญกับปัญหานี้แน่ แล้วไม่ใช่เพิ่งเกิดวันสองวัน มันเกิดมา เป็นสิบ ๆ ปี เราเคยตามล้างกันถึงกับตายไป ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เราจับกันมาหลายแสนคน แต่ปัญหาไม่จบ เพราะฉะนั้นในแนวนโยบายที่ท่านเขียนมาในยุทธศาสตร์ของท่านก็คือ ป้องกันและปราบปราม ผมขออนุญาตเรียนถามทางท่านรองเลขาธิการซึ่งจะเป็นผู้มาชี้แจง

ประการที่ ๑ ท่านทราบไหมว่าแหล่งผลิตยาเสพติดที่อยู่รายรอบประเทศเรา ที่เพื่อนสมาชิกกล่าวเมื่อสักครู่นี้มีทั้งหมดกี่แห่ง ผมคิดว่าเรามีหน่วยงาน ป.ป.ส. ซึ่งมี คณะกรรมการระดับนายกรัฐมนตรีเป็นประธานด้วย ข้อมูลตรงนี้ต้องมีครับ เพราะว่า เราป้องกันการนำเข้าและปราบปรามการส่งออก เรามีทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีการส่งออก ปัญหาว่าผมต้องการทราบว่าเดี๋ยวนี้แหล่งผลิตยาเสพติด เอาเรื่องง่าย ๆ ที่กระทบทุกหมู่บ้าน แหล่งผลิตยาบ้ามันมีที่ไหนบ้าง ท่านมีข้อมูลหรือยังครับ ส่วนผู้ขาย ค่อยให้ตำรวจตามหมู่บ้านไล่ก็แล้วกัน แต่ ป.ป.ส. ควรจะรู้แหล่งผลิตมีกี่แห่ง ในต่างประเทศ มีสักกี่แห่ง ในประเทศมีสักกี่แห่ง เพื่อท่านจะได้หามาตรการในการจัดการได้

ประการที่ ๒ ให้เรียนถามและต้องการคำตอบนะครับ ก็คือเวลาทำงาน ของคณะกรรมการ ของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ป.ป.ส. เรามีปัญหาอุปสรรคในเรื่องกฎหมาย อะไรบ้าง ที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะยุติการแพร่ระบาดของยาเสพติดไปสู่ลูกหลาน ในหมู่บ้านในชนบทได้ ถ้าท่านมีรบกวนท่านช่วยแจ้งกับพวกเราในสภาด้วยนะครับ เพราะหลายท่านในนี้ผมคิดว่าไม่กี่วันอาจจะขึ้นไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรี ช่วยท่านได้ครับ ก็เป็นกรรมการ คณะกรรมการในระดับชาติเขาก็ช่วยในการแก้ไขปัญหาของท่านได้

ประการที่ ๓ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะว่า ผมกำลังถามถึงผู้ผลิต ผู้ค้า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันจับกุมผู้ค้า แต่ปัญหาผู้เสพครับ ผู้เสพที่วันนี้เราถือว่าเป็นผู้ป่วย ปัญหาเราเคยคิดไหมว่าเราจะเอาผู้ป่วยเข้ากระบวนการในการรักษาโดยไม่จำเป็นต้องไป ไล่จับผู้ป่วยมาเข้าสู่กระบวนการบำบัด ผมฟังเพื่อนสมาชิกที่เคยเป็นสาธารณสุข ท่านสาธารณสุขอำเภอ รองสาธารณสุขจังหวัดมานี่ ท่านรู้ว่าการเรียกระดมพลเพื่อไปอบรม เอาทั้งคนติดยา ทั้งไม่ติดยาปน ๆ แล้วไปอบรม ปัญหาว่าทางเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คิดไหมว่า เราเปิดขึ้นทะเบียนผู้เสพติดยาเสียทีได้ไหม คือเรากันไม่ได้เลยวันนี้ ยาเสพติดลดราคาลง เรื่อย ๆ ผมเชื่อว่ายาเสพติดกับกระท่อมราคาเริ่มจะใกล้เคียงกันแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราเกิด หาทางออกโดยวิธี ผมเสนอแนะว่ารับขึ้นทะเบียนผู้ติดยาเสพติดทั้งหมดทั่วประเทศ ขึ้นทะเบียนเสร็จแล้วก็เอาทะเบียนทางท่านมอบไว้กับสาธารณสุขตำบลทุกตำบล ที่สถานีอนามัยทุกตำบล เพราะเพื่อนสมาชิกหลายคนอภิปรายบอกแล้วว่ายาบ้าเม็ดไม่เกิน ๕๐ สตางค์ แล้วถ้า ป.ป.ส. ผลิตเสียเองผมคิดว่าไม่เกินสลึงหนึ่ง ถ้าเขาเป็นผู้ป่วยจริง ตามเจตนารมณ์กฎหมายเราก็ไปรับยาแก้ป่วยที่สถานีอนามัย จะเอาวันละ ๑ เม็ด แล้วค่อย ๆ ลดปริมาณลงเรื่อย ๆ จะเอาวันละ ๒ เม็ด ลดปริมาณลงเรื่อย ๆ ตามการควบคุม ผมก็คิดว่าเราเริ่มต้นที่จะได้ผู้ป่วยที่แน่นอน ไม่ต้องเอาไปขังแล้ว ไม่ต้องไปอบรม เอาไว้ใน หมู่บ้านนั่นละให้ประชาคมเป็นคนควบคุม ถ้าได้อย่างนี้ผมก็จะเห็นว่าวันที่ผู้ติดยาเสพติด ยาบ้าอยู่ในหมู่บ้านจ่ายวันละบาทเดียวแล้วก็อยู่กับสถานีอนามัยได้ ผมคิดว่าผู้ค้ายาเสพติด ในหมู่บ้านจะหายไปนะครับ เพราะมันจะค้าแข่งกับ ป.ป.ส. ไม่ได้ เรามีเครือข่ายอนามัย ทั่วประเทศที่จะบำบัดเขา อันนี้เป็นข้อที่ผมคิดว่าฝากท่านไปหารือกันดู เมื่อเราเอาชนะมัน ไม่ได้เราก็บำบัดคนของเรา เพื่อส่งคนเหล่านั้นเข้าสู่สังคมได้

ประการสุดท้าย ผมคิดว่าผมมีข้อเรียนถามท่านนะครับ ซึ่งผมติดใจมาตั้งแต่ วันเลือกตั้งวันที่ ๑๔ พฤษภาคม เช้าตรู่ของวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ป.ป.ส. ได้บุกเข้าจับกุม ผู้ส่งออกยาเสพติดรายใหญ่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอท่าศาลา แป๊บเดียว ท่านประธานครับ ได้ยาเสพติดเป็นยาไอซ์ประมาณ ๑,๔๐๐ กิโลกรัม ได้ผู้ต้องหาไป ๙ คน จับคาเรือที่กำลังขนออกต่างประเทศ แต่คนนครศรีธรรมราชก็สงสัยครับ มันเงียบกริบ เพราะช่วงนั้นเราชุลมุนเลือกตั้งข่าวเรื่องนี้ก็ไม่ออก ขออนุญาตเรียนถามท่านรองเลขาธิการ เดี๋ยวท่านโทรศัพท์ตามให้ผมหน่อยนะครับ ยาเสพติดที่จับกันในเช้าตรู่วันเลือกตั้ง ที่นครศรีธรรมราชได้ผู้ต้องหาไป ๙ คน ขยายผลไปถึงไหน อย่าให้คนที่นครศรีธรรมราช รู้สึกว่ามันหายไปพร้อมกับการซื้อขายเสียงในการเลือกตั้ง ฝากท่านช่วยรายงานต่อสภา วันนี้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ