สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

สิริลภัส กองตระการ อภิปรายเรื่องการเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยเหตุการณ์โกดังพลุระเบิดที่จังหวัดนราธิวาส โดยชื่นชมการทำงานของกรมสุขภาพจิตที่จัดส่งทีมช่วยเหลือ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ภาครัฐผลักดันวาระสุขภาพจิตให้เป็นวาระสำคัญ โดยเน้นย้ำว่าทรัพยากรบุคลากรด้านจิตเวชไม่เพียงพอ และขาดการทำงานบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง จากพรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้อยากจะมาอภิปรายประเด็นเรื่องของการเยียวยา สภาพจิตใจกรณีผู้ประสบภัยเหตุการณ์โกดังพลุระเบิดจากมูโนะ จังหวัดนราธิวาส ขอ Slide ขึ้นด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ทำการเปิด Presentation)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ องค์กรอาจจะยังมองข้ามอยู่จากครั้งที่แล้วกรณีสะพานถล่ม ดิฉันได้อภิปรายไปแล้วแบบแตะ ๆ ประเด็น แต่ว่ายังไม่ได้ลงลึก ครั้งนี้จะขอเวลา ในการอภิปรายแบบลงลึกในเรื่องของการเยียวยาสภาพจิตใจ ก่อนอื่นเลยต้องขอชื่นชม การทำงานของกรมสุขภาพจิตที่ได้จัดส่งทีมช่วยเหลือ เยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤติ หรือว่าทีม MCATT ลงมาประเมินสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยโดยเร็วนะคะ ซึ่งการประเมิน ครั้งนี้มันมีเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็มีกลไกหลาย ๆ อย่างที่จะต้องใช้ประเมิน แล้วก็ใช้เกณฑ์ ชี้วัดว่าผู้ประสบภัยในแต่ละท่านเข้าข่ายหรือเข้าภาวะใดบ้างนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การประเมิน เวชระเบียนเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตจากการกระทำของมนุษย์ แบบประเมินผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ๑๐ ข้อ แบบประเมิน ความคิด ความรู้สึก พฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ประสบภาวะวิกฤติหลังได้รับผลกระทบ หรือว่า PTSD Screening Test นะคะ ประเด็นที่อยากจะอภิปรายคือเรื่องแบบนี้เป็นการทำงาน ที่หนัก แล้วก็ต้องใช้เวลาในการประเมินอย่างติดต่อเพื่อที่จะดูว่าเราจะสามารถรักษา ติดตาม แล้วก็ส่งคนคนนั้นให้กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมได้หรือไม่ ปัญหาอยู่ตรงนี้ค่ะท่านประธานคะ ทรัพยากรบุคลากรตอนนี้ของเราไม่เพียงพอนะคะ ข้อมูลที่ดิฉันได้รับมาอัตราส่วนจิตแพทย์ แล้วก็นักจิตวิทยาของเราที่ประเทศไทยตอนนี้มีอยู่เพียงแค่ ๐.๔ และ ๐.๓ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ในขณะที่อันดับ ๑ อยู่ที่ ๑.๗ และ ๑.๔ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน Slide ถัดไป เรามาดูข้อมูลเชิงพื้นที่บ้างนะคะ ข้อมูลจากทรัพยากรสาธารณสุขด้านจิตเวช ปี ๒๕๖๔ ในจังหวัดนราธิวาสมีทีมจิตแพทย์จังหวัดทั้งหมด ๕ คน และนักจิตวิทยาทั้งหมด ๒๑ คน คำถามที่อยากจะถามก็คือในสถานการณ์แบบนี้รวมไปถึงสถานการณ์โกดังพลุระเบิด แบบนี้ จิตแพทย์และนักจิตวิทยาเพียงพอที่จะบำบัด แล้วก็เยียวยาผู้ประสบภัยเหล่านี้หรือไม่ นะคะ Slide ถัดไปค่ะ งานที่ต้องทำมีเยอะ คนมีน้อย ทรัพยากรไม่เพียงพอ ข้อมูลนี้อ้างอิง จากแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ตัวบุคลากรสุขภาพจิตเองก็ยังวิเคราะห์ว่า องค์กรของตนเองมีจุดอ่อนหลายประเด็น ทั้งการไม่ให้ความสำคัญประเด็นสุขภาพจิตเป็น วาระสำคัญ ขาดบุคลากรทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักจิตวิทยาชุมชน พยาบาลจิตเวช หรือบุคลากรด่านหน้าต่าง ๆ ที่จะทำการบำบัด เยียวยาเรื่องของสุขภาพใจ บริบทของ จังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นเดียวกัน การเข้าถึง การบำบัด การรักษา หรือว่าการที่จะมีการ ทำงานเชื่อมต่อกับผู้นำทางศาสนาผู้นำทางความคิด หรือผู้นำในชุมชนก็ยังไม่ได้มีการทำงาน ร่วมกันแบบบูรณาการเราจะทราบได้อย่างไรว่าคนคนหนึ่งที่มีบาดแผลทางจิตใจจะสามารถ บำบัด เยียวยาและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนเดิม ข้อเสนอแนะที่ดิฉันอยากจะใช้ พื้นที่ในการที่จะทำให้วาระนี้เป็นวาระสำคัญ และถูกผลักดันขึ้นไปนะคะ มีระยะสั้น ระยะกลาง แล้วก็ระยะยาวค่ะ

ระยะสั้น ก็คือในเชิงพื้นที่ที่เกิดเหตุนะคะเราควรทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิตกับผู้นำทางศาสนา หรือว่าผู้นำความคิด ในชุมชนนะคะ ถึงเวลาแล้วค่ะตอนนี้ต้องประสานการทำงานร่วมกันเพื่อเยียวยาจิตใจ ผู้ประสบภัยที่เกิดจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

ในระยะกลาง เราควรมีแผนแล้วก็มาตรการรองรับกรณีฉุกเฉินแบบนี้ ทั้งภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ และภัยพิบัติที่เกิดจากการกรทำของมนุษย์ และเราต้อง เพิ่มกำลังคน แล้วก็อาสาสมัครโดยมีการจัดอบรมฝึกให้ชัดเจนนะคะ และในระยะยาวค่ะ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่วาระนี้ควรจะต้องเข้าสู่วาระสำคัญระดับประเทศ เพราะอะไรรู้ไหมคะ บาดแผลทางใจค่ะ อะไรก็ซื้อกลับมาไม่ได้ บาดแผลทางกายบางทียัง รักษาหายได้ แต่บาดแผลทางใจไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเมื่อมันเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วมันจะติด กับเรา อยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน อยากฝากท่านประธานค่ะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงมาดูและช่วยเหลือในด้านนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ