พูนศักดิ์ จันทร์จำปี หารือปัญหาอุบัติเหตุจากพลุและดอกไม้เพลิง พร้อมเสนอทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 7 ฉบับ เพื่อเพิ่มมาตรการควบคุม โดยเฉพาะในโรงงานขนาดเล็กที่ยังขาดการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม เน้นย้ำความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การตรวจสอบด้วยระบบดิจิทัล รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการต่ออายุใบอนุญาตอุตสาหกรรมอย่างโปร่งใส
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสียทุกท่าน เหตุการณ์เหล่านี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นนะครับ ผมหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเหตุการณ์สุดท้าย ถึงแม้ว่า เราจะมีกฎหมายมากมายอยู่ในมือ ขอ Slide ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ซึ่งกฎหมายที่เราถืออยู่ในมือ ตอนนี้มีทั้งหมด ๗ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับตัวพลุและดอกไม้เพลิง
อันดับแรก เรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ควบคุมยุทธภัณฑ์ ซึ่งกระทรวงกลาโหมควบคุม กำกับดูแลอยู่
อันดับที่ ๒ พ.ร.บ. เรื่องอาวุธปืน วัตถุระเบิดและดอกไม้เพลิง อันนี้หน่วยงาน ปกครองเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องเกี่ยวกับการนำเข้า จัดเก็บ หรือว่าการค้าดอกไม้เพลิง
อันดับที่ ๓ พ.ร.บ. โรงงาน ซึ่ง พ.ร.บ. โรงงานได้มีการระบุไว้ว่า โรงงาน ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตวัตถุระเบิด ไม้ขีดไฟ หรือว่าดอกไม้ไฟ จัดเป็นโรงงาน ประเภทที่ ๔๘ (๔) แต่เป็นที่น่าสังเกตนิดหนึ่งว่าตาม พ.ร.บ. โรงงานแล้วโรงงานมีนิยามว่า ท่านต้องมีเครื่องจักร ๕๐ แรงม้าขึ้นไป หรือมีคนงาน ๕๐ คนขึ้นไป แต่ถ้าในกรณีที่ไม่ถือว่า เป็นนิยามว่าโรงงานยังไม่มีกฎหมายใด ๆ มีการพูดถึงไว้ว่าถ้าหากท่านเป็นโรงงานขนาดเล็ก ท่านต้องดำเนินการขออนุญาตในการผลิต ขอ Slide ถัดไปครับ
- ๑ ๕ ๑ /๑
อันดับที่ ๔ เรามี พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ซึ่งประกาศไว้ว่า การที่ท่านจะ ครอบครอง จัดเก็บ หรือว่าขนส่งท่านต้องดำเนินการขออนุญาต ซึ่งตัวดอกไม้เพลิงตัวนี้ มีองค์ประกอบของแบเรียมไนเตรต ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสีเขียวในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งตัวนี้จัดว่าเป็นสารอันตรายลำดับที่ ๒๕๕ ในบัญชีรายชื่อของสารเคมีอันตราย ลำดับ ถัดมานะครับ
อันดับที่ ๕ พ.ร.บ. สาธารณสุข ซึ่งจะประกาศเรื่องเกี่ยวกับกฎกระทรวง เรื่องการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ลำดับที่ ๑๓ (๖) ซึ่งพูดถึงเรื่องการเป็น โกดังเก็บสินค้าหรือว่าสารเคมีอันตราย
อันดับดับที่ ๖ จะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. อาคารในกรณีที่ท่านต้องการ ขออนุญาตในการก่อสร้าง
อันดับที่ ๗ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ในสถานประกอบการ ท่านจะเห็นได้ว่าเรามีกฎหมายมากมาย อยู่ในมือเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ถ้าผมย้อนกลับไปวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุการณ์ โรงงานผลิตพลุระเบิดที่ตำบลบ้านเกาะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุการณ์ครั้งนั้น ก็คร่าชีวิตผู้คนไป ๑๐ กว่ารายเหมือนกัน จนเป็นที่มาที่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรชุดนั้น ก็ได้มีการร่วมกันบูรณาการระหว่าง ๕ กระทรวงตามที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ออกเป็นกฎหมายมาควบคุมในการจัดเก็บ การขนส่งต่าง ๆ แต่ ๑๙ ปีถัดมาเราก็เจอปัญหา เดิมอีกครั้งหนึ่งที่นราธิวาส ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จะมีที่ดอยสะเก็ด ที่ลำพูน ปีนี้ที่แน่ ๆ ผ่านมาครึ่งปีเจอมาแล้ว ๓ อย่าง ปัญหาที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานในวันนี้ก็คือว่า การบังคับใช้กฎหมายนี้เป็นกรณี Classic ของประเทศไทยเราเลยนะครับ แต่การแก้ไข เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งที่ยากมากที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรามีระบบ อุปถัมภ์ ซึ่งระบบนี้จะเป็นระบบที่คอยกีดขวางการทำงานองคาพยพต่าง ๆ ของการบังคับใช้ กฎหมาย ถ้าไม่มีการแก้ระบบอุปถัมภ์การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพจะไม่เกิดขึ้น เลยในบ้านนี้เมืองนี้
ประเด็นถัดมา เรื่องการขาดการติดตามการตรวจสอบหลังจากการ ขออนุญาตนะครับ เรื่องของการ Testability ในกรณีที่ท่านจะต้องนำเข้า ขนส่ง แล้วก็จัดเก็บ ตัวพลุนะครับ อย่างที่ท่าน สส. ท่านอื่นได้อภิปรายไปเราควรจะต้องนำระบบ IT ระบบในการตรวจสอบเข้ามาจัดการในการควบคุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อจะให้ รู้ว่าท่านจัดเก็บปริมาณเท่าไรนะครับ
ประเด็นที่ ๒ นอกจากประเด็นกฎหมายแล้วก็คือประเด็นเรื่องของสิทธิ ของประชาชนนะครับ ประชาชนควรต้องรู้ถึงอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ปกติตอนนี้ หน่วยงานรัฐจะเก็บข้อมูลเข้าไปในลิ้นชัก รู้กันระหว่าง ๒ คน ระหว่างผู้ขออนุญาต และหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการออกใบอนุญาตนะครับ สิทธิของประชาชนท่านจะต้องมีสิทธิ ที่จะรู้ว่าที่ตั้งของท่านมีความเสี่ยงอะไรที่จะเกิดขึ้นบ้าง หรือการต่ออายุใบอนุญาตนะครับ ประชาชนท่านต้องมีสิทธิที่จะเข้าไปร่วมทำการตรวจสอบในการต่ออายุใบอนุญาตรายปี ร่วมกับหน่วยงานรัฐด้วยเช่นกัน
อันดับสุดท้ายที่ผมค่อนข้างห่วงกังวลมากที่สุดนะครับ วันนี้ทางกรมควบคุม มลพิษก็ได้ดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็มีการแจ้งว่าน้ำในรัศมี ๒๐๐ เมตร ห้ามใช้ในการ อุปโภคบริโภค เนื่องมาจากอะไรครับ เนื่องมาจากว่าสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบนั้น มีองค์ประกอบของโลหะหนัก ได้แก่ แบเรียมไนเตรต ซึ่งแบเรียมไนเตรตมันจะเกิดผลทำให้ เกิดการไหลเวียนของโลหิตล้มเหลว ความดันเลือดสูง อาจหมดสติ หรือกล้ามเนื้อเกร็งได้ ดังนั้นท่านต้องรีบดำเนินการตรวจสอบการปนเปื้อนโดยเร็ว นอกจากการปนเปื้อนที่แหล่งน้ำ แล้วการปนเปื้อนที่ผิวดินเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะบริเวณนั้นใกล้กับแหล่งน้ำ และในช่วงฤดู มรสุมการพัดพาของน้ำฝนจะทำให้การกระจายตัวของโลหะหนักพวกนี้แพร่กระจายไป ผม ยังอยากแนะนำว่าควรที่จะทำการตรวจสอบการปนเปื้อนมลพิษที่ผิวดินประกอบไปด้วย แล้ว หลังจากนั้นเราถึงจะรู้ว่าการปนเปื้อนมันซึมลึกขนาดไหน แล้วหลังจากนั้นเราถึงทำการฟื้นฟู แล้วก็บำบัดนะครับ ผมหวังว่าเหตุการณ์นี้คงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นกับประชาชนของประเทศไทยนะครับ ถ้าหากเราทุกคนมีหน้าที่ทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ตัดระบบอุปถัมภ์ออก เอากฎหมายให้มีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียม สร้างระบบร่วมกันในการ ตรวจสอบ และสุดท้ายต้องเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน