สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องการสนับสนุน พ.ร.ก. การแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๖๖ และเรียกร้องการแก้ไขข้อกังขาเกี่ยวกับความโปร่งใสของรัฐบาลไทย โดยระบุว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้มีหลากหลายความคิดเห็นอย่างเพียงพอ แต่ไม่แน่ใจว่าผู้ประกอบการไทยพร้อมที่จะปฏิบัติตามกรอบข้อตกลงนี้ หรือไม่พร้อมแต่จำเป็นต้องไปแข่ง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับแรกผมขออนุญาตที่จะได้กำหนดกรอบ ชี้เป้า แล้วก็ปักธงการอภิปรายของผมเสียก่อน ว่าจะเป็นการอภิปรายเพื่อสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ก็คือ พ.ร.ก. การแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๖๖ ขออนุญาต ขอ Slide ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานที่เคารพครับ ๘-๙ ปีที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับนะครับว่าเรื่องของจุดยืนท่าทีความโปร่งใสของรัฐบาลไทย มีข้อกังขา มีข้อคำถามต่อเวทีการค้าการขายระหว่างประเทศ ๘-๙ ปีที่ผ่านมานั้นเรื่องของ การสร้างความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ การยอมรับถือเป็นจุดบอดแล้วก็เป็นหลุมดำของ รัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าจะมีช่องทางใดหรือเครื่องมือใดที่จะนำพา ธุรกิจไทย ผู้ประกอบการไทยกลับไปยืนบนเวทีการค้าการขายโลกอย่างภาคภูมิใจเป็นสิ่งที่ เราต้องทำ และต้องทำอย่างเร่งด่วนด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าผมจะเห็นด้วยตาม หลักการ และแนวคิดของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่ผมอดไม่ได้ที่จะต้องมีการตั้งข้อสังเกต สัก ๔ ข้อสังเกต แล้วก็มี ๒ ข้อห่วงใยผ่านประกอบไปยัง ๔ คำถามดังนี้ครับ

ข้อสังเกตประการที่ ๑ พ.ร.ก. นี้เป็นข้อตกลงว่าจะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง ไทยกับ OECD และ G20 เพื่อให้ไทยนั้นสามารถค้าขายกับประเทศในกลุ่ม OECD ต่อได้ โดยไม่มีการกีดกันทางการค้า ผมจึงกราบเรียนว่านี่จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ข้อสังเกตประการที่ ๒ วัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.ก. ฉบับนี้คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การทำธุรกรรมทางการเงินและการค้าของประชาชนในประเทศภาคี ไม่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ข้อสังเกตประการที่ ๓ ผมมีตัวอย่างกรณีของการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ ยกตัวอย่างเช่นกรณีมีประชาชนของประเทศสมาชิก เช่นมีชาวยุโรป หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมในประเทศของตัวเอง โดยมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานเป็นที่ทำการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยต้องส่งข้อมูลนี้กลับไปยังประเทศต้นทางให้รับทราบ กรณีที่เกิด การร้องขอ

ข้อสังเกตประการที่ ๔ สาเหตุที่เราต้องเร่งออกเป็น พ.ร.ก. ผมเข้าใจ ความสำคัญจำเป็นเร่งด่วนและเข้าใจถึงความสำคัญของปัญหา ท่านประธานครับ เพราะมี ความจำเป็นเร่งด่วนในช่วงเวลาของการเจรจาทางการค้ากับชาติ OECD ที่กำหนด ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกันยายน ๒๕๖๖ นั่นหมายความว่าเราเหลือเวลาไม่ถึง ๒ เดือนนะครับ ผมจึงกราบเรียนครับว่าถ้าจะมีช่องทางหรือมีกระบวนการใดที่จะนำพาผู้ประกอบการไทย กลับไปสู่เวทีการค้าโลกอย่างภาคภูมิ อย่างเชื่อมั่นเราต้องรีบทำ ผมมี ๒ ข้อห่วงใย ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้มีความสำคัญครับ เนื่องจากว่าหากเราไม่ปฏิบัติตามจะส่ง ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ข้อห่วงใยประการที่ ๑ กรณีที่เราไม่ปฏิบัติตาม ประเทศไทยอาจจะถูกจัด อยู่ใน EU Blacklist หรือถูกจัดอยู่ใน G20 Blacklist ซึ่งที่สุดก็จะส่งผลต่อการลงทุนในไทย ของธุรกิจประเทศสมาชิกภาคี

ข้อห่วงใยประการที่ ๒ กลุ่ม EU นั้นอาจจะใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษี กับผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าหรือทำธุรกรรมกับประเทศสมาชิกภาคี เช่นการขึ้นอัตราภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับสินค้าส่งออกจากไทย รวมถึงการนำรายได้ของบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ ในประเทศไทยไปรวมกับรายได้ของบริษัทแม่ใน EU ที่ส่งผลให้เกิดการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน ซึ่งข้อหลังนี้จะทำให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานผลิตออกจากประเทศไทย ซึ่งที่สุดเราก็จะได้รับ ผลกระทบ ผมมีคำถาม ๔ คำถามด้วยความห่วงใยนะครับ

คำถามที่ ๑ พ.ร.ก. ฉบับนี้จะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการปฏิบัติตาม ข้อตกลงกับการปกป้องข้อมูลทางธุรกิจในประเทศได้อย่างไร ผมไปดูทั้ง ๓๒ มาตรา ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นมีมาตราใดที่มีการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล

คำถามที่ ๒ หากเกิดการรั่วไหลของข้อมูล พ.ร.ก. ฉบับนี้จะรับผิดชอบ จะพิทักษ์สิทธิของผู้ประกอบการ หรือเจ้าของข้อมูลอย่างไร ผมเกรงว่าถ้าเราเดินตาม พ.ร.ก. นี้แบบไม่ดูตาม้าตาเรืออาจจะกลายเป็นกระบวนการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน หรือไม่

คำถามที่ ๓ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นในทางกว้างที่ครอบคลุม หลากหลายเพียงพอหรือไม่ วันนี้ท่านได้ตรวจสอบ ตรวจทาน ตรวจเช็กหรือยังว่า ผู้ประกอบการไทยพร้อมแค่ไหนที่จะปฏิบัติตามกรอบข้อตกลงนี้ ผมไม่อยากให้เป็นลักษณะ ที่เราไม่พร้อมแต่เราจำเป็นต้องไปแข่ง สภาพเหมือนกับเอาเรือไทย ๒๐ ฝีพายไปแข่งกับ Speed Boat สากล ซึ่งที่สุดเราก็ได้รับผลกระทบ

คำถามข้อที่ ๔ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้เปิดกว้างให้สามารถรับฟังและรับ กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างไร

กล่าวโดยสรุปครับท่านประธาน ผมเห็นชอบในหลักการของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่ขอฝากข้อสังเกตและข้อห่วงใยไว้ ณ สภาแห่งนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ