ศิริกัญญา สนับสนุน พ.ร.ก. แลกข้อมูลภาษี ย้ำความโปร่งใส-เร่งป้องกันการหลีกเลี่ยง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ศิริกัญญา ตันสกุล อภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก. ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีข้ามชาติ โดยเน้นความจำเป็นเร่งด่วนตามข้อตกลงกับ OECD และเรียกร้องความโปร่งใส พร้อมชี้ให้เห็นประโยชน์ของระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติในการต่อต้านการซ่อนสินทรัพย์และช่องโหว่ต่าง ๆ เช่น บริษัทเปลือกหรือสัญชาติทอง รวมถึงสอบถามความพร้อมของประเทศไทยในด้านกฎหมาย สถาบันการเงิน และการดำเนินการตามกรอบ BEPS 2.0 โดยเฉพาะ Pillar 2 ที่กำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำร้อยละ 15 เปรียบเทียบกับความคืบหน้าของประเทศเช่นสิงคโปร์

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะขออภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วมีความจำเป็นทุกประการที่จำเป็นที่ต้อง ออกเป็นพระราชกำหนดค่ะ อันเนื่องมาจากว่าตัวร่างพระราชบัญญัติที่ได้เข้าสู่สภาแห่งนี้ ไปเมื่อสมัยที่แล้วนั้น พิจารณาแล้วเสร็จในชั้นกรรมาธิการ แต่ยังไม่มีโอกาสได้พิจารณา ในวาระที่สอง วาระที่สาม และมีเงื่อนเวลาที่เราได้ทำความตกลงไว้กับทาง OECD ว่า จำเป็นที่จะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันภายในเดือนกันยายนของปี ๒๕๖๖ ดังนั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้ จึงมีความจำเป็นจะต้องออกเป็นพระราชกำหนด ไม่เหมือนกับ พ.ร.ก. ฉบับของการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีการลักไก่ออกเป็น พ.ร.ก. ในช่วงที่เรา ยังไม่ได้ยุบสภาด้วยซ้ำไป และไม่ได้มีการนำมาพิจารณาในสภาเป็นโอกาสแรกตามที่กำหนดไว้ ตามรัฐธรรมนูญค่ะ

สำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็มีวัตถุประสงค์หลักในการที่จะช่วยในการที่มี ผู้เสียภาษีที่อยากจะหลบเลี่ยง หลีกเลี่ยงการเสียภาษี แล้วก็นำทรัพย์สินของตัวเอง โดยเฉพาะสินทรัพย์ทางการเงินไปฝากไว้ในรูปแบบต่าง ๆ ในต่างประเทศ เราก็ทราบกันดีว่า รัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกมีความต้องการที่จะหารายได้ภาษีเพิ่มเติมโดยเฉพาะหลังจากที่เรา เพิ่งผ่านในช่วงวิกฤติ COVID-19 แล้วรัฐบาลต่าง ๆ ก็ได้มีการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ในการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ จริง ๆ แล้วตัวพหุภาคีนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ก่อน COVID-19 ด้วยซ้ำ ไป แต่ว่ายิ่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลัง COVID-19 นี้เป็นต้นมา และดิฉันเองก็ ให้ความเห็นชอบตั้งแต่เข้ามาในรัฐสภาตอนที่เราจะลงนามพหุภาคี แล้วก็รวมถึงวาระที่หนึ่ง ของตัวร่าง พ.ร.บ. การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็จะเห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่อยากจะตั้งคำถามในระยะต่อมาก็คงจะเป็นในเรื่องต่าง ๆ ที่อยากจะทราบความคืบหน้ามากกว่า แต่ว่าก่อนที่จะไปถึงคำถามอยากที่จะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดประชุมสภาอยู่ในตอนนี้ว่า ตัวการของการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติฉบับนี้มันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ขอ Slide ด้วยค่ะ จริง ๆ แล้วการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติมีการทำมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งในเรื่องที่เป็น การแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยมีการร้องขอจากประเทศต่าง ๆ หรือว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยน ข้อมูลอัตโนมัติ อย่างน้อย ๆ ก็คือช่วงปี ๒๐๑๙ เป็นต้นมา ตอนนี้ ณ วันนี้ ณ เดือน พฤษภาคม ๒๕๖๖ ก็มี ๑๒๐ ประเทศทั่วโลกแล้วที่เข้าร่วมภาคีการแลกเปลี่ยนข้อมูล อัตโนมัติครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงประเทศที่ถือว่าเป็น Tax haven หรือว่าประเทศที่มักถูกใช้ เป็นแหล่งหลีกเลี่ยง หลบเลี่ยงภาษี อย่างเช่น บริติชเวอร์จินไอส์แลนด์ เคย์แมนไอส์แลนด์ เบอร์มิวดา เนเธอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งสิงคโปร์ ก็เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ นี้แล้ว ทำให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลมากถึง ๑๑๐ ล้านบัญชีด้วยกัน และครอบคลุมสินทรัพย์ สูงถึง ๔๐๐ ล้านล้านบาท หรือประมาณ ๑๑ ล้านล้านยูโร ที่เราเห็นเป็น Impact ที่สำคัญว่า ประเทศต่าง ๆ ที่ใช้ข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนนี้สามารถสร้างรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น ทั้งในรูปแบบของภาษี ทั้งในรูปแบบของดอกเบี้ย แล้วก็ค่าปรับ ได้สูงถึง ๔.๓ ล้านล้านบาท ทั่วโลกรวมกัน ถ้าดูเฉพาะที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาเราสามารถที่จะนำเงินภาษีกลับคืน มาได้จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลการเงินครั้งนี้สูงถึง ๑.๑ ล้านล้านบาท แล้วก็ยังมี ๔๐ ประเทศที่นำข้อมูลที่ได้มานี้นำไปใช้ในการจัดการในการต่อต้านการฟอกเงิน ต่อต้าน การคอร์รัปชัน แล้วก็สืบสวนในเรื่องของการรับสินบนด้วยเช่นเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นที่น่ายินดี ที่สุดท้ายประเทศไทยจะได้มีการนำมาปฏิบัติใช้เสียที แล้วก็ได้มีการเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อย่างไรก็ตามเราทราบดีว่าตัว CRS เรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติที่มีการทำ Common Reporting Standard นี้ยังคงมีช่องโหว่อยู่หลายประการจากการศึกษาที่ผ่านมา ว่าก็ยังมีผู้ที่มีความมั่งคั่งยังพยายามที่จะหลบเลี่ยง หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีต่าง ๆ ไม่ว่าจะในรูปแบบของการขอ Passport ทอง หรือว่า Golden Passport เพื่อที่จะหลีกเลี่ยง ตัวตนว่าตัวเองเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีอยู่ที่ประเทศใดกันแน่ มีการตั้ง Shell Company หรือว่าบริษัทที่ถูกตั้งมาเพื่อที่จะใช้ในการลักลอบสินทรัพย์ต่าง ๆ ออกจากประเทศตัวเองไป ไว้อยู่อีกที่หนึ่งแล้วก็ปกปิดตัวตนต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่ มีการเอาทรัพย์สินไปเก็บในรูปแบบอื่น ๆ ที่เราไม่สามารถที่จะใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูล ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้ อย่างเช่น สินทรัพย์ที่ไม่ใช่การเงินต่าง ๆ อย่างเช่น ที่ดิน หรือว่าเพชร ทองอะไรต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะตามตัวเจอได้เช่นเดียวกันนะคะ หรือแม้กระทั่งเอาไปใช้ ในประเทศที่ยังไม่ได้เข้าร่วม CRS นะคะ เพราะไม่ได้เข้าร่วมระบบของการแลกเปลี่ยนข้อมูล อัตโนมัติ มันก็ยังดีอยู่นะคะนอกเหนือจาก ๑๒๐ ประเทศ

ขอหน้าถัดไปค่ะ หน้าถัดไปนะคะจุดเขียว ๆ นี่คือประเทศที่เข้าร่วมภาคี การแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ ลงนามเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะเห็นจุดส้มก็คือประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งก็คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกก็มีการพูดถึงข้อกังวลในจุดนี้ว่าถึงแม้จะ เข้าร่วม CRS แล้ว แต่ว่าอเมริกานี่ยังไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งก็อาจจะเป็นแหล่งที่ Chip สินทรัพย์ ไปไว้ที่นั่นได้โดยที่ก็จะไม่สามารถที่จะล่วงรู้จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติได้ แต่ประเทศไทย เราได้เข้าร่วม FATCA หรือว่าเป็นกฎหมายที่เราทำกับทางสหรัฐอเมริกาทำความตกลงที่จะ แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันนะคะ ดังนั้นถ้ามีชาวไทยที่นำสินทรัพย์ไปไว้ที่อเมริกา เราก็สามารถที่จะตามเจอได้เช่นเดียวกันนะคะ ก็จะเป็นกรณีที่ยังสามารถที่จะได้รับ ประโยชน์จากการได้มีข้อมูลอัตโนมัติอยู่ค่ะ ดังนั้นนี่จะมี ๓ เรื่องด้วยกันค่ะที่อยากจะ สอบถามผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีและผู้ชี้แจงนะคะ

คำถามแรกค่ะ หน้าต่อไปค่ะ ความพร้อมที่เราจะเริ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูล อัตโนมัติ ข้อมูลการเงินเหล่านี้กับประเทศอื่น ๆ นะคะ เพราะว่านับจากวันนี้ก็คือเหลือเวลา อีกแค่ไม่ถึงเดือนแล้ว ก็จะเริ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลครั้งแรกในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ ว่ามีความพร้อมอย่างไรบ้าง สถาบันการเงินที่มีความพร้อมคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากสถาบัน การเงินทั้งหมด กฎหมายลูกทั้ง ๓ ฉบับ ที่จะต้องออกตามกฎหมาย ตาม พ.ร.ก. ได้มี การออกแล้ว เรียบร้อยแล้วหรือยังนะคะ

ข้อที่ ๒ แผนงานที่เราจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางการเงินเหล่านี้ เพื่อจัดการกับการหลบเลี่ยง หลีกเลี่ยงภาษีตลอดไปจนถึงการต่อต้านคอร์รัปชันว่ามีแผนงาน อย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างอย่างที่ IRAS ของประเทศสิงคโปร์มีการใช้ข้อมูลเหล่านี้ ในการต่อต้านการโกงภาษี VAT ก็คือการขอคืนภาษีจากสินค้าส่งออกต่าง ๆ ก็มีการนำมาใช้ แล้วก็ได้ประโยชน์มากเช่นเดียวกันนะคะ

ประเด็นสุดท้าย คือเรื่องของความคืบหน้าในการจัดเตรียมความร่วมมือ ในการป้องกันการกร่อนฐานภาษีและการโยกย้ายกำไรหรือว่า BEPS 2.0 นะคะ ซึ่งน่าจะเป็น ภาคต่อของ MCAA CRS เช่นเดียวกันว่า ถ้าเราจำเป็นที่จะต้อง Implement Pillar 2 ที่กำหนดให้มีการเก็บภาษีขั้นต่ำหรือว่า Global Minimum Tax rate ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทั่วโลกนี่เราพร้อมแล้วหรือยังสำหรับที่จะทำ ณ จุดนี้ และความคืบหน้าของ OECD เป็นอย่างไรค่ะ ก็มีเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ