ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อซักถามและแสดงความกังวลต่อการออกพระราชกำหนดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยเฉพาะในประเด็นความล่าช้าในการส่งร่าง พ.ร.ก. มาให้สภาวิเคราะห์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อาจกระทบต่อความชอบธรรมของรัฐสภา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลและความรับผิดชอบอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันการละเมิดรัฐธรรมนูญและเร่งรัดมาตรการคุ้มครองเด็กจากภัยคุกคามในโลกออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ ไม่รู้ว่าเหลือประเด็นอะไรที่แตกต่างที่ให้ผมในฐานะคนสุดท้าย จะพูดบ้าง แต่ผมเตรียมทั้งหมดมา ๑๑ ประเด็น แต่เอาแค่ ๓ ประเด็นพอ ท่านประธานครับ ใน ๓ ประเด็นที่ผมคิดว่ามีเหตุจำเป็นจะต้องสอบถามในกรณีของการออกพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ นั้น แน่นอน อาจจะมีความคล้ายคลึงกับที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งคำถาม แต่ผมคิดว่ามีรายละเอียดที่แตกต่าง และมีความจำเป็นที่ท่านผู้ชี้แจงไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือว่า ตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ จำเป็นต้องตอบต่อสภาแห่งนี้ครับ ไม่เช่นนั้นการลงมติของสภา แห่งนี้ก็ไม่สามารถที่จะลงมติรับ พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวได้
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.ก. นั้นมีหลักการอยู่ชัดเจนครับ อยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ผมไม่พูดถึงวรรคหนึ่งและวรรคสองที่พูดถึงเหตุจำเป็นในกรณีการออก พ.ร.ก. ซึ่งผมคิดว่า ในกรณีนี้มีเหตุจำเป็นที่เร่งด่วนที่จำเป็นต้องออก แต่ในกรณีของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคสามบอกแบบนี้ครับว่า หากในกรณีที่อยู่นอกสมัยประชุม และการรอเปิดสมัยประชุม สามัญจะเป็นการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. แน่นอนครับเพื่อนสมาชิกเราตั้งคำถามว่าในเมื่อวันนี้ การออก พ.ร.ก. ถึงแม้ท่านไม่ได้ลงรายละเอียดวันเวลาต่าง ๆ แต่ผมไปดูมาแล้วครับ พระราชกำหนดฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๖ ซึ่งตรงกับ วันพฤหัสบดี แต่การยุบสภาเกิดขึ้นในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ ซึ่งตรงกับวันจันทร์ และเอาเข้าจริง ๆ แล้วสภายังไม่ได้หมดวาระในวันจันทร์ที่ ๒๐ มีนาคม แต่สภาจะหมดวาระ ในวันที่ ๒๓ มีนาคม ฉะนั้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตกลงคณะรัฐมนตรีได้ส่งร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้มาที่สภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ มีอีก ๔ วันเต็ม ๆ เรากำลังบอกว่าจะป้องกัน จะส่งเสริมอาชญากรรมทางเทคโนโลยีใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แต่ท่านเดินจดหมายทางเทคโนโลยีจากทำเนียบมา ครม. นี่ มันต้องใช้เวลามากกว่า ๑ วันหรือครับ ฉะนั้นกรณีวันที่ ๑๗ มันต้องมาถึงสภาวันที่ ๑๘ มีนาคมแล้วครับ และสภายังมีความชอบธรรมที่จะบรรจุวาระเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เอาวันที่ ๒๐ มีนาคมนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาตอนเย็นก็ได้ แต่ทำไมท่านถึงไม่ส่ง ในขณะเดียวกันครับ ผ่านมีนาคม ผ่านการเลือกตั้งไม่ว่ากันครับ เรามีการประชุม สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในวันที่ ๔ กรกฎาคม เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ ครม. ส่ง พ.ร.ก. ฉบับนี้มาวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ ก็เมื่อวันที่ ๔ สภาเปิดแล้ว ถ้าท่านบอก รอบโน้นไม่ได้ส่งทำไมวันที่ ๔ ท่านไม่ส่งมาครับ ถ้าหากส่งมาตั้งแต่วันที่ ๔ ก็มีการประชุม เมื่อวันที่ ๗ วันที่ ๘ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ ประธานรัฐสภา ก็เกิดขึ้นได้ ท่านรออะไรจนถึงวันที่ ๑๔ ฉะนั้นนี่ต้องเป็นรายละเอียดความชัดเจนครับ เป็นการผูกพันธะสัญญาว่าเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนบัญญัติไว้ เมื่อ ครม. ออก พ.ร.ก. โดยอ้างเหตุจำเป็นต่าง ๆ คำว่า ส่งมาโดยไม่ชักช้า มาถึงสภา ไม่ว่า ครม. ชุดใหม่ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีมันต้องเกิดขึ้นโดยทันที ฉะนั้นท่านต้อง ถอดบทเรียนให้เราว่าเกิดอะไรขึ้นในการส่ง พ.ร.ก. ฉบับนี้ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ แน่นอนครับผมพยายามอ่านนิยามคำว่า อาชญากรรมทางเทคโนโลยีนั้นคืออะไร มีความเข้าใจกันดีครับว่าเราพูดถึงบัญชีม้า เพื่อนสมาชิกผมหลายคนในระหว่างการเลือกตั้งมีเวที Debate เจอท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิ ที่เคารพ บ้านท่านอยู่สิงห์บุรี ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง พอดีคุณพ่อเป็นคนแต่งก็เลยทราบว่าคำขวัญนั้นเป็นอย่างไร ผมอยู่อ่างทองติดบ้านท่าน แต่มีเวทีพูดถึงเรื่องของอาชญากรรมต่อเด็กในระบบ Online เขาก็รอส่งชื่อมาเลยครับ บอกวันนี้ณัฐวุฒิ บัวประทุม จะเจอชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ท่านไปทุกเวทีเจอวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เจอศิริกัญญา ตันสกุล เจอพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เสียดายพอพูดถึงอาชญากรรมเด็ก Online ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเลยนะครับ ชัยวุฒิไม่มา ตกลงแล้วในกรณีอาชญากรรมเด็ก Online แบบนี้ไม่ต้องเอา พ.ร.ก. ฉบับนี้ ก็ได้นะครับ วันนี้กระทรวงเดินหน้าไปถึงไหน หรือถ้าจะออก พ.ร.ก. บ้างเขาศึกษากันมา เต็มไปหมดเลยครับว่าเด็กกำลังอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอย่างไร แบบนี้ก็เร่งด่วนจำเป็น แต่ทำไมท่านไม่ทำ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เรามีความเจ็บปวดใจเป็นอย่างยิ่งต่อการออก พ.ร.ก. อยู่อย่างน้อยที่สุด ๒ ฉบับใน ครม. ซึ่งขณะนี้ยังเป็น ครม. รักษาการ กรณีที่ ๑ ก็คือการออกพระราชกำหนดเรื่องการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริม สถาบันครอบครัว ในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ แน่นอนครับกฎหมายฉบับนั้นมีการยื่นตีความ ศาลรัฐธรรมนูญสแตมป์ว่าสามารถที่จะออกได้ แต่ความเจ็บปวดทุกข์ใจของพวกเราเกิดขึ้น จากการออก พ.ร.ก. เพื่อนสมาชิกหลายคนก็เอ่ยถึงคือการออก พ.ร.ก. เรื่องการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการกระทำทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย จำนวน ๔ มาตรา แล้วท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าออก พ.ร.ก. โดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมไม่ชอบ ตอบคำถามที่ขึ้นด้วยคำว่า ถ้า ครับ แล้วถ้าไม่จำเป็นอย่างยิ่งผมก็จะไม่ค่อยตั้งคำถาม ที่ขึ้นคำว่า ถ้า เช่นเดียวกันครับ แต่ในเมื่อเราเคยมีบทเรียนมาแล้วอย่างไรครับว่า พอศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเมื่อ ๑๗ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรีรักษาการ ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต้องมีความรับผิดชอบใด ๆ ต่อประเทศไทยแห่งนี้เลย ก็ต้องถามท่านว่าวันนี้หาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ผ่านในที่ประชุมแห่งนี้ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ท่านบอกมาเลยครับ บอกมาเพื่อประกอบการตัดสินใจ ของพวกเรา ถ้าวันนี้ไม่ผ่านคนที่รับผิดชอบคือใคร ผมมั่นใจในตัวพี่โอ๋ นี่เรียกตามคุณวิโรจน์ ท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิผมไม่กังวลท่าน แต่ห่วงกังวลว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเคย ผิดพลาด ไม่รับผิดชอบในกรณี พ.ร.ก. การเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายซ้อมทรมานท่านยังจะ รับผิดชอบหรือไม่และหากวันนี้ไม่ผ่านอะไรคือความรับผิดชอบที่ ครม. รักษาการจะเป็น ผู้ดำเนินการครับ ด้วยความเคารพหากท่าน Clear ประเด็นที่ผมตั้งคำถาม โดยเฉพาะ ประเด็นที่ ๑ และประเด็นที่ ๓ ได้ ผมเชื่อมั่นว่าในเนื้อหาพวกผมเห็นด้วย แต่ท่านไม่สามารถ ตอบใน ๒ คำถามที่ผมตั้งในประเด็นที่ ๑ และประเด็นที่ ๓ ได้ ผมคิดว่าพรรคก้าวไกล ก็มีความชอบธรรมที่จะพิจารณาว่าตกลงเราควรจะลงมติเห็นชอบกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้หรือไม่ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ