ธัญวัจน赧 ถามความคืบหน้าจัดการอาชญากรรมเทคโนโลยี-ค้ามนุษย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์วัฒน์ หารือประเด็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการป้องกัน ประชาสัมพันธ์ความเสี่ยง และเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกรณีถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนกลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของพระราชกำหนดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ความคืบหน้าในการอายัดทรัพย์สิน การร่วมมือระหว่างประเทศ และความสามารถในการเรียกคืนเงินที่ถูกโอนออกนอกประเทศ

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ธัญจะมาอภิปราย พระราชกำหนดการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ วันนี้เวลาที่เราจะออกจากบ้านเราจะรู้ตัวโดยอัตโนมัติเลยว่าเราจะต้องล็อกบ้าน วันนี้ เวลาที่เรารู้ว่าเรามี รปภ. อยู่ที่หมู่บ้านของเราบ้านของเราจะต้องปลอดภัย วันนี้ เรามีความรู้สำนึกว่าเราไม่ควรเดินไปที่มืด วันนี้เรามีสำนึกที่จะรู้ว่าเวลาเราเดินในคนที่แน่น เราต้องกอดกระเป๋าของเราไว้ข้างหน้า แต่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีค่ะท่าน คืออาชญากรนั้น หายใจรดต้นคอของเราอยู่ คืออาชญากรที่จมูกชนกับเราอยู่ตลอดเวลาแต่ประชาชนไม่เห็น นี่คือความตระหนักรู้ของสังคมนั้นยังไปไม่ถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที ธัญจึงอยากจะตั้งคำถามว่า การสื่อสารของท่านต่อประชาชนนั้นเป็นการสื่อสารที่ทำให้ ประชาชนเข้าใจภัยที่ใกล้ตัวมากขนาดนี้หรือยัง รวมถึงในโรงเรียน การศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ ได้มีการประชุมร่วมกันหารือให้เด็กนั้นเข้าใจว่าภัยเหล่านี้อาจจะถูกล่อลวงและเกิดขึ้นได้ กับทุกคน การประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐรวมถึงสื่อมวลชนด้านต่าง ๆ หลาย ๆ ท่าน พูดไปแล้วธัญขอย้ำอีกทีหนึ่งนะคะ การล่อลวงทางเทคโนโลยีนั้นมี ๑๔ อย่าง การหลอกขายของ On line Call Center การหลอกลวงข่มขู่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การกู้เงิน Online ดอกเบี้ยโหด การกู้เงินทิพย์เงินกู้ที่ไม่มีจริง การหลอกลวงลงทุนในผลตอบแทนที่สูงที่ไม่มีอยู่จริง การพนัน Online Romance ใช้ความรักมาเป็นการล่อลวงทรัพย์สิน Link ปลอมที่ส่งเข้ามา เพื่อ Hack ข้อมูลทางโทรศัพท์ Chat ปลอม Facebook ปลอมที่หลอกคนใกล้ตัว และขอยืมเงินและจะรีบคืน หลอกเอาข้อมูลส่วนตัว หลอกเอารหัส OTP ข่าวปลอม แม้กระทั่งหลอกเอาภาพโป๊เปลือยและนำไป Blackmail โฆษณาหลอกไปทำงานต่างประเทศ แต่กลายเป็นการค้ามนุษย์และลามไปถึงบังคับค้าประเวณี และสุดท้าย การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีม้า นี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ ธัญจะขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่ได้เกิดขึ้นมา ก็มีประชาชน Page จากต่างประเทศ ก็ได้ Inbox มาหาธัญก็บอกว่ามีผู้หญิงจำนวนหลายท่านเข้าไปใน Application ที่โด่งดัง ในขณะนี้ แล้วก็ไปเห็นตัวอย่างที่คนมีรายได้เยอะเป็นการสร้างภาพว่าเขาสามารถ สร้างรายได้ถ้าไปทำงานต่างประเทศ กลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ก็เชื่อแล้วก็เดินทางออกนอกประเทศไปอย่างผิดกฎหมายด้วยนะคะ ธัญได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศไปว่าจะช่วยเหลืออย่างไร เพราะมันคือการค้ามนุษย์แล้ว ที่ใช้เทคโนโลยีอาชญากรรมตรงนี้เป็นตัวล่อ ธัญอยากจะถามท่านว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดเหล่านี้ ท่านจะช่วยประสานงานและนำพากลุ่มคนและผู้หญิงดังกล่าวที่กำลังรอการช่วยเหลือ กลับมาประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินนะคะ มันเป็นเรื่องของชีวิตของคน ที่ถูกหลอกและไปถูกบังคับค้าประเวณีอยู่ต่างประเทศ ซึ่งจริง ๆ ในข่าวมีการนำเสนอแล้วนะคะ ตัวอย่างของธัญที่เกิดขึ้นเลยนะคะ มีโทรศัพท์โทรเข้ามาบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร ท่านไม่ได้จ่ายภาษี การพูดจาของเขาใช้จิตวิทยาสูงมากจนธัญเชื่อเลยนะคะ ธัญก็ลืมไปด้วยซ้ำว่า ฉันเพิ่งยื่นบัญชีทรัพย์สินไปมีใบเสียภาษีเรียบร้อย แต่เขาพูดจนธัญเชื่อเลยว่า เอ๊ะ เราไม่ได้ เสียภาษีหรือ ตื่นตระหนกอยู่ประมาณ ๑๐ นาที จนตั้งสติขึ้นมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ค่ะ พฤติกรรม ธัญกำลังจะบอกว่าในเมื่อเขามีเป้าหมายว่าเป็นคนไทยที่เขาจะก่ออาชญากรรมด้วย เขาใช้คนไทยด้วยกันนี่ละค่ะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ท่านเคยดูไหมคะว่าการรับสมัครงาน ทาง Online นั้นเป็นการล่อลวงกลุ่มคนเข้าไปทำงาน จากเหยื่อกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหรือเปล่า เรามีการจัดการเรื่องตรงนี้อย่างไรบ้าง แน่นอนเราป้องกันไว้ก่อนเกิดเหตุเป็นเรื่องที่ดีกว่า ธัญก็จึงอยากจะสอบถามท่านด้วย เพราะเวลาที่เราปัดไปหน้ามือถือร้านขายของ Online Website พนัน Online การล่อลวงในรูปแบบต่าง ๆ การสมัครงานรายได้ดี Online ท่านเคยเข้าไปตรวจสอบหรือเปล่าว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในอาชญากรรมนะคะ

คุณชัยวุฒิได้พูดถึงประเด็นการดำเนินกิจการของพระราชกำหนดอันนี้มานะคะ ก็อยากจะสอบถามนิดหนึ่งนะคะว่า ก่อนมี พ.ร.ก. ท่านได้บอกว่ามีคดีอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ๗๙๐ เรื่องต่อวัน หลังจากมี พ.ร.ก. ลดลง ๖๖๑ เรื่องต่อวัน อันนี้ท่านพอใจ ในเป้าหมายหรือยัง และท่านคิดว่าท่านจะแก้ไขและพัฒนาอย่างไรต่อไป หรือคดี ที่มีการอายัดเงินทันเพียงแค่ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ก่อน พ.ร.ก. มีการอายัดได้ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากมี พ.ร.ก. อายัดได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากการอายัด ๕๒๗ ล้านบาท อายัดได้ทัน เพียง ๙๗ ล้านบาท มันเพิ่มขึ้น แต่ถามว่าเพียงพอไหม ก็ยังไม่เพียงพอนะคะ

อีกคำถามหนึ่งก็คงจะถามว่า และถ้าเขาโอนไปต่างประเทศล่ะ การร่วมมือ ในการพูดคุยระหว่างประเทศท่านได้พูดคุยมากแค่ไหน แล้วถ้ามีการโอนเงินของผู้เสียหาย ไปต่างประเทศเราสามารถจะเรียกคืนได้ไหม และจะมีกฎหมายใด ๆ ที่จะสร้างความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ขอบคุณค่ะ