ชุติมา คชพันธ์ แสดงความเห็นเห็นด้วยในหลักการกับ พ.ร.ก. ฉบับหนึ่ง แต่แสดงความกังวลต่อความล่าช้า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และบทลงโทษที่เบาเกินไป พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาขั้นตอนการร้องทุกข์ที่ซับซ้อน ขาดความชัดเจน และเข้าถึงประชาชนไม่ทั่วถึง โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์ในพื้นที่จริงที่พบว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งจากตำรวจท้องที่และหน่วยงานสืบสวน จึงเรียกร้องให้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการ รวมถึงพัฒนาระบบติดตามสถานะเรื่องร้องทุกข์และยกระดับประสิทธิภาพของบริการ One Stop Service ให้สามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีและลดภาระงานของเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคใต้ ภูมิลำเนาพัทลุง ท่านประธานคะ สำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้โดยหลักการดิฉันเห็นด้วยและมองว่ามีความจำเป็น อย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังรู้สึกว่ามีอีกหลายประเด็นที่ยังหละหลวม และดิฉันก็ยังมี ข้อกังวลใจหลายประการสำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้นะคะ
ประการแรกเลย พ.ร.ก. ฉบับนี้ช้ามาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ความเสียหายทะลุไป ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว ตั้งแต่มีนาคม ปี ๒๕๖๕ จนถึงมีนาคม ปี ๒๕๖๖ แต่ พ.ร.ก. นี้เพิ่งคลอด แต่ก็ดีค่ะ ดีกว่าไม่มีเลยนะคะ
ประการต่อมา หลาย ๆ ข้อยังรู้สึกว่ายังไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปเลย ยกตัวอย่าง เช่น ค่าปรับ ดิฉันมองว่าค่าปรับน้อยเกินไปค่ะ ท่านลองคิดดูแค่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท มิจฉาชีพเขาจะกลัวหรือคะ แค่เขาดูดเงินไปวันหนึ่ง ๆ เขาได้เป็นล้านแล้ว และไม่ได้มีโทษทางอาญาหรือไม่ได้มีสิ่งใดที่ทำให้เขากลัวได้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ดิฉันอยากจะให้กลับไปปรับปรุงถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีการแก้ไขในอนาคตนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ต่อไปเลยค่ะ Slide เลยค่ะ สำหรับประเด็นที่ดิฉันกังวลคือในเชิงหลักการดิฉันเข้าใจว่าหลักการดี แต่ในทางปฏิบัติ อันนี้กังวลอย่างยิ่ง Slide ถัดไปเลยค่ะ ในทางปฏิบัติมีหลักการ มีวิธีการ ขั้นตอนในการร้องทุกข์ ต่าง ๆ นานามากมาย แต่ในความเป็นจริงในภาคปฏิบัติสิ่งที่เกิดขึ้นมันต่างกัน ดิฉันเป็นผู้หนึ่ง ที่ลงพื้นที่จริง เราจะรู้ว่าอะไรเกิดปัญหาเราต้องลงมือทำเอง เราต้องไปเอง ดิฉันเป็นผู้ที่พา ผู้เสียหายไปแจ้งความไปถึงที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนดิฉันก็ไปด้วยกันเลยค่ะ เพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น และถ้าประชาชนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาจะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วก็เจอจริง ๆ คือพอไปที่ สน. ก็พบว่าตำรวจเองก็ยังงง ๆ ว่าจะทำอย่างไร จะแก้ไขปัญหา อย่างไร ดิฉันไม่ได้ตำหนิตำรวจ ดิฉันไม่ได้ตำหนิผู้ปฏิบัติงาน แต่ดิฉันกำลังชี้เป้า ไปถึงกระบวนการ ไปถึงการฝึก ไปถึงกระบวนการบริหารจัดการทั้งหลาย รวมถึง ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนตั้งแต่ ๑ ๒ ๓ ๔ ทุกสิ่งทุกอย่าง การตรวจสอบก็ตาม ดิฉันไม่ทราบว่า ทางสำนักงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการฝึกกันอย่างเข้มงวดมากน้อยเพียงใด ในทุก สน. เพราะว่าไปอีก สน. หนึ่งก็บอกอีกแบบ ไปอีก สน. หนึ่งก็บอกอีกแบบ และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือว่า พอเราไปถึง สน. ก็ไม่รู้จะเขียนสำนวนอย่างไร แล้วมีการบอกเราว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตำรวจท้องที่ให้ไปที่ สอท. เลย แน่นอนค่ะ ประชาชนเองพอตำรวจ แนะนำแบบนั้นก็ไปที่ สอท. ก็ไปที่ สอท. ก็คือกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีนั่นเอง ดิฉันก็ไปด้วยค่ะ ไปด้วยกันเลย ปรากฏว่าพอไปถึง ก็เจอประชาชนเพิ่มเติมอีกนั่งกันอยู่เต็มเลย ได้เวลาดิฉันก็สัมภาษณ์เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าบางคนมานั่งรอว่าเงินที่โดนอายัดไปแล้วนี่จะได้คืนเมื่อไร เพราะสอบสวนแล้ว ปรากฏว่าโดนหลอกจริง ๆ ต้องการเงินคืน เงินนี้เป็นเงินทั้งหมดในชีวิตที่เก็บสะสมมา เจอคุณป้าอายุ ๖๐ ปีท่านหนึ่ง หมดแล้วชีวิตนี้ไม่เหลือแล้วนะคะ นี่คือตัวอย่าง เพราะฉะนั้น ดิฉันมองว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้จะแก้ปัญหานั้นได้จริงหรือไม่ นี่คือข้อกังวลประการแรกนะคะ
ประการต่อไป Slide ถัดไปเลยค่ะ ในเรื่องของช่องทางการแจ้งความร้องทุกข์ ต่าง ๆ ดิฉันขอสอบถามเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในนี้หรือประชาชนทางบ้านก็ตาม พี่น้องประชาชน ที่รักทุกท่าน ถามว่าหน้าจอนี้ท่านเคยเห็นหรือไม่ หรือจะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามีช่องทางนี้ ที่เราสามารถแจ้งความ Online ได้ พี่น้องทุกท่าน หรือว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เวลาที่มี ประชาชนมาถามเราเราสามารถแนะนำได้ไหมคะว่าถ้าเจอ Case แบบนี้ให้เราไปแจ้งความ Online ๑ ๒ ๓ ๔ ทำอย่างไรบ้าง มีกี่คนที่สามารถตอบได้ แปลว่าอะไรคะ แปลว่า การประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง ยังไม่เข้าถึงผู้คนที่เดือดร้อนจริง ๆ แล้วการเข้าถึงแต่ละ ช่องทางก็ยังไม่สะดวกค่ะ นึกไปถึงผู้สูงวัย นึกไปถึงประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าถ้าเจอเรื่องแบบนี้ต้อง แจ้งความที่ไหน ต้องทำอย่างไร ต้องร้องทุกข์อย่างไร แล้วยิ่งกว่านั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้บอกว่า ต่อไปนี้เราไม่ต้องไปแจ้งความแล้วนะ มีเรื่องนี้ปุ๊บแจ้งธนาคารให้อายัดได้เลย ดิฉันขอถามว่า มีกี่คนที่ทราบคะว่าทำแบบนี้ได้ แม้กระทั่งมิจฉาชีพเองเอาง่าย ๆ เลยทุกวันนี้มิจฉาชีพเอง ก็ยังคงทำกันอยู่เป็นปกติ มิจฉาชีพเองอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามี พ.ร.ก. ฉบับนี้เกิดขึ้น หรือไม่รู้ด้วย ซ้ำว่ามันมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น ก็ยังคงทำงานกันอย่างสบายใจ เพราะฉะนั้นเรื่อง ประชาสัมพันธ์ยังอ่อนอยู่นะคะ ดิฉันอยากจะให้ประชาสัมพันธ์ทั่วถึงมากกว่านี้นะคะ แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องของการ Tracking อันนี้สำคัญมาก ๆ ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ ดิฉันไปเจอประชาชนที่มาตามเรื่องว่าเงินในบัญชีของตัวเองที่อยู่ในบัญชีนั้นเมื่อไรจะได้คืน แล้วที่สอบถามคือมาหลายรอบแล้วด้วย เขาต้องมาอีกกี่รอบถึงจะจบ ทำไมไม่ให้เขาสามารถ Check ได้มันจะดีกว่าไหมคะถ้าทุกคนสามารถ Check ได้ว่าตอนนี้เรื่องของเราไปถึง ขั้นตอนไหนแล้วโดยที่ไม่ต้องไปถึงที่ ไม่ต้องไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาตินะคะ
อีกประการหนึ่ง ช่องทางการแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์อยู่ แบบนี้เป็น One Stop Service หรือไม่ ประชาชนยังจะต้องไปที่หน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ หรือไม่ วันก่อนดิฉันต้องพาผู้เสียหายไปสุทธิสารแล้วไปแจ้งวัฒนะ ไปโน่นไปนี่กว่าจะจบ สุดท้ายดิฉันไปถึง DE เลยด้วยซ้ำ เพราะมันไม่จบ คำถามคือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็ตามหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานต่าง ๆ ก็ตามเป็น One Stop Service หรือยัง แล้วประชาชนเองจะต้องเจอปัญหานี้ไปอีกนานเท่าไร Slide ถัดไปเลยค่ะ จากสถิติ นี่แค่เดือนมีนาคมปีนี้เองนะคะ จนถึง ๕ พฤษภาคมนี้ปรากฏว่ามีอยู่ ๓๐,๐๐๐ เรื่อง นี่คือเราประกาศใช้แล้วนะคะ แล้วก็มีมูลค่าความเสียหายอย่างที่เห็นเลยค่ะ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ประกาศใช้แล้วยังคงมีเรื่องแบบนี้อยู่ และเฉลี่ยแต่ละวัน ๔๐๐ เรื่องต่อวัน คำถามของดิฉัน ก็คือว่าประสิทธิภาพในการแก้ปัญหามีมากน้อยเพียงใด การตอบสนองต่อประชาชน เป็นอย่างไร ต้องการให้รวดเร็วมากขึ้น และที่สำคัญเลยค่ะ Workload ตอนนี้ตำรวจ ที่มีอยู่ เจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ไม่เพียงพอนะคะ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ค่ะอาจจะมีการ Rotate มีการหมุนเวียนเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่เพียงพอ ดิฉันไปเจอที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่ที่ สอท. เอกสารกองเป็นปึกหลายร้อย Case เลย เป็นไปได้ไหมคะที่จะหมุนเวียนบุคลากรเพื่อมาช่วย เรื่องนี้มากขึ้น ไม่อย่างนั้น Case ไม่จบนะคะ ดิฉันดูรายงานฉบับนี้นะคะ ปรากฏว่า จากที่เมื่อสักครู่นี้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่า Case ใช่ไหมคะ ปิดไปได้แค่หลักร้อยค่ะ หลักร้อย Case แล้วเมื่อไรจะหมดล่ะคะ แล้วเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านรัฐมนตรีเอามาโชว์เองด้วยซ้ำนี่แค่ ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์ที่ปิดไปแล้ว แล้วเมื่อไรปัญหาจะหมดไปนะคะ เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ ดิฉันอยากจะฝากว่าขอให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง แล้วก็ขอให้ไป ทบทวนนะคะ มีขั้นตอนปฏิบัติงานตรงไหนที่ยังบกพร่องอยู่รีบทบทวนนะคะ เพื่อแก้ไข ปัญหาให้ประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ