ชนก จันทาทอง หารือถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการประกาศใช้พระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยยกตัวอย่างความเสียหายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกรณีประชาชนยากจนถูกหลอกเปิดบัญชีม้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าร่าง พ.ร.ก. ยังขาดความรอบคอบในหลายประเด็น เช่น การไม่กำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับสถาบันการเงิน การแต่งตั้งคณะกรรมการที่ไม่ชัดเจนในอำนาจและคุณสมบัติ แต่ก็เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองประชาชนและบรรเทาปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายเกี่ยวกับพระราชกำหนดมาตรการการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยส่วนตัวแล้วในฐานะที่ดิฉันเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนจังหวัดหนองคาย เขต ๒ เห็นว่าพระราชกำหนดกฎหมายฉบับนี้ มีความจำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ เป็นอาชญากรรมที่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยซึ่งสร้างความเสียหายให้กับความมั่นคง ของประเทศ สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล หากมีกฎหมาย มาบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งก็จะเป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่ดีให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญหน้า กับอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้ให้ข้อมูล และสถิติว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ๑ ปีที่ผ่านมาเป็นสถิติตั้งแต่วันที่ ๑ ขอ Slide แผ่นที่ ๑ ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ปี ๒๕๖๕ จนถึงวันที่ ๑ มีนาคม ปี ๒๕๖๖ มีการแจ้งความคดีผ่านระบบ Online มากถึง ๒๑๘,๐๐๐ เคส มูลค่าความเสียหายนี่มากถึง ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ย้อนกลับไปเพียงแค่ปีเดียวค่ะ ประมาณ ปี ๒๕๖๔ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นกันให้ตัวเลขไว้ว่ามูลค่าความเสียหายของอาชญากรรม ทางด้านเทคโนโลยีนั้นมีสูงถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๕ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นเกือบ ๑ เท่า ซึ่งอาชญากรรม ด้านเทคโนโลยีที่รับการร้องทุกข์มากที่สุดเป็นอันดับ ๑ ก็คือการหลอกลวงซื้อสินค้า อันดับที่ ๒ ก็คือการหลอกลวงทางโทรศัพท์ อันดับที่ ๓ ก็คือการหลอกลวงให้กู้ แต่ไม่ได้เงิน ส่วนตัวดิฉันเองในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนจังหวัดหนองคาย เขต ๒ ใน ๑ เดือน ที่ผ่านมาดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๒ เรื่องด้วยกันที่เกี่ยวข้อง กับอาชญากรรมด้านเทคโนโลยีค่ะ
ในเรื่องแรก ได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ยากจนมีอาชีพทำนา ลูกชายนั้นติดยาเสพติด ได้รับการจ้างวานให้เปิดบัญชีม้ามูลค่า ๕๐๐ บาท ตอนนี้โดนหมายเรียกเป็นครั้งที่ ๒ แล้ว พ่อแม่มีอาชีพทำนาเป็นทุกข์ใจมากนะคะ
Case ที่ ๒ ได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนตำบลเฝ้าไร่ อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เป็นเด็กนักเรียนที่ชอบเล่นเกมในร้านเกม Online โดนเพื่อนหลอกไปเปิด บัญชีม้า ทั้ง ๒ เคส มีความเหมือนกันคือทั้ง ๒ ครอบครัวเป็นครอบครัวที่ยากจน โดนหมายศาลถึง ๒ ครั้ง มูลค่าความเสียหายทั้ง ๒ เคส รวมกันมีมูลค่ามากถึง ๕ ล้านบาท แม้แต่ค่ารถที่จะต้องเดินทางไปชี้แจงตำรวจที่มีหมายเรียกมายังไม่มีเลยค่ะ นี่เป็นความทุกข์ ทรมานใจของพี่น้องประชาชนค่ะ พ.ร.ก. ฉบับนี้พระราชกำหนดป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นพระราชกำหนดที่เป็นกฎหมายที่นำมาจัดการเกี่ยวกับ บัญชีม้า ซึ่งบัญชีม้านั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี พี่น้องประชาชน ทางบ้านที่ฟังอยู่อาจจะสงสัยบัญชีม้าคืออะไร บัญชีม้าก็คือบัญชีธนาคารที่เจ้าของบัญชีนั้น เปิดขึ้นมา แต่ไม่ได้ใช้ มีผู้กระทำผิดนั้นนำไปใช้ นำไปใช้ในการรับโอนเงินบ้าง โอนเงินออกบ้าง นำบัญชีนี้ไปซื้อสินค้าที่ผิดกฎหมายบ้าง ตัวละครในพระราชกำหนดนี้มี ๓ ตัวละครหลัก ตัวละครตัวที่ ๑ ผู้เปิดบัญชีก็คือผู้ที่ถูกหลอกลวงให้ตัวเองไปเปิดบัญชีม้า ตัวละครตัวที่ ๒ คือผู้กระทำผิด ก็คือผู้ที่ไปหลอกลวงให้เปิดบัญชีม้า ตัวละครตัวที่ ๓ ก็คือสถาบันการเงิน ในกฎหมายข้อนี้ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตค่ะ ดิฉันเห็นว่ามีความจำเป็น แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า การออกกฎหมายฉบับนี้ไม่รอบคอบและรัดกุมอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ตัวละครมี ๓ ตัว แต่การระบุโทษทางด้านอาญา ขอ Slide แผ่นที่ ๒ ค่ะ กลับมีตัวละครที่ได้รับผลกระทบแค่ ๒ ตัวละครเท่านั้น ๑. ผู้ที่ถูกหลอกลวง รับจ้างเปิดบัญชีจะได้รับโทษทางอาญาคือจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวละครที่ ๒ ก็คือผู้กระทำผิดคือหลอกลวงให้ไปเปิดบัญชี มีโทษจำคุก สูงสุด ๒-๕ ปี ปรับ ๒๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ตัวละครที่ ๓ ก็คือ สถาบันการเงิน ผู้ที่ทำธุรกรรม ผู้ที่รู้ว่ามีการโอนเงิน รับเงิน ผู้ที่รู้ว่านำบัญชีนี้ไปซื้อสินค้า เหมือนท่านเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ ในความเห็นเดียวกันว่า ทำไมพระราชกำหนดนี้ถึงไม่มีบทลงโทษทางด้านอาญาให้กับสถาบันการเงิน หากมีสถาบัน การเงินนั้นผู้ทำธุรกรรมจะได้ให้ความระมัดระวังค่ะ และดิฉันคิดว่าอาชญากรรม ทางด้านเทคโนโลยีจะลดลงแน่นอนนะคะ
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่ดิฉันขอตั้งในพระราชกำหนดในเรื่องนี้ค่ะ พระราชกำหนด ในฉบับนี้มีทั้งหมด ๑๔ มาตรา แต่ในมาตรา ๑๓ ได้กล่าวไว้ว่าในวาระเริ่มแรก ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนตามที่เห็นสมควรเพื่อพิจารณาว่า เหตุอันควรสงสัย ตามมาตรานี้ไม่ได้ระบุขอบเขตคุณสมบัติของคณะกรรมการ อำนาจ ระยะเวลาในการพิจารณา ซึ่งดิฉันมีความกังวลใจด้วยส่วนตัวว่าการพิจารณาข้อผิดกฎหมาย จะเกิดความชอบธรรมและขั้นตอนการพิจารณานั้นกว่าจะแล้วเสร็จ ผู้กระทำผิดก็กังวลว่า จะกลับไปทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งมันไม่ได้ทำให้อาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยีนั้นลดลง โดยส่วนตัวในฐานะที่ดิฉันเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจังหวัดหนองคาย เขต ๒ เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นมาก เพื่อที่จะมาบรรเทาทุกข์และเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน