ณัฐวุฒิ บัวประทุม แถลงว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วและหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยว่าเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ และยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ในหลักการทางกฎหมาย ขอให้ที่ประชุมรับรู้สถานะของเธอ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตหารือท่านประธานครับ เพื่อความชัดเจนแล้วก็เป็นการ สื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเพื่อนสมาชิก และต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับการติดตามรับชม การถ่ายทอดสดการทำงานหน้าที่ของพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้กรุณาอ่านคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่มาถึงคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผมต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานแบ่งออกเป็นสัก ๓ ส่วนด้วยกันครับ
ในส่วนที่ ๑ ก็คือว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วพวกเราชัดเจนนะครับว่าคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เองก็ได้รับทราบหนังสือคำสั่งดังกล่าว แล้วก็ได้มีการพูดในสภาแห่งนี้ชัดเจนว่า ไม่ได้หมายถึงเรื่องของการยอมรับ แต่เป็นการรับทราบและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสง่างาม ด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เมื่อวานและเดินออกจากสภาแห่งนี้อย่างสง่างามครับ นั่นคือ ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นที่จะต้องมาอภิปรายหรือพูดซ้ำในสภา แต่เมื่อมีการแจ้ง มายังสภา ท่านประธานก็นำเรียนนั้นถูกต้องแล้วครับ
แต่ในส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้อ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ที่มีการส่งหนังสือมาว่ากรณีของคุณพิธานั้นเข้าเงื่อนไขการดำเนินการต่าง ๆ และขอให้มีการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตัวหนังสือเขียนแค่นั้นครับ แต่ว่าถ้าเราพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ จริง ๆ นั้นจะมีเงื่อนไขที่เพิ่มเติมอยู่ในตอนท้ายครับ บอกว่า กรณีที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งวันนี้คุณพิธาได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ ๑๙ กรกฎาคม คือเมื่อวานแล้ว แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง อันนี้ไม่พ้น นะครับ เป็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นในส่วนที่ ๒ ผมขออนุญาตยืนยันกับท่านประธาน แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนว่า ณ ขณะนี้คุณพิธาถูกคำสั่งให้หยุดเท่านั้น แต่ยังไม่ได้มี การวินิจฉัยแต่อย่างใดว่าคุณพิธานั้นเป็นผู้กระทำผิด มีคุณสมบัติหรือลักษณะที่เป็นลักษณะ ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีคำวินิจฉัยอย่างใดนะครับ ในหลักการทางกฎหมายแล้ว ก็ยังมองว่าคุณพิธาเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ด้วยซ้ำ ในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมา อย่างไร ยังไม่มีผู้ใดทราบได้นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เพราะว่าประการที่ ๓ นี้เป็นประการสำคัญ ที่จะต้องนำเรียนไปยังท่านประธานและยังพี่น้องประชาชน รวมถึงเพื่อนสมาชิก ไม่ใช่แค่ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ แต่สมาชิกรัฐสภาครับ เพราะว่ากรณีของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ บวกกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ซึ่งมาจากคำถามพ่วง ซึ่งมาจากประชามติ ซึ่งมีการเขียนภายหลังบอกการเลือกนายกรัฐมนตรีในวาระเริ่มแรก ๕ ปีนั้น ต้องเอาเข้า ที่ประชุมร่วมรัฐสภา และมาพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะของนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเรียนครับว่าในท้ายที่สุดขณะนี้แม้จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สถานะของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และบุคคลที่พรรคก้าวไกล เสนอให้เป็น Candidate นายกรัฐมนตรีนั้น ยังมีสถานะครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการ ครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการ ฉะนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะมีสิทธิที่เพื่อนสมาชิกจะเข้าชื่อเสนอ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้ต่อสู้ต่อในฐานะ Candidate นายกรัฐมนตรี และเราก็ยังสามารถ ที่จะลงมติให้ความเห็นชอบต่อคุณพิธาได้ อย่างไรก็ตามกรณีของการให้ความเห็นชอบ หรือการเสนอชื่อต่าง ๆ นั้นก็คงอาจจะเร็วไปที่จะบอกว่าจะมีการยืนยันเหล่านั้นหรือไม่ เพราะว่าเมื่อวานนี้ในท้ายที่สุดสิ่งที่คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ไม่ได้พูดตอนที่ท่านประธานรัฐสภา ปิดไมโครโฟนก็คือว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๑ วรรคท้าย บอกว่าประธานรัฐสภา อาจจะสามารถพิจารณาต่อได้ หากมีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปครับ ฉะนั้นผมขออนุญาตโดยสรุปนะครับท่านประธาน รับทราบครับคำสั่ง รับทราบตั้งแต่เมื่อวาน นะครับ รับทราบด้วยความเต็มใจ สมัครใจ จริงใจ แต่ยังยืนยันความครบถ้วน สมบูรณ์ ในสถานะของคุณพิธา ทั้งในสถานะ สส. และ Candidate นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย มิใช่ของแต่เพียงคนที่เลือกพรรคก้าวไกล ขอบคุณครับท่านประธานครับ