สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือเรื่องความปลอดภัยของแรงงานไทยที่ทำงานในประเทศอิสราเอล และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือและรองรับแรงงานเหล่านี้

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ได้เรียนถามท่านนายกถึงสถานการณ์ความขัดแย้งของประเทศอิสราเอลและประเทศปาเลสไตน์ ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องคนไทยที่ไปทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอล จำนวนมาก หลายรายก็เสียชีวิตนำความสูญเสียมายังพี่น้องที่อยู่เมืองไทย บางรายก็มี การบาดเจ็บ ซึ่งสถานการณ์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลงก็จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นต่อไป ในอนาคตหรือไม่ อย่างไรก็เป็นที่น่าเป็นห่วง แล้วทางรัฐบาลเองก็กำลังเฝ้าระวังอยู่ตามที่ได้ ติดตามข่าวจากทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กำลัง ให้ความช่วยเหลือคนไทยในขณะนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นนั้นก็จะถาม คำถามท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีครับที่ได้ เร่งรัดช่วยเหลือคนไทยกลับมา ที่ทำงานอยู่ที่อิสราเอลแล้วได้ลงทะเบียนแล้วก็อยากจะ กลับมาเมืองไทย ตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ขนคนไทยกลับมาหลายชุดแล้ว จากวันละ ๒๐๐ คน ๔๐๐ คน ตอนนี้ก็ทราบว่าจะเพิ่มเป็น ๖๐๐ คน ๘๐๐ คน ตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีในนามของผู้แทนของพี่น้องประชาชนครับ และที่สำคัญ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ห่วงคนไทยครับ ท่านได้พูดแล้วผมได้ฟังท่านสัมภาษณ์ ทางสื่อโทรทัศน์ ท่านบอกว่าขอให้คนไทยห่วงชีวิตของตนเองมากกว่าห่วงเงินทอง ผมฟัง แล้วก็ซาบซึ้งใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นห่วงชีวิตของพี่น้องคนไทยที่ขณะนี้อยู่ที่ ประเทศอิสราเอล อันนี้คือสิ่งที่อยากจะขอชื่นชมแล้วก็ขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี มา ณ โอกาสนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ที่อำเภอบ้านโป่ง ไปทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอล ผมไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ของน้องคนนี้ ก็คือน้องศิริชัย สันทอง ตอนนี้ยังอยู่ประเทศอิสราเอลอยู่ ลงทะเบียนลำดับที่ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่า ก็รอการกลับมาผมได้คุยกับน้องเขาผ่าน Video Call ตอนนี้น้องเขาก็บอก กับผมว่ายังได้ยินเสียงระเบิดอยู่เวลาทำงาน ห่างจากฉนวนกาซามาประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร ทางทิศใต้ของประเทศอิสราเอล คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นห่วงครับ แต่สิ่งที่เป็นห่วงนอกจากจะให้ลูกได้ปลอดภัยแล้ว สิ่งที่มีความกังวลก็คือเมื่อกลับมาแล้ว สิ่งที่สำคัญคือมีหนี้สินที่จะต้องมาใช้ ความเป็นอยู่ของครอบครัวก็จะได้รับความเดือดร้อน จากการกลับมาในครั้งนี้ ผมเองก็เลยคิดว่าสิ่งที่อยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ เรื่องของการช่วยเหลือแรงงานไทยที่จะกลับมาจากประเทศอิสราเอลแต่สิ่งที่สำคัญ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีทำได้ถูกต้องแล้วครับ ก็คือทำอย่างไรขนกลับมาก่อนให้พี่น้องประชาชน ปลอดภัยจะได้มีชีวิตอยู่แล้วก็กลับมาอยู่กับครอบครัวได้ มาทำงานให้กับครอบครัวได้ เมื่อประมาณปี ๒๕๖๕ ท่านประธานคงจำได้ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านได้ไปฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบียในรอบ หลายสิบปีก็คือ ๓๒ ปี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้ไปเปิดความสัมพันธ์ ทางการทูตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่ดีใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ เพราะว่า ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเป็นประเทศผู้นำ ในชาติอาหรับ แล้วก็เป็นทั้งตลาดท่องเที่ยวของเรา แล้วก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญของเราด้วย เป็นไปได้หรือไม่ท่านนายกรัฐมนตรีครับที่เราจะสามารถขนแรงงานไทยที่อิสราเอล ไปที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะว่าสิ่งที่แรงงานมีความห่วงใยขณะกลับมาแล้วนี่คือรายได้ ต้องทัดเทียมกับอยู่ที่อิสราเอล ผมถามน้อง Video call ตอนที่อยู่อิสราเอลบอกว่า ได้เดือนเท่าไร คุณพ่อเขาก็บอกว่าได้เดือนหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท แต่กลับมาก็อยากให้รัฐบาลหาตลาดแรงงานมารองรับที่จะได้มีรายได้ทัดเทียมกับอิสราเอล แต่มีความปลอดภัยมากกว่า ฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่ท่านนายกรัฐมนตรีครับที่เราจะให้ แรงงานเหล่านี้ไปอยู่ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีรายได้ที่ใกล้เคียงกับประเทศอิสราเอล แต่มีความปลอดภัยมากกว่า หรือถ้าไม่ได้ท่านนายกรัฐมนตรีในนามของรัฐบาลไทยนั้น จะให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยอย่างไรได้บ้าง และมีนโยบายในการช่วยเหลือและรองรับ แรงงานเหล่านี้อย่างไรบ้าง ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ