อัครเดช ชี้นายกฯเยือนต่างประเทศหนุนความสัมพันธ์-การค้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ในสภา ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพต่อระบอบประชาธิปไตย และเน้นย้ำความต้องการข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่สนใจว่าใครเป็นผู้ตอบ ขอเพียงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ พร้อมตั้งคำถามถึงผลลัพธ์ของการเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีที่พบผู้นำ 7 คนใน 5 ประเทศ ว่ามีบทบาทส่งเสริมความสัมพันธ์และการค้าอย่างไร

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาต ก่อนที่จะถามกระทู้ท่านนายกรัฐมนตรี ขอได้พูดถึงกระทู้ถามที่เมื่อสักครู่นี้มีปัญหา เป็นข้อถกเถียงกันในสภาผู้แทนราษฎรของเราสักเล็กน้อย ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนหนึ่งที่ถามกระทู้เยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่แล้วผมติด ๑ ใน ๓ ที่ถามกระทู้ ทั้งกระทู้ในห้องใหญ่แล้วก็กระทู้ถามแยกเฉพาะ หลายครั้งที่ผมถาม นายกรัฐมนตรี หลายครั้งที่ผมถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการก็มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยมาตอบบ้างท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมาย รัฐมนตรีว่าการมาตอบบ้าง ผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น สนใจในคำตอบที่รัฐมนตรีมาตอบให้ผมว่าพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร ผมไม่ได้ติดใจ ว่าใครจะมาเป็นคนตอบ ขอให้เป็นคณะรัฐมนตรีมาตอบ ดีกว่าเลื่อน เลื่อน สส. ก็ขาดโอกาส ที่จะได้นำทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนมาถึงคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นผมเองในฐานะที่เป็น สส. ไม่ได้ติดใจว่าใครจะมาตอบ แต่วันนี้ดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สละเวลามาตอบกระทู้ถามสดของผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติในวันนี้ครับท่านประธาน

ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่ท่านเดินทางมาตอบ กระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ได้เห็นความสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ และที่สำคัญแสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเห็นความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งกระทู้ถามนั้นถือว่าเป็นกลไกรัฐสภาที่สำคัญ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาให้ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในช่วงที่ผ่านมานั้นผมขออนุญาตได้อภิปรายผ่านไปยังท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ว่าในช่วงวันที่ ๙ ตุลาคม ถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาในการเดินทางไปพบผู้นำ ถึง ๗ ผู้นำ จาก ๕ ประเทศที่ได้ไปเยือน การไปเยือนต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการพบผู้นำระดับสูงในแต่ละประเทศ ประเทศแรกที่ท่านได้ไปเยือนในช่วงระหว่าง วันที่ ๙-๒๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีไปเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษ ของประเทศจีน ซึ่งท่านได้ไปพบกับจอห์น ลี กาซิว (John Lee Ka-chiu) ผู้บริหารสูงสุด เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งฮ่องกงนั้นเป็นแหล่งการค้าการลงทุนที่สำคัญแห่งหนึ่งของ Asia ในวันที่ ๙ ตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศที่ ๒ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปเยือน ประเทศบรูไน ท่านได้ไปพบกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งประเทศบรูไน เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในระดับราชวงศ์ ประเทศ ที่นายกรัฐมนตรี ๓ ท่านได้ไปเยือนประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้ไปพบกับท่านนายกรัฐมนตรี ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Bin Ibrahim) ประเทศมาเลเซียนั้นถือว่า เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางด้านชายแดนใต้ของประเทศไทยและเป็น ประเทศคู่ค้าที่สำคัญซึ่งกันและกันตลอดระยะเวลายาวนานหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศที่ ๔ ก็คือประเทศสิงคโปร์ในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ไปเยี่ยมคารวะ ท่านประธานาธิบดีสิงคโปร์ คือท่านธาร์มาน ซันมูการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) และท่านยังได้หารือในระดับทวิภาคีกับท่านนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์นั้นเป็นประเทศการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะตลาดทุนและตลาดเงิน ประเทศที่ ๕ ในวันที่ ๑๖-๑๘ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านได้ไป เยือนจีน ท่านได้ไปพบกับท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ซึ่งประเทศจีนนั้นถือว่า เป็นประเทศมหาอำนาจของโลก มีขนาด GDP เป็นอันดับ ๒ ของโลกและเป็นประเทศคู่ค้า ที่สำคัญของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในระหว่างที่ท่านเยือนประเทศจีนนั้นท่านได้หารือ ในระดับทวิภาคีกับท่านประธานาธิบดีวลาดิเมีย ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดี ของประเทศรัสเซียในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ซึ่งประเทศรัสเซียถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจ และเป็นแหล่งทรัพยากรพลังงานที่มากที่สุดและสำคัญแห่งหนึ่งของโลกเรา ในประเทศสุดท้าย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนก็คือประเทศซาอุดีอาระเบีย ท่านได้เข้าไปพบกับเจ้าชายมูฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร (His Royal Highness Prince Mohammed bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) แ ล ะ เป็ น นำย ก รัฐม น ต รี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งประเทศซาอุดีอาระเบียถือว่าเป็นประเทศผู้นำ ในชาติอาหรับที่สำคัญและที่สำคัญครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีนั้นได้ไปฟื้นความสัมพันธ์ในระดับการทูตขึ้นมาใหม่ในรอบ ๓๒ ปีที่ผ่านมา ใน ๗ ผู้นำใน ๕ ประเทศ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือน ท่านได้รับการต้อนรับ ท่านได้รับ เกียรติอย่างสูง ซึ่งประเทศผู้นำที่ท่านไปพบได้ให้การต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่า ผู้นำมีความเชื่อมั่นท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ว่าท่านมาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน และที่สำคัญท่านได้รับเลือกจาก สส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสภา เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ แสดงให้เห็นว่าท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มตัวในการมาบริหารประเทศไทยในขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเสมอมาว่าท่านนั้นขอเป็น Salesman ประเทศไทยออกไปทำ การค้าการขายให้กับประเทศ ซึ่งเป็นความหวังของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ผมจึงขอ ตั้งคำถามท่านนายกรัฐมนตรีในคำถามแรก ซึ่งผมคงจะไม่ถามท่านนายกว่าท่าน นายกรัฐมนตรีนั้นวันนี้ท่านใส่ถุงเท้าสีอะไร เพราะว่า Social คงให้ความสนใจถุงเท้า ของท่านก็เป็นความน่ารักส่วนตัวของท่าน แต่ผมก็มองว่าท่านใส่ถุงเท้าสีอะไรก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าท่านไม่ใส่ถุงเท้าไปจะเป็นเรื่องผิดปกติมากกว่า ซึ่งผมจะต้องตั้งกระทู้ถามท่าน แต่วันนี้ ท่านมาตอบกระทู้ของ สส. ในสภา ในฐานะโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติก็คงจะต้อง สนใจในเนื้อหาสาระที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปทำให้กับพี่น้องคนไทยในช่วงวันที่ ๙-๒๑ ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าการที่ท่านนายกรัฐมนตรีออกไปเยือน ๕ ประเทศของท่านในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้อะไรจากการเยือนของท่านนายกรัฐมนตรี ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ