ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง หารือปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาที่ไม่ทั่วถึงและคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคที่ไม่ได้มาตรฐานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเกิดจากมลพิษทางอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ระบบกรองน้ำที่ล้าสมัย รวมถึงการควบคุมการใช้น้ำบาดาลอย่างเข้มงวด ทำให้ประชาชนต้องพึ่งน้ำประปาหมู่บ้านที่มีคุณภาพต่ำ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายระบบประปาส่วนภูมิภาค พัฒนาคุณภาพน้ำ และจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดเจาะน้ำบาดาลคุณภาพดีและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานน้ำประปาอย่างเร่งด่วน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตเลือกตั้งที่ ๒ อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่องน้ำประปาและน้ำบาดาล ของเพื่อน สส. ที่นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาในวันนี้ เพราะเป็นปัญหาจำเป็นที่ต้องเร่ง แก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อประชาชน ท่านประธานครับ ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมทั้งที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านผมมีแม่น้ำผ่านหลายสาย เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย ตลอดจนมีลำคลองมากมาย ทั้งคลองธรรมชาติ คลองชลประทาน เป็นใยแมงมุมทั่วทั้งจังหวัด น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ ใช่ครับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านผมไม่ขาดแคลนน้ำ มิหนำซ้ำยังท่วมทุกปี ท่วมมาก ท่วมน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ของแต่ละปี แต่ปีนี้โชคดี น้อยหน่อยครับ แต่น้ำที่มีอยู่นั้นไม่สามารถใช้ดื่มกิน อุปโภคบริโภค ได้เหมือนสมัยก่อน เพราะปนเปื้อนไปด้วยสารพิษ โลหะหนัก ยาปราบศัตรูพืช ไม่ได้ใสสะอาด เหมือนเก่า แม้กระทั่งน้ำฝนยังมีสารปนเปื้อน ใช้ดื่มกินไม่ได้ น้ำคือต้นทุนของทุกอย่าง น้ำที่ดี คุณภาพชีวิตก็จะดี น้ำคือชีวิต คนเราขาดน้ำไม่ได้ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ใช้ปรุงอาหาร ดื่มกิน ซักล้าง แม้กระทั่งชักโครกก็ต้องใช้น้ำ ผมคงไม่พูดเรื่องน้ำที่ใช้ เพื่อการเกษตรเหมือนจังหวัดอื่น ๆ แต่ผมขอพูดถึงน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ดำรงชีวิต ของประชาชนเป็นหลัก พระนครศรีอยุธยามีการประปาส่วนภูมิภาคให้บริการ แต่ท่านประธานทราบไหมว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาคให้บริการ ไม่ทั่วถึง ในปี ๒๕๖๖ การประปาส่วนภูมิภาคให้บริการกับผู้ใช้น้ำเพียง ๘๑,๕๑๔ ราย ทั้ง ๆ ที่จำนวนที่อยู่อาศัยของประชาชนมีถึง ๓๕๔,๘๖๑ ครัวเรือน แล้วส่วนใหญ่ที่ใช้ น้ำประปาส่วนภูมิภาคก็คือโรงงานนิคมอุตสาหกรรม และสวนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวน ๕ แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ รวมไปถึงเขตชุมชน ใหญ่ ๆ และบ้านจัดสรรที่การประปาส่วนภูมิภาคทำกำไรได้เท่านั้น ปล่อยให้ประชาชน ส่วนใหญ่ต้องใช้ประปาหมู่บ้านที่เทศบาลหรือ อบต. จัดทำขึ้นตามมีตามเกิด คุณภาพน้ำ ไม่ต้องพูดถึงครับ บางแห่งขุ่นข้น มีกลิ่น จะแปรงฟัน ซักผ้า ราดห้องน้ำก็ยังไม่ได้ นี่คือ ความทุกข์ของประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ ประปาหมู่บ้านหรือประปา ชุมชน ที่เทศบาลหรือ อบต. จัดทำและให้บริการกับประชาชนมี ๒ ลักษณะด้วยกัน คือ
๑. ประปาที่ทำจากน้ำบนผิวดิน คือเอาน้ำดิบจากแม่น้ำลำคลองมาผ่าน กรรมวิธีละลายสารส้มให้ตกตะกอน ผึ่งแดด ผ่านการกรองด้วยหิน กรวด ทราย และบางที่ ดีหน่อยอาจจะมีคลอรีนฆ่าเชื้อโรคบ้าง แล้วส่งผ่านตามท่อไปยังชุมชน แต่อย่าลืมนะครับ ตอนนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านผมเป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม อาจจะมีสารเคมีหรือสารอันตรายเจือปนอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่น้ำป่าสักซึ่งมี ท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ปุ๋ยเคมี ปูนซีเมนต์ แป้งมันสำปะหลัง ซึ่งปล่อยให้มีการใช้น้ำฉีดล้าง รั่วไหลลงสู่แม่น้ำตลอดทั้งวันตลอดทั้งคืน ไม่มีใครใช้ประกอบอาหารหรือดื่มกินได้ เพียงใช้ได้ ในการซักล้าง อาบ ชำระร่างกายเท่านั้น บางครั้งโชคร้ายระบบกรองน้ำมีปัญหาขาดสารส้ม ก็ปล่อยน้ำที่ไม่ผ่านกระบวนการส่งให้ประชาชนโดยตรง สกปรก ไม่สะอาดเหมือนน้ำประปา ในกรุงเทพมหานคร
๒. เทศบาล และ อบต. ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งน้ำ จำเป็นต้องใช้ การขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งเกือบทุกแห่งอายุของบ่อเกิน ๒๐-๓๐ ปีขึ้นไป สูบน้ำส่งขึ้นแท็งก์ แล้วปล่อยลงท่อส่งให้บ้านเรือนประชาชนใช้โดยตรง โดยไม่มีการตรวจคุณภาพน้ำหรือผ่าน การกรอง บางครั้งเปิดก๊อกน้ำออกมาน้ำดำเป็นโคลน ซึ่งพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง
อีกประการหนึ่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ในเขตพื้นที่วิกฤติการณ์ น้ำบาดาล มีมาตรการเข้มงวดกับการใช้น้ำบาดาล นอกจากจะเสียค่าใช้น้ำแล้วยังต้องมี ค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลอีก ทำให้น้ำแพง และถ้าหากชำระเกินกำหนดก็ถูกปรับอีกมาก ถึง ๒ เท่า ทำให้ผู้ที่จะขุดเจาะน้ำบาดาลใช้เองไม่กล้าขุดเจาะ หันมาใช้น้ำประปาหมู่บ้านแทน ทำให้ยิ่งขาดแคลนน้ำ ทางเทศบาลหรือ อบต. ก็ไม่มีงบประมาณขยายหรือปรับปรุงคุณภาพน้ำ นับเป็นความทุกข์ทับทวีคูณ นี่คือความทุกข์ของประชาชนที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงขอสนับสนุนญัตติเพื่อให้หน่วยงานบริหารทรัพยากรน้ำนำไปแก้ไข พิจารณาจัดสรร งบประมาณในการขุดเจาะน้ำบาดาลให้มีคุณภาพ ไม่ใช่ขุดตื้น ๆ ไม่ถึงชั้นน้ำบาดาลที่สะอาด เหมือนที่ผ่านมา แล้วช่วยพัฒนาและปรับปรุงผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ทั้งที่ใช้น้ำผิวดิน หรือน้ำบาดาลให้มีคุณภาพดื่มได้ เหมือนที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว หรือให้การประปาส่วนภูมิภาคขยายเขตบริการให้ทั่วถึง และครอบคลุมทั่วประเทศ เหมือนการประปานครหลวงที่ให้บริการในกรุงเทพมหานคร นี่ขนาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงเหมือนกันยังย่ำแย่ขนาดนี้ แล้วจังหวัดอื่น ๆ จะไม่เลวร้ายไปกว่านี้หรือครับท่านประธาน ขอบคุณครับ