พงศธร เปิดโอกาสประชาชนแก้รัฐธรรมนูญทุกหมวดอย่างเสรี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖

พงศธร ศรเพชรนรินทร์ หารือการแก้รัฐธรรมนูญโดยย้ำถึงความสำคัญของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยสูงสุด ที่ควรได้รับโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกหมวดอย่างเสรีผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ โดยสนับสนุนให้ ส.ว. มีส่วนร่วมในการพิจารณา พร้อมเสนอให้เปิดทางให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดผ่านการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงและโปร่งใส

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา

อันดับแรก ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ทุกคนในวันนี้ได้มาพูด ในสภาผู้แทนราษฎร และเห็นตรงกันว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อันนี้คือเรื่องที่น่ายินดีครับ เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเองก็ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำประชามติตามนโยบายที่บางพรรค หาเสียงไว้อย่างแน่นอน และยินดียิ่งขึ้นที่ประกาศชัดในสภาว่าจะทำประชามติภายใน ไตรมาสแรก ปี ๒๕๖๗ อย่างแน่นอน อันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเห็นตรงกัน ก็ยินดีมากครับ แต่เท่าที่ฟังดูมีเรื่องที่เห็นแย้งกันอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของญัตตินี้ และเป็น สาระสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ๒ เรื่อง ก็คือ

เรื่องที่ ๑ เรื่องแก้ จะแก้ทั้งฉบับหรือไม่ หรือจะเว้นบางหมวด เรื่องนี้ครับ หลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยของเราบอกว่า ประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุด ดังนั้นจะเถียงกันทำไมครับ ถ้าบอกว่าประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดก็ต้องแก้ได้ทุกหมวด จะเว้นบางหมวดไปทำไม ถ้าเว้นบางหมวดได้ก็แปลว่าประชาชนไม่ใช่ผู้ทรงอำนาจสูงสุด อย่างแท้จริง อย่าคิดแทนว่าประชาชนอยากแก้หมวดไหน ไม่แก้หมวดไหน ดังนั้น ต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างถึงที่สุด เปิดกว้างอย่างถึงที่สุด รับฟังความเห็นอย่างทั่วถึง ที่สุด ประชาชนส่วนใหญ่เขาอยากแก้หมวดไหนก็ต้องให้แก้ ไม่ใช่เรื่องอะไรที่เราจะไป คิดแทนว่าควรแก้หมวดไหน ไม่แก้หมวดไหน ดังนั้นถ้าเราเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง ต้องเปิดให้มีการแก้ทั้งฉบับโดยไม่มีเงื่อนไข

เรื่องที่ ๒ มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องมี สสร. จากการเลือกตั้งทั้งหมด นี่ก็เรื่องเดิมครับ หลักการสำคัญว่าเราเชื่อหรือไม่ว่าประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุด ถ้าเชื่อ ตามนี้ก็ต้องให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องไปกังวลว่าจะมา จากสัดส่วนตรงนั้นตรงนี้ มีส่วนร่วมหรือไม่ ก็ประชาชนเลือกทั้งประเทศ ทุกคนมีสิทธิเลือก ว่าจะเลือกใครที่จะเข้ามากำหนดกฎหมายสูงสุดของประเทศ ดังนั้นต้องเปิดให้มีการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนข้อกังวลที่ว่าจะมีสัดส่วนจากกลุ่มชาติพันธุ์ จากพระสงฆ์ จากกลุ่ม ผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มอาชีพต่าง ๆ หรือไม่ ตรงนี้เราใช้กระบวนการมีส่วนร่วม อื่น ๆ ได้ ดังเช่นการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง ดังที่ผู้เสนอญัตติ คุณพริษฐ์ได้พูดไปแล้ว ดังนั้น ๒ เรื่องตรงนี้ที่อภิปรายกันมาตลอดมันอยู่ที่หลักการสั้น ๆ แค่นั้นเองว่าเราเชื่อมั่น จริง ๆ ไหมว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดตัวจริง ถ้าเห็นต่างจาก เรื่องนี้ แปลว่าท่านไม่เชื่อว่าประชาชนคืออำนาจสูงสุด

ถัดมาในเรื่องของเทคนิค Tactic ว่าถ้าเอาญัตตินี้ลงมติให้ผ่านไป มีผู้อภิปราย บางท่านกังวลว่าเดี๋ยวผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปก็ไปติดขัดอยู่ที่วุฒิสภา เดี๋ยวกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญจะด่างพร้อยหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ครับ เราควรเปิดโอกาส ให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้มีส่วนร่วมในการเสนอเรื่องนี้ ให้ไปถึง สว. ควรเปิดโอกาสให้ สว. ได้ทำ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาธิปไตยบ้าง เป็นการทิ้งท้ายบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เป็นรถไฟขบวนสุดท้าย ให้ทุกคนสามารถกระโดดขึ้นร่วมกระบวนการผลักดันประชาธิปไตย ของประเทศไทยของเราได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม และผมเชื่อว่าถึงเวลานี้เมื่อเสียงทั้งประเทศบอกว่าอยากแก้ สว. ไม่น่าจะขวางนะครับ แต่ว่าถ้าไปถึงสภาที่จะลงความเห็นแล้ว สว. เกิดขวางขึ้นมาจริง ๆ นี่ละจะเป็นใบเสร็จครับ เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่ายิ่งต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะกระบวนการในการผ่าน รัฐธรรมนูญมันมีปัญหาจริง ๆ เป็นหลักฐานเลยครับ ถ้า สว. ขวางเรื่องนี้ ก็เป็นหลักฐาน เป็นใบเสร็จชัดเจนว่ายิ่งสมควรจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีปัญหาจากทั้งที่มา และเนื้อหาอย่างแท้จริง ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลถ้า สว. ไม่ผ่าน ครม. ก็ดำเนินการตามมาตรา ๙ (๒) ต่อไปได้เลย ตามใบเสร็จที่ให้เห็นว่ากระบวนการในการแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีปัญหา จริง ๆ ดังนั้นก็ขอให้เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายวันนี้ทั้งหมดที่บางท่านยังไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ ขอให้เปลี่ยนความคิดครับ ผมอยากเห็นพาดหัวข่าวเย็นนี้หรือพรุ่งนี้ บอกว่าสภาแห่งนี้ เห็นชอบให้เดินหน้ากระบวนการทำประชามติบนหลักการที่เห็นประชาชนมีอำนาจสูงสุด จริง ๆ ผมไม่อยากเห็นพาดหัวข่าวที่บอกว่า สส. ฝ่ายรัฐบาลขวางการทำประชามติ ที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ดังนั้นวิงวอนขอให้เพื่อนสมาชิกที่ยังไม่เห็นด้วย ได้เปลี่ยนความคิดมาร่วมกันผลักดัน เพื่อให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่เราเห็นตรงกันว่า มีปัญหาได้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ถ้าจะดีก็ขอเชิญ ฝ่ายตุลาการมาร่วมผลักดันร่วมกันจะได้ครบ ๓ เสาหลัก ดังนั้นถ้าวันนี้สภาแห่งนี้ได้ผ่าน ญัตตินี้ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้ประชาชนไม่เกิดความเคลือบแคลงสงสัย และมั่นใจได้ว่า เราจะเดินหน้าสู่กระบวนการทำประชามติ และแก้รัฐธรรมนูญบนหลักการพื้นฐานที่เห็น ประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ