ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม อภิปรายเรื่องการทำประชามติและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างของความเห็นระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล และเน้นย้ำว่าต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจและความต้องการของประชาชนอย่างรอบคอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมขออนุญาตอภิปรายเท่าที่เวลาท่านประธานให้ แต่จะเหลื่อมไปสักนิดหน่อย เพราะว่าข้อเท็จจริงแล้วผมเห็นน้อง ๆ ผม เพื่อนผมในพรรคเพื่อไทย อภิปรายกันดีทุกคน โดยเฉพาะคนล่าสุด น้องน้ำผมนี่ ก็ได้แสดงทางด้านวิชาการไปหมดแล้ว แต่ผมอยากจะเอา ความจริงมาให้กับสภาแห่งนี้ฟัง แล้วเลยไปถึงพี่น้องประชาชนคนที่อยู่ที่บ้านด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบกับการทำประชามติแล้วส่ง ให้กับ ครม. นั้น ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วย แต่มีความต่าง แต่ถ้าถามว่าผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ท่านประธานเชื่อไหมใน ๒ เดือนที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ผมรับโทรศัพท์ จากชาวบ้านมาว่า ครูมานิตย์ ข้าวตอนนี้ออกแล้ว กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ยางเริ่มลดราคา อีกแล้ว แต่โชคดีหน่อย ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาลดค่าน้ำมันให้ ลดค่าไฟให้ ยังอยู่ได้ ส่วนใหญ่จะพูดแต่เรื่องนี้ทั้งนั้น ไม่มีนาย ก นาย ข ตาสีตาสา ยายมียายมา คนไหนถามว่า เมื่อไรจะแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อไรจะทำประชามติ หรือผมอาจจะเป็นผู้แทนตลาดล่าง ท่านประธาน เพราะผมมาจากประชาชน แล้วผมสังกัดพรรคเพื่อไทยที่มีหัวใจคือพี่น้อง ประชาชน เราเป็นพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เป็นพรรคการเมืองที่แก้ปัญหา ให้กับพี่น้องปากท้องมาด้วยดีตลอด เราว่างเว้นมา ๘ ปี ผมไม่ต้องถือความยาวสาวความยืดอะไรหรอกครับ แต่ถามว่าเราให้ ความสำคัญไหมกับเรื่องนี้ ให้ความสำคัญสุด ๆ เมื่อวานผมก็ไปออกรายการวิทยุว่า เรื่องการทำประชามติ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พรรคเพื่อไทยเราเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่ามันยังมีความคิดที่ต่างกันอยู่ เช่นเรายืนยันมาตลอดในสมัยที่แล้ว ผมกับ พรรคก้าวไกลเราอยู่ฝ่ายค้านด้วยกัน ท่านประธานไปเปิด Tape ได้ ครูมานิตย์ลุกขึ้นมาว่า ผมเห็นด้วยกับการแก้ไข แต่ถ้าให้แก้หมวด ๑ หมวด ๒ ผมไม่เห็นด้วย แล้วพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วย แต่เมื่ออีกพรรคหนึ่งบอกว่าเขาเอาด้วยเลยมีความต่าง ไม่สามารถที่จะเซ็นชื่อกัน ได้ ไม่เห็นร่วมกัน ไปดูหลักฐาน ไปดูความเป็นปรากฏการณ์เรื่องนี้ แต่ไม่ใช่เอามาใส่ร้าย นี่คือความต่าง แล้วบังเอิญพวกเราก็มีประสบการณ์ เราโดนปฏิวัติมา ๒ ครั้ง ฉะนั้นเราก็ต้อง อาศัยความรอบคอบ วันนี้ตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธาน ก็มีพรรคการเมืองมาร่วมทุกพรรค มีนักวิชาการ มีบุคคลภายนอก นี่ยังน้อยใจอยู่ อย่างเดียวแต่ไม่อยากจะพูด แต่ขออนุญาตได้เอ่ย น้อยใจว่าน้อง ๆ พรรคก้าวไกลนี่ ท่านผู้แทนพรรคก้าวไกล หรือตัวแทนพรรคก้าวไกลไม่ไป กลัวว่าเราจะเอาความชอบธรรม มาช่วยกันก่อนสิครับ มาแก้กันก่อน ถ้ามันไม่ดีตรงไหน มันไม่สมบูรณ์ตรงไหน ก็ค่อยว่ากันไป ท่านประธานเชื่อผมไหม ในประเทศไทยตราบใดที่ยังมีมนุษย์ หรือยังมีคน ไม่มีเรื่องไหน มันราบรื่นหรอกครับ รัฐธรรมนูญแก้มาไม่รู้กี่ฉบับแล้ว คนนั้นก็บอกว่าดี คนนี้ก็บอกว่าไม่ดี ผมก็บอกว่ารัฐธรรมนูญเที่ยวที่แล้วดีบางส่วน บางส่วนก็อาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง ถ้าไม่ดี ทั้งหมดผมจะสมัครมาเป็นผู้แทนราษฎรทำไม ผมมาเป็นผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ๒ สมัยแล้ว ก็ค่อย ๆ ทำ เพราะตรงนี้ประเทศไทย มีหลายคนบอกว่าคับใจอยู่ยาก คับที่อยู่สบาย ก็ต้องไปหาที่อยู่ที่สบายสิครับ ถ้าตรงนี้มันไม่สบาย วันนี้เราต้องยืนอยู่บนโลก แห่งความเป็นจริง ประเทศนี้ต้องยืนอยู่บนโลกความเป็นจริง เหมือนกับเที่ยวที่แล้ว ในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ไม่น้อยใจนะครับว่าพวกผมมาจับมือกับพวกเผด็จการบ้าง เผด็จการกับอะไรท่านประธาน นี่มาจากการเลือกตั้งหมด ประชาชนเขาเลือกมาหมด ที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ยังไม่มี สส. โดยการแต่งตั้ง มาจากการเลือกตั้งทั้งนั้น แต่เราเห็นว่า อะไรที่ปรองดองกันได้ อะไรที่แก้ปัญหาของประเทศได้ อะไรที่ประเทศมันเดินหน้าได้ เราก็ค่อย ๆ ช่วยแก้วิกฤติ เพราะพวกเราผ่านมาแล้ว ผ่านทั้งเป็นรัฐบาล ผ่านทั้งเป็นฝ่ายค้าน ผ่านทั้งนอนอยู่สนามหลวง ท่านประธานก็ไปนอนอยู่กับผม ผ่านเวทีราชประสงค์ เราผ่านมา หมดแล้ว นี่ยังโชคดีว่าวันนี้เรามีชีวิตยืนอยู่ได้ เราไม่ได้มาพูดเอามันอย่างเดียว เราเอาภาคปฏิบัติ เราเอาโลกแห่งความเป็นจริงมาเล่าให้ฟังด้วยว่าโลกความเป็นจริงมันเป็นอย่างนี้ บางทีจะได้ แก้อยู่แล้วก็ติดขัดโน่นติดขัดนี่ เหมือนประชามติวันนี้ หลายคนบอกว่าไม่ต้องเอาเข้าสภาได้ไหม ผมบอกว่าไม่ได้ สภาแห่งนี้เป็นสภาเหตุและผล เราต้องมารับฟังความคิดต่างของพรรคฝ่ายค้าน เพราะในสภาแห่งนี้มันมี สส. ประกอบไปด้วย ๒ ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เราก็ฟังเขาดู แต่เราก็มีเหตุผลของเรา เพราะบางครั้งผมก็อดน้อยใจไม่ได้ท่านประธาน อาทิตย์ที่แล้วที่ผม ได้ลุกขึ้นมา นี่เป็นประเด็นใหญ่นะครับ เราอภิปรายเรื่องของเด็กไร้สัญชาติ เด็กไร้การศึกษา ก็มีมือดีไปลงใน TikTok ลงโน่นนี่ว่าพรรครัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ไม่แก้ ไม่เอาด้วย ไม่ใช่ เรามีคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เรามีคณะกรรมาธิการอยู่ ๓๕ คณะ อะไรที่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาไปทำก็ให้คณะนั้นไป เพราะการจะมาตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ละคณะมันหมดเงินไป ๒-๓ ล้านบาท นี่เราก็ประหยัดงบ กลับมาเลือกประชามติ ทำประชามติครั้งหนึ่ง ท่านประธาน หมดไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็ศึกษาดูแล้ว ถ้าเราทำ ๓-๔ ครั้งมันหมดไปหลายหมื่นล้านบาท บางคนบอกว่าไม่เป็นไร มันพูดได้ ผมกำลังจะนั่งรออยู่เหมือนกันว่าคนที่พูดเวลาปฏิบัตินี่ปฏิบัติได้ตามข้อเท็จจริงหรือไม่ มันไม่ใช่ของสนุกนะครับ การพูดมันพูดสนุก เพราะผมก็พูดในสภามาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ วันนี้ปี ๒๕๖๖ ท่านประธาน ทั้งโดนเขาปฏิวัติบ้าง ฝ่ายค้านบ้าง ก็หลายสิบปีมาแล้ว บางครั้ง พูดเอามัน สนุก แต่ข้อเท็จจริงปฏิบัติไม่ได้ ท่านประธานเห็นลูกเวลามันร้องไหม มันอยากจะ ได้โน่น อยากจะได้นี่ อยากจะได้นั่น แต่มันไม่รู้ว่าพ่อกับแม่คิดจนปวดหัวหมดแล้วว่าอะไร สามารถให้ลูกได้บ้าง อะไรทำได้บ้าง ผมอยากให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยและปีกของรัฐบาล ทุกพรรคเขาอยากแก้ แต่หลายหมวดที่เขามองแล้วว่ามันไม่เหมาะ เขามองแล้วมันไม่ใช่ เรื่องที่เราจะไปแตะ จะไปยุ่ง เช่นหมวด ๑ หมวด ๒ เราสงวนไว้ แต่เรื่องอื่นไม่ใช่ว่าสมอง มีแต่ขี้เลื่อยนะครับ นี่เป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ บางคนยังเรียนอยู่ชั้นประถม เรารู้ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เราเข้าใจช่องว่างระหว่างข้อกฎหมาย ความไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัญหาที่ดิน ปัญหาอะไร เราเข้าใจครับ แต่เราค่อย ๆ แก้ เราต้องทำแบบไทย ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป มาร่วมไม้ร่วมมือ ก่อนจะลงก็อยากเห็นว่าทางซีกอีกซีกหนึ่งอยากมาอยู่ใน คณะกรรมการ แล้วไปกดดันคณะกรรมการท่านประธานว่าให้รีบดำเนินการทำ เพื่อจะส่งเข้า มาในสภา อันนี้ผ่านวันนี้ไปแล้วมันก็ไม่จบ ส่งให้รัฐบาลไม่ได้ เพราะในกฎหมายเขียนไว้ ชัดเจนว่าต้องส่งให้ สว. แล้วก็ด่า สว. เขาอยู่ทุกวันนี้อย่างนี้เขาจะให้ผ่านหรือครับ ถ้าผมด่า ประธานทุกวันประธานจะคุยกับผมด้วยไหมครับ ประธานต้องหาเพื่อน เมืองไทยต้องมีมิตร มีเพื่อน ฉะนั้นผมอยากกราบเรียนกับพี่น้องที่อยู่ทางบ้านที่ฟังก็ดีว่าพรรคเพื่อไทย และพรรครัฐบาลเรามีความตั้งใจสูง แต่มันมีข้อจำกัด แต่จะทำให้ไวที่สุดเพราะเราก็เป็น สัญญาประชาคมไว้กับชาวบ้าน กับพี่น้องประชาชน เขาเลือกผมมานะครับท่านประธาน ผมก็ไม่ได้แต่งตั้ง เหมือนคนอื่นเขาละครับ เลือกมาเยอะด้วย เลือกผมในเขตว่าเราก็จะ แก้ปัญหาอย่างนี้ พร้อมกับแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มันมีปัญหากับพี่น้อง ล้วงกระเป๋าซ้ายเจอสตางค์ ล้วงกระเป๋าขวาเจอสตางค์ ไม่ใช่ล้วงซ้ายเจอมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ ล้วงขวาเจอมาตรา ๑๑ แล้วไปซื้อของในตลาดได้อย่างไรครับ ปัญหาปากท้อง เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง เพราะผมมาเป็นผู้แทนราษฎรในแนวนั้น แต่ในฐานะที่เป็น นักประชาธิปไตยคนหนึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะขัดขวาง แต่อยากเห็นทำครั้งเดียว รัฐบาลเขาอาสา มาแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่อาสาวันนี้สิครับ ผมจะช่วยลุกขึ้นตำหนิติเตียนรัฐบาลชุดนี้ด้วย ถึงแม้ว่า อยู่พรรครัฐบาล แต่นี่เขาทำอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำกันหลายครั้งหลายคราหรอกครับ มาช่วยกันประคับประคอง แล้วให้มันเป็นประชามติ ให้มันเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ แล้วแก้ไขได้ ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน